www.cioworldmagazine.com

 Breaking News
  • 3 เรื่องด่วนที่ CIO ต้องจัดการ รับมือ COVID-19 การ์ทเนอร์แนะ 3 เรื่องด่วน CIO เร่งจัดการรับมือสถานการณ์ไวรัส COVID-19 ชี้ต้องมีแผนและการเตรียมตัวที่ครอบคลุมการดำเนินธุรกิจทั้งหมดและพร้อมนำมาใช้ทันที...
  • Top 10 Strategic Technology Trends for 2020 “Top 10 Strategic Technology Trends for 2020 ภายใต้การเกิดขึ้นของ People-Centric Smart Space ตัวกำหนดกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยี ที่ส่งผลกระทบต่อลูกค้า พนักงาน คู่ค้า สังคม และการดำเนินการทั้งหมดขององค์กร”...
  • Cyber security 2020 “CIO World&Business ได้รวบรวม การคาดการณ์ด้านการรักษาความปลอดภัยที่มีโอกาสจะเกิดขึ้นในปี 2563 จาก ผู้ให้บริการระบบการรักษาความปลอดภัยหลายๆ ราย ทั้งจาก พาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์, ฟอร์ติเน็ต และ เทรนด์ไมโคร ที่มีประโยชน์อย่างมากต่อผู้บริหารในสายเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึง C-Level ในสายงานอื่นๆ ทุกคน”...
  • CIO คือ ผู้นำองค์กรไปสู่ความสำเร็จในอนาคต “ผลการศึกษาฉบับล่าสุดชี้ให้เห็นว่าซีไอโอจะเป็นบุคคลสำคัญในการนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จในอนาคต และความสามารถของซีไอโอในการควบคุมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อสร้าง ขับเคลื่อน จัดการ เชื่อมต่อและปกป้อง คือ ปัจจัยสู่ความสำเร็จของธุรกิจ”...
  • ‘DES’ BIG MISSION DIGITIZING THAI ECONOMY เดินหน้าประเทศไทย สู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล วิสัยทัศน์ 15 คณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมขับเคลื่อนประเทศสู่ดิจิทัล ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เท่าเทียม ทั่วถึง เป็นธรรม...

เทคโนโลยีพลิกโฉมความสำเร็จ ของผู้ค้าปลีกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

เทคโนโลยีพลิกโฉมความสำเร็จ ของผู้ค้าปลีกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
July 11
12:57 2017

เรากำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญในแวดวงธุรกิจค้าปลีก ในยุคที่โลกกายภาพและดิจิทัลพัฒนาควบคู่ไปกับความก้าวหน้าในการเชื่อมต่อทางมือถือ นับเป็นการเร่งการปรับใช้เทคโนโลยี IoT สำหรับภาคธุรกิจค้าปลีกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

2ซีบรา เทคโนโลยีส์ ได้ทำการสำรวจการค้าปลีกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในปี 2560 โดยมีปัจจัยสำคัญ 3 ประการที่ทำให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อความพึงพอใจของลูกค้า ได้แก่ สินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค สินค้าที่ราคาถูกกว่าที่อื่น และสินค้าที่ต้องการไม่ได้วางจำหน่ายในร้านนั้นๆ แต่หากเรามองไปในผลลัพธ์เชิงบวกแล้ว เราสามารถรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี บรรดาผู้ค้าปลีกจำเป็นต้องมองหาอุปกรณ์ที่อัจฉริยะที่สามารถสนับสนุนธุรกิจของตนได้ เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ (IoT) เข้ามามีบทบาทสำคัญตั้งแต่หลังร้าน ซัพพลายเชน และในร้านค้า 

ในปัจจุบันนี้ ร้านค้าจำนวนมากพบกับความท้าทายในเรื่องความสามารถในการมองเห็นสินค้าคงคลัง (in-store inventory visibility challenges) ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นเนื่องจากผู้ค้าปลีกต่างเปิดร้านค้ามากขึ้น รวมทั้งการขยายธุรกิจร้านค้าไปยังตลาดต่างประเทศทำให้ธุรกิจต่างๆมีความหลากหลายด้วยช่องทางออนไลน์  ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเข้าถึงซัพพลายเชนอย่างรวดเร็ว

