www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

Thailand’s Development Landscape Forward

Thailand’s Development Landscape Forward
March 15
15:35 2018

“เผยหลักการสำคัญของการพาประเทศไปสู่ดิจิทัล จากแนวคิดของ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็น 5 หลักการสำคัญที่อยากให้เกิดขึ้นจริงในประเทศ เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สร้างความสามารถในการแข่งขันยุคดิจิทัล ด้วยเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่ ลดช่องว่างของประชาชน”

ในงานแถลงวิสัยทัศน์ประจำปี 2561 หรือ Digital Intelligent Nation 2018 ของ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ได้เชิญ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อThailand’s Development Landscape Forwardซึ่งเป็นการฉายภาพให้เห็นถึงอนาคตการพัฒนาประเทศในภาพกว้าง ความพยายามของรัฐบาลในการผลักดันกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเครื่องยนต์ตัวใหม่ที่สามารถจะนำพาประเทศเติบโตแบบก้าวกระโดด

HPE1 662x190

CIO World&Businessได้หยิบเอาประเด็นสำคัญนำมาถ่ายทอด และต้องการจุดกระแสต่อไปยังผู้ประกอบการ ผู้บริหารธุรกิจ โดยเฉพาะผู้บริหารด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่กำลังจะกลายเป็นคนสำคัญขององค์กรกับบทบาทด้านเทคโนโลยีไอทีและดิจิทัล ที่ไม่ใช่แค่พัฒนาองค์กร แต่ยังมีส่วนพัฒนาประเทศและขับเคลื่อนเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ ในยุคเทคโนโลยีดิจิทัล

6ดร.สมคิด อ้างถึงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รายงานว่าในไตรมาส4 เศรษฐกิจไทยขยายตัวร้อยละ 4 และขยายตัวรวมทั้งปี 2560 ร้อยละ 3.9 ปรับตัวดีขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 3.3 ในปี 2559 และเศรษฐกิจไทยปี 2561 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.6 – 4.6โดยรวมนั้นมีสถานการณ์ดีขึ้น

ซึ่งถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน หน่วยงานรัฐบาลใช้งบประมาณอย่างเต็มที่ ผนวกการลงทุนต่างประเทศเป็นไปตามเป้า 7แสนล้านบาท ความเชื่อมั่นยังคงอยู่ โครงการขนาดใหญ่เดินหน้าได้ตามเป้าหมาย การส่งออกสามารถเติบโต ตัวเลขล่าสุดโตถึง 17.6% ซึ่งสูงสุดในรอบ 62 เดือน

ลักษณะเช่นนี้ รองนายกฯ สมคิด เชื่อว่าประเทศไทยจะมีการขยายตัวของ GDP สูงกว่าร้อยละ 4.1 ทุกอย่างก็ดูดี แต่อย่างไรก็ตามในฐานะที่ดร.สมคิดเป็นผู้บริหารด้านเศรษฐกิจมาหลายปี พบว่า การเติบโตของเศรษฐกิจมีขีดจำกัดอยู่ มีเพดานที่ทำให้ไม่สามารถทะยานต่อไปได้

4เหตุเพราะว่าเครื่องมือหรือปัจจัยในโครงสร้างเศรษฐกิจที่ส่งเสริมการเติบโตเริ่มเก่า ไม่สามารถใช้ผลักดันให้ไปต่อได้อีก ไม่สามารถแข่งขันได้ สินค้าที่แข่งขันได้น้อยลง เพราะประเทศอื่นผลิตได้ ที่สำคัญคือ เมื่อใดที่ทั่วโลกก้าวสู่การผลิตแบบดิจิทัล ความได้เปรียบของประเทศไทยซึ่งคือต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าจะหายไปทันที ในช่วง 3-4 ปีนี้

