www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

กรมศุลกากร ใช้ Blockchain พัฒนาระบบพิธีการศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์

กรมศุลกากร ใช้ Blockchain พัฒนาระบบพิธีการศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์
August 29
09:58 2019

กรมศุลกากร นำเทคโนโลยี Blockchain พัฒนาการค้าระหว่างประเทศ ยกระดับระบบพิธีการศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ให้ทันสมัยมากขึ้น ช่วยการติดตามแบบอัตโนมัติและแม่นยำ ปลอดภัย โปร่งใส และมีประสิทธิภาพสูง

Banner_CIO_big one_version2

กรมศุลกากร ร่วมมือกับ ไอบีเอ็ม ประเทศไทย และเมอส์ก ประกาศนำแพลตฟอร์ม เทรดเลนส์ (TradeLens) ที่พัฒนาขึ้นบนเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในประเทศไทยเพื่อพัฒนาการค้าระหว่างประเทศของไทย โดยแพลตฟอร์มดังกล่าว ทำให้กรมศุลกากรเป็นหน่วยงานราชการลำดับที่สองในประเทศกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นอันดับที่สามในประเทศกลุ่มเอเชียแปซิฟิกที่ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดังกล่าว

เทรดเลนส์ คือ แพลตฟอร์มระบบดิจิทัลที่ใช้ในการค้าระหว่างประเทศที่ทำให้การติดตามระบบขนส่งมีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังสามารถแลกเปลี่ยนและแบ่งปันข้อมูลระหว่างผู้ใช้แพลตฟอร์มได้ ระบบดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือของบริษัทขนส่ง เอ.พี.มอลเลอร์-เมอส์กและไอบีเอ็ม ที่เปลี่ยนกระบวนการขนส่งแบบเก่าที่ต้องใช้เอกสารมาเป็นระบบดิจิทัล ที่จะช่วยเสริมให้ระบบขนส่งครบวงจร มีความรวดเร็ว และถูกต้องแม่นยำ

การที่แพลตฟอร์มเทรดเลนส์ช่วยเปลี่ยนกระบวนการขนส่งให้เป็นระบบดิจิทัล ซึ่งจะช่วยให้กรมศุลกากรมีเครื่องมือในการติดตามแบบอัตโนมัติและแม่นยำ ส่งผลให้การทำงานมีความปลอดภัย โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ Near Real-time ระหว่างสมาชิกเครือข่ายของทางระบบ

โดยเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรจะสามารถทราบข้อมูลการส่งสินค้าเกือบจะในทันทีที่ตู้สินค้าออกจากท่าเรือต้นทาง ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่มีเวลาในการเตรียมรับสินค้าที่กำลังจะมาถึง และทำให้การตรวจสอบสินค้าผิดกฎหมายและสินค้าหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้การเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมเป็นไปอย่างสม่ำเสมอและโปร่งใส

เทคโนโลยีดิจิทัลกับพันธกิจอำนวยความสะดวกทางการค้า

ชูชัย อุดมโภชน์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ศุลกากร

ชูชัย อุดมโภชน์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ศุลกากร

ชูชัย อุดมโภชน์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ศุลกากร กรมศุลกากร กล่าวว่า “ความร่วมมือในการเชื่อมโยงข้อมูลบนแพลตฟอร์มเทรดเลนส์ทำให้กรมศุลกากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางเรือระหว่างประเทศสามารถเข้าถึงข้อมูลทางการค้าระหว่างประเทศบนแพลตฟอร์มเดียวกันได้แบบ Real-time”

“ซึ่งการตรวจปล่อยสินค้าล่วงหน้าจากข้อมูลบนแพลตฟอร์มเทรดเลนส์ กรมศุลกากรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ในการควบคุมทางศุลกากร อีกทั้งเป็นการลดระยะเวลาในการผ่านพิธีการศุลกากร ลดค่าใช้จ่าย และลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ สร้างความโปร่งใส ความพึงพอใจต่อผู้ใช้บริการ อันเป็นการตอบรับ Ease of doing business ภายใต้พันธกิจด้านอำนวยความสะดวกทางการค้า ด้านสังคม และความมั่นคงของประเทศต่อไป”