จากการรายงานพบว่า มีจำนวนเงินกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ทั่วโลกสูญหายไป เนื่องจากความไม่แน่นอนของสินค้าที่มีอยู่ในร้าน จำนวนสินค้าล้นสต็อค จำนวนสินค้าขาดตลาด และสินค้าที่มีจำนวนน้อยลง โดยบริษัท McKinsey & Company คาดการณ์ว่าจำเป็นต้องลดจำนวนสินค้าล้นสต็อคและสินค้าขาดสต็อค ซึ่งจะทำให้เราสามารถลดต้นทุนได้ถึง 10%

จากผลการศึกษาเรื่องการค้าปลีกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในปี 2560 พบว่ามีจำนวน 68% ของผู้ค้าปลีกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกต่างวางแผนที่จะเริ่มมองหาช่องทางการลงทุนในอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์  (IoT ) โดย พบว่ามีจำนวน 65 % จะลงทุนไปกับการเรียนรู้ทางด้านเครื่องจักรและระบบจดจำคอมพิวเตอร์  (Machine Learning/ Cognitive Computing) และ 57% จะลงทุนด้านการนำเครื่องจักรมาใช้แทนแรงงานคนในการทำงาน

สำหรับเทรนด์การค้าปลีกแบบช่องทาง Omni-channel กำลังเข้าสู่รูปแบบ “ฟิจิทัล” สำหรับร้านค้าทางกายภาพได้กลายมาอยู่ในรูปแบบดิจิทัล อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในปัจจุบันประเทศไทยจะเฟื่องฟูไปด้วยธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (จากนักช้อปจำนวน 7.9 ล้านผู้คนในปี 2559) ทว่าร้านค้าแบบดั้งเดิมนั้นยังถือเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้ประสบการณ์การบริโภคในร้านค้าเป็นไปอย่างธรรมชาติ ผู้ค้าปลีกต่างเพิ่มเทคโนโลยีเข้าสู่ร้านค้า เปลี่ยนพื้นที่ทั้งหมดให้เป็นร้านค้าที่ทันสมัย โดยใช้ความรู้สึกที่ทำให้สามารถจับสถานที่และการเคลื่อนไหวของทุกสิ่งได้อย่างแท้จริง

3ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ  ผู้บริโภค และสินทรัพย์ทั้งหลาย รวมทั้งการแปลข้อมูลดังกล่าวให้อ่านออกได้อย่างง่ายดาย ทำให้เกิดการแข่งขันในทิศทางบวก ร้านค้าแบบฟิจิทัลนั้นหลอมรวมโลกที่สมบูรณ์แบบทั้งสองใบเข้าด้วยกัน ทั้งโลกของความพึงพอใจของกายสัมผัสของร้านค้าแบบฟิจิทัลและความเป็นธรรมชาติของอีคอมเมิร์ซ

ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 76% ของผู้ค้าปลีกต่างผสมผสานอีคอมเมิร์ซและประสบการณ์ในร้านค้าให้เป็นเรื่องเร่งด่วนในการประกอบธุรกิจ ซึ่งผลสำรวจไม่ได้ทำให้เราแปลกใจมากนัก 68% ของผู้ประกอบการรายย่อยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะติดตั้งเซนเซอร์ที่สามารถตรวจสอบสินค้าคงเหลือได้ และอีก 76% จะจัดสรรระบบเซนเซอร์ในการติดตามลูกค้า ซึ่งช่วยให้ผู้ค้าปลีกสามารถทราบได้เมื่อมีลูกค้าเป้าหมายเข้ามาในร้านค้า ทำให้สามารถเตรียมการสำหรับลูกค้าแบบเป้าหมายที่มาเยี่ยมชมร้านค้าได้

ขณะเดียวกันประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบกำหนดเองของผู้บริโภค ถือเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการค้าปลีกแบบดิจิทัล ทั้งการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในเวลาที่ผู้บริโภคต้องการ บรรดาเว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์นั้นต่างเชี่ยวชาญในเรื่องนี้เป็นอย่างมากด้วยการบันทึกข้อมูลและการใช้ประโยชน์จากข้อมูลการจับจ่ายของผู้บริโภค ทำให้ผู้ค้าปลีกสามารถอ้างอิงไปยังสินค้าหรือการบริการที่มีความคล้ายคลึงกัน เพื่อตอบสนองสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ

ในพื้นที่ทางกายภาพ บรรดาผู้ค้าปลีกต่างกำลังมองหาเทคโนโลยีการระบุพิกัดขนาดไมโครเพื่อค้นหาลูกค้าและเสริมสร้างประสบการณ์ส่วนบุคคลแก่พวกเขา ตัวอย่างเช่น บีคอนส์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับการติดตั้งในจุดติดต่อดิจิทัลของร้านค้า เช่น ชั้นวางป้าย ชั้นโชว์ผลิตภัณฑ์และที่สามารถโต้ตอบกับสมาร์ทโฟนของลูกค้าผ่านสัญญาณบลูทูธพลังงานต่ำ บีคอนส์สามารถส่งสัญญาณในสภาพแวดล้อมที่สัญญาณและสามารถเข้าถึงเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์กับลูกค้าหลายคนภายในร้านค้า ด้วยเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ระบุพิกัด สามารถช่วยให้ติดตามลูกค้าที่เข้ามาในร้าน และเกิดการผลิตข้อมูลเป็นจำนวนมาก เช่น ผลิตภัณฑ์หรือหมวดหมู่ร้านค้าที่เคยจับจ่ายซื้อของเพื่อเพิ่มความต้องการและยอดขาย ซึ่งจะช่วยให้ผู้ค้าปลีกสามารถสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการช้อปปิ้งของลูกค้าและรูปแบบการซื้อสินค้า และทำให้ร้านค้าปลีกสามารถตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด เช่นการจัดเรียงผลิตภัณฑ์ที่ขายดีในลักษณะที่น่าสนใจมากขึ้น โดยแสดงในที่เห็นได้ชัดหรือเพิ่มระดับสินค้าคงคลัง

การวิเคราะห์ข้อมูลถือเป็นหัวใจสำคัญของการค้าปลีกแบบดิจิทัล กระนั้นก็ยังคงอยู่ในระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ของร้านค้า แต่ทว่าในระยะยาวนั้นจะไม่มีข้อจำกัด  ซึ่ง 72% ของผู้ค้าปลีกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้โหวตให้การจัดการข้อมูลบิ๊กดาต้า (Big Data)เข้ามามีบทบาทสำคัญทางธุรกิจ

สำหรับผู้ค้าปลีกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ต้องการแข่งขันกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง การเปิดรับเทคโนโลยีนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาเป็นลำดับแรก ผู้ประกอบการหลายๆคนได้เริ่มเปิดรับเทคโนโลยีหรือบางคนอาจจะมีการวางแผนที่จะเพิ่มความสามารถผู้ทำงานระดับแนวหน้าด้วยการใช้เทคโนโลยี รวมทั้ง อุปกรณ์อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (IoT) เซนเซอร์การติดตาม การเชื่อมต่อ และเครื่องมือการวิเคราะห์ข้อมูล ยกตัวอย่างเช่น 86% ของผู้สำรวจแบบสอบถามต่างริเริ่มการวางแผนที่จะลงทุนในอุปกรณ์มือถือ ณ จุดขาย  ซึ่ง 84% ลงทุนกับคอมพิวเตอร์มือถือและสแกนเนอร์ 86% ลงทุนกับแท็บเล็ตและอีกกว่า 77% กับร้านค้าขนาดเล็กที่ตั้งไว้ในจุดที่ลูกค้ามักเดินผ่าน

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com