ดังนั้นในช่วง 3-4 ปีนี้คือโอกาสของประเทศและความเสี่ยงของประเทศไทย โอกาสก็คือ ภาวะเศรษฐกิจโลกกำลังเติบโตฟื้นตัว ภูมิภาคอาเซียนกำลังเป็นที่สนใจ ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางที่แท้จริงของด้านการท่องเที่ยวการลงทุน การค้าขาย ประเทศไทยมีความพร้อม ด้วยระดับการพัฒนาและขนาดเศรษฐกิจที่พอดี

เศรษฐกิจไทยที่เคยทรุดก็พร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้า มีความเหมาะสมในการเคลื่อนตัวไปข้างหน้า ถ้าเศรษฐกิจไม่แข็งแรงก็จะเคลื่อนไปได้ยาก การเปลี่ยนแปลง ปฏิรูปก็ยากมาก แม้จะไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะเศรษฐกิจรากหญ้า มีโครางสร้างที่ล้าสมัย ต้องอาศัยการแก้ไขอย่างจริงจัง ต้องใช้เวลา และใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยอย่างไรก็ตาม เมื่อพื้นฐานเศรษฐกิจทั่วไปดีขึ้น มีแรงเหวี่ยงในช่วงขาขึ้น ความเชื่อมั่นของคนไทยมีมากขึ้น ดังนั้นนี่เองจึงเป็นจังหวะที่เหมาะสมต้องใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์สูงสุด

 

แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นความเสี่ยงเพราะ ถ้าประเทศไทยไม่ปฏิรูปวันนี้ อนาคตจะลำบากแข่งขันไม่ได้ เพราะสมัยนี้ เปรียบเทียบแล้วคือ รุ่งอรุณของการปฏิวัติอุตสาหกรรมใหม่ (The 4th Generation of Industry Revolution) ดิจิทัลทำให้โลกตื่นขึ้นอีกครั้ง

ดิจิทัลทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป โลกทุกอย่างอยู่บนมือถือที่สามารถให้ข้อมูล ความรู้อย่างไม่มีขีดจำกัด พฤติกรรมของคนเปลี่ยนไปทุกมิติ ทั้งรูปแบบเศรษฐกิจ รูปแบบธุรกิจ เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ การประกอบอาชีพเปลี่ยน คนสามารถทำงานจากที่บ้าน ที่ไหนก็ได้ หารายได้ ทุกอย่างพลิกโฉมไปอย่างสิ้นเขิง

สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดโอกาสอันใหญ่หลวง ทั้งในเชิงของการค้นคว้า วิจัย การหาความคิดใหม่ๆ การแบ่งปันข้อมูล องค์ความรู้ได้รวดเร็ว และนวัตกรรมที่สามารถสร้างได้ภายในชั่วข้ามคืน

2โอกาสในการสร้างความรู้ แปลงความรู้ไปสู่โอกาสทางธุรกิจไปยังโอกาสของประเทศ ข้ามไปยังความสำเร็จ ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่สิ้นสุด ทั้งหุ่นยนต์อัจฉริยะที่จะเข้ามาทำงานแทนมนุษย์ทั้งการขนส่งมวลชนที่ล้ำสมัย เราไม่รู้อนาคตจะไปถึงไหน และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง หลายประเทศตื่นตัว คนตื่น ธุรกิจตื่น ก้าวไปตามกระแสดิจิทัล ได้เร็ว ฉวยโอกาส

แต่ประเทศไทยตื่นสาย เราเพิ่งตื่นได้เพียง 3-4ปี นับจากนี้ไปอีก 5-6 ปีจะมีการแข่งขันรุนแรงมากขึ้นหากมองย้อนมาที่ส่วนราชการของประเทศก็ยังไม่ตื่นดีนักภาคเอกชนก็ตื่นตัวไม่มาก แต่ก็ถือว่าประเทศได้มีการขยับตัว เพราะวันนี้เอกชนหลายองค์กรมีการเชื่อมโยงและให้ความสำคัญกับดิจิทัลที่ไม่ได้เป็นรองใคร รัฐบาลก็ตื่นตัวมากขึ้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาล โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ต้องปลุกคนไทยให้ตื่นทั้งประเทศ ว่าเรากำลังก้าวไปสู่ยุคใหม่ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนพฤติกรรมหรือความคิด โลกเปลี่ยนทั้งหมด ดังนั้นในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นการผลักดันโครงการต่างๆ อาทิโครงการสตาร์ทอัพ งานดิจิทัลไทยแลนด์ โครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน ซึ่งกำลังก้าวไปข้างหน้า