“โครงการความร่วมมือดังกล่าว เริ่มต้นขึ้นเมื่อราวตุลาคมปีที่ผ่านมา โดยเลือกใช้แพลตฟอร์ม เทรดเลนส์ กับการตรวจรับสินค้าทางเรือ ที่ท่าเรือแหลมฉบังเป็นแห่งแรกในประเทศ ซึ่งปัจจุบันได้เชื่อมต่อระบบของการท่าเรือเข้ากับเครือข่ายกว่า 100 องค์กรในแพลตฟอร์มเสร็จเรียบร้อย และอยู่ในช่วงพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อเรียกดูข้อมูลสำหรับเจ้าพนักงาน จากนั้นคาดว่าภายใน 3 เดือนจะเริ่มเห็นผลลัพธ์จากระบบและสามารถประเมินความคุ้มค่าเพื่อนำไปใช้กับท่าเรืออื่นๆ ในประเทศต่อไป”

TradeLens Platform with Blockchain Technology

TradeLens Platform IBM Customs4การพัฒนาเทคโนโลยีของกรมศุลกากร

กรมศุลกากร มีพัฒนาการด้านเทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงบริการและกระบวนการทางศุลกากรมาอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งปีแต่ 2541 ได้เริ่มให้บริการระบบ Electronic Data Interchange (EDI) เพื่อการแลกเปลี่ยนเอกสารทางธุรกิจ จากนั้นในปี  2548 มีการทำข้อตกลงในระดับอาเซียน ASEAN Single Window (ASW) เพื่อเชื่อมต่อการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จโดยใช้เอกสารและข้อมูลการค้า/ศุลกากรเดียวกันและตัดสินใจในการตรวจปล่อยสินค้าเพียงครั้งเดียว

ปี 2548 กรมศุลกากรเป็นเจ้าภาพในการจัดตั้งระบบ National Single Window (NSW) ซึ่งเป็นระบบการบริการเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยงานภาครัฐและ ภาคธุรกิจ (G2G,G2B และ B2B) สำหรับการนำเข้า ส่งออก และโลจิสติกส์รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างประเทศ สมาชิกอาเซียน และประเทศในภูมิภาคอื่นๆ

ต่อมาปี 2549 กรมศุลกากรได้นำร่องระบบ e-Customs สำหรับการส่งสินค้าขาออก และปี 2551 ได้เปิดบริการ e-Customs เต็มรูปแบบทั่วประเทศ ซึ่งสามารถช่วยให้บริการทางศุลกากรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร ทั้งสำหรับการนำเข้า (e-Import) การส่งออก (e-Export) การรับชำระเงินผ่านธนาคาร (e-Payment) และการโอนย้ายภายในประเทศ และล่าสุดที่พัฒนาระบบการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า/ส่งออก และโลจิสติกส์ด้วยเทคโนโลยี Blockchain

โดยกรมศุลกากรได้วางแผนงานและทิศทางการพัฒนาในระยะ 1-2 ปีเอาไว้ นั่นคือในปี 2563 จะพัฒนาระบบการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับ e-Commerce รวมถึงศึกษาและออกแบบระบบการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลนำเข้า/ส่งออกทางไปรษณีย์ และได้ตั้งเป้าหมายที่จะศึกษาและออกแบบเพื่อพัฒนาระบบที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่าง AI และ Big Data

ไอบีเอ็มช่วยยกระดับการค้าการลงทุนให้ทันสมัย

ปฐมา จันทรักษ์ รองประธานด้านการขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศอินโดจีน และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด

ปฐมา จันทรักษ์ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด

ปฐมา จันทรักษ์ รองประธานด้านการขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศอินโดจีน และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไอบีเอ็ม ประเทศไทย กล่าวว่า “เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับทางกรมศุลกากรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจทั้งภายในและระหว่างประเทศ”

“เราเชื่อว่าแพลตฟอร์มเทรดเลนส์และการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในหลายๆ ด้าน จะส่งผลดีให้ทุกฝ่ายในระบบนิเวศของการขนส่ง ซึ่งจะยกระดับการค้าการลงทุนให้ทันสมัยทั้งในระดับประเทศ ภูมิภาค และระดับสากล”

ในแต่ละปีสินค้ามูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาทถูกขนส่งระหว่างประเทศ โดย 80 เปอร์เซ็นต์ของสินค้าดังกล่าวส่งผ่านทางอุตสาหกรรมขนส่งทางทะเล ขั้นตอนทางเอกสารต่างๆ สร้างความยุ่งยากให้ระบบขนส่งทั่วโลก ทั้งสร้างความไม่แน่นอน ความไม่ถูกต้องของข้อมูล ความล่าช้าหรือการหยุดชะงักในขั้นตอนการเช็คสินค้าและกรอกข้อมูลด้วยมือ ขาดการประเมินความเสี่ยง การสื่อสารที่ไร้ประสิทธิภาพและมีต้นทุนสูงจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และยังมีความไม่โปร่งใสอีกด้วย

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3
SDWAN NSS Lab
CEBIT 300x250

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com