เผยหลักการสำคัญ เชื่อมประเทศไปสู่ดิจิทัล
รองนายกฯ สมคิด เน้นน้ำในเรื่องการพัฒนาดิจิทัลโดยกล่าวว่า ประเทศต้องก้าวไปสู่ดิจิทัลอย่างจริงจัง ทั้งรัฐและเอกชน และเมื่อเราตระหนักว่าเรื่องนี้คือสิ่งสำคัญ จึงจำเป็นต้องมีการเดินหน้าปฏิรูป พร้อมทั้งเปิดเผยถึงหลักการใหญ่และมีความสำคัญ ที่อยู่ในใจของดร.สมคิด ประกอบไปด้วย 5 ประการ คือ

1. Digital for All คนไทยทุกคนต้องเข้าถึงดิจิทัล การที่รัฐบาลจะทุ่มการลงทุนงบประมาณมหาศาลทั้งหมดก็เพื่อให้คนทุกไทยทั้งประเทศสามารถเข้าถึงดิจิทัลเพราะประเทศไทยมีความเหลือมล้ำอยู่มาก ถ้าดิจิทัลไม่เข้าถึงทุกคน ความเหลือมล้ำจะยิ่งถ่างออก คนที่ไม่มีเทคโนโลยีจะเข้าถึงความรู้น้อยลง

นั่นหมายความว่า ทุกภาคส่วนจะได้อานิสงส์จากการพัฒนาดิจิทัลโดยหน่วยงานภาครัฐทั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงกระทรวงอื่นๆต้องทำให้อย่างน้อยอินเทอร์เน็ตเข้าถึงทุกหมู่บ้าน และไม่เพียงแค่นั้น คนใช้งานปลายทางต้องมีความเข้าใจเพียงพอสามารถใช้ประโยชน์ได้ ได้ความรู้ สามารถฝึกฝนให้เกิดความชำนาญสิ่งนี้คือเรื่องใหญ่มาก

อินเทอร์เน็ตต้องมีใช้งานในจุดสำคัญชองชุมชน เช่น โรงเรียน หรือโรงพยาบาลสถานที่ราชการ เพื่อการเข้าถึงประชาชน โดยสำคัญที่สุดต้องถึงการศึกษา และการสาธารณสุขอย่างจริงจัง เด็กต้องเรียนรู้จากอินเทอร์เน็ตเด็กต้องรู้เท่าทัน ใช้งานเป็น (Digital Literacy) เด็กรุ่นใหม่ที่เกิดมาพร้อมกับดิจิทัลต้องพร้อมกับความคุ้ยเคยกับเทคโนโลยีให้ได้

คนด้อยโอกาส ภาคเกษตรกรรม คนรุ่นใหม่ต้องกล้าใช้เทคโนโลยี ต้องพัฒนาสามารถสมาร์ทฟาร์ม เปลี่ยนพฤติกรรม โครงสร้างการผลิตโครงสร้างการค้าขายให้สามารถขายไปทั่วโลก ชาวนาสามารถค้าขายกับโลกได้เลย อยู่ในวิสาหกิจชุมชน ทุกอย่างเป็นจริงได้ด้วยเทคโนโลยีขณะนี้ และไม่ใช่ฝัน

อ่านต่อหน้า2

Pages: 1 2

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_1

Like Us On Facebook

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com

Categories