www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

เปิดอก Claim Di เปลี่ยนความฝัน สู่ความสำเร็จ Startup Series B

เปิดอก Claim Di เปลี่ยนความฝัน สู่ความสำเร็จ Startup Series B
July 07
17:03 2020

ถอดความจากวงเสวนา เอาความรู้จาก ดร.ชูพรรณ โกวานิชย์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทเมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และกิตตินันท์ อนุพันธ์ คนปั้น Claim Di ให้ประสบความสำเร็จ

 

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมกับคณะบัญชี มหาวิทยาลัยศรีปทุม เรียนกับตัวจริง ประสบการณ์จริง จัดเสวนาพิเศษ Tech Talk Season 4#11ในหัวข้อ “เปิดใจ คู่หู Claim Di เปลี่ยนความฝัน สู่ความสำเร็จ Startup Series B โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรพิเศษ ดร.ชูพรรณ โกวานิชย์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทเมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และกิตตินันท์ อนุพันธ์ (แจ๊ค) CEO บริษัท Anywhere to go ณ ห้อง Auditorium 1 อาคาร 40 ปี มหาวิทยาลัยศรีปทุมพอสรุปประมวลความได้ดังต่อไปนี้

ดร.ชูพรรณ เล่าว่า เรียนจบมาทางด้านการเงินและก็มาทำงานอยู่บริษัททางด้านไอทีอยู่ 8 ปี ตอนนี้เป็นโค้ชให้กับหลายบริษัท ตัวอย่าง Application Claim Di ซึ่งประสบความสำเร็จจากบริการแอปพลิเคชันด้านประกันภัยรถยนต์ รายแรกๆ ของประเทศไทย

ชูพรรณ เริ่มต้นด้วยคำถามที่หลายคนสงสัย คือ การทำสตาร์ทอัพได้เงินทุนมาจากไหน? ซึ่งหลายๆ แห่งเริ่มต้นจากการวิจัย แล้วต่อยอดเป็นไอเดีย “พวกเราเป็นกลุ่มแรกที่ทำเรื่อง Startup ขึ้นไปถึง Series A และสามารถระดมทุนได้ถึง1 ล้านดอลลาร์แต่นั่นยังไม่ใช่ความสำเร็จ เพราะเป้าหมายที่แท้จริงคือ การไปสู่ Startup ระดับ Unicorn” ชูพรรณ กล่าว

“ปัจจุบัน การขอเงินทุนไม่ใช่เรื่องยาก เพราะมีหลายหน่วยงานที่พร้อมลงทุน ทั้งจากรัฐบาล บริษัทเอกชนหลายแห่งรวมถึงมหาวิทยาลัยก็มีทุนสนับสนุนให้ เงินที่ได้มาส่วนใหญ่เป็นเงินให้เอาไปใช้ในเรื่องเกี่ยวกับการตลาด

ซึ่ง Startup ต้องเร่งสร้างธุรกิจให้เกิดขึ้นเร็ว นี่คือจุดต่างจากในอดีตที่กว่าจะสร้างธุรกิจได้ต้องใช้เวลาร่วม 10 ปีสำหรับขณะนี้ คาดว่าในประเทศไทยมี Startup เป็นแสนราย”

การทำ Startup_Claim Di มี 4 Modules คือ: (1). เมื่อเกิดอุบัติเหตุก็กดแอปพลิเคชัน (2). การชนแห้ง เช่น ชนเสา ไม่มีคู่กรณี ถ่ายภาพเอาไว้แล้วส่งให้ทางบริษัทประกันภัย เมื่อก่อนพนักงานประกันภัยต้องขับรถไปดูเหตุการณ์ (3). การทำประกันต้องตรวจสภาพรถ นัดตรวจสภาพรถ (4). น็อคฟอร์น็อค ต่างคนต่างก็มีประกัน เมื่อดูภาพก็จะเห็นชัดเจนว่า ใครถูกใครผิด ซึ่งอันนี้เป็นปัญหาใหญ่ของประกันภัย

การทำ Startup_ต้องมีไอเดีย เมื่อได้ไอดียแล้ว ต้องเอาไปให้คนอื่นหลายๆ คนดู แล้วจึงนำมาทดสอบ (Test) เมื่อทดสอบแล้วก็หาคนมาช่วยกันพัฒนา ก็จะสามารถทำให้งานดำเนินต่อไปได้ ไอเดียดีกว่าเงิน ถ้าหากมีไอเดีย หรือความคิดดีนั้น สามารถนำไปจดสิทธิบัตร และอนุสิทธิบัตรได้ ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นมาแล้วก็เป็นลิขสิทธิ์เช่นเดียวกัน

คนที่พัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นมาก็เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เพราะหากไม่ไปจดลิขสิทธิ์ เวลาโด่งดังขึ้นมาแล้วจะมีปัญหาภายหลัง ความจริงเรื่องของซอฟต์แวร์นั้น คนที่เป็นคนต้นคิดจะเป็นเจ้าของสิทธิบัตร ส่วนผู้พัฒนาจะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ แต่ต้องมีกระบวนการที่ชัดเจน

การจดทะเบียน IP นั้น สามารถจดได้ทั่วโลกในการทำสตาร์ทอัพต้องหาโซลูชั่นให้ได้ หลังจากได้โซลูชั่นแล้ว ต้องมาทำเรื่องการเงิน กลยุทธ์ในการวิเคราะห์ใช้ ตัวแบบของปัจจัยกดดันทั้ง 5 (Five Force Models) ของ Michael E. Porter เป็นเครื่องมือสำหรับวิเคราะห์คู่แข่ง สภาพแวดล้อมการแข่งขัน เพื่อวางแผนกลยุทธ์ที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ

ดร.ชูพรรณ โกวานิชย์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทเมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)

สำหรับ Application Claim Di นั้น ในปี ค.ศ.2014 กิตตินันท์ อนุพันธ์ ได้ส่งแอปพลิเคชันที่มีชื่อว่า Claim Di (เคลมดิ) เข้าประกวด ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันเกี่ยวกับประกันภัย จัดเป็น Startup ประเภทหนึ่ง และได้รับรางวัลชนะเลิศจากโครงการ Dtac AccelerateBatch2

เป็นแอปพลิเคชันที่สร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจประกันภัย ซึ่งมีความแตกต่างไม่เหมือนใคร และสามารถแก้ไขปัญหาที่ธุรกิจประกันภัยที่ประสบกับปัญหากันมานานที่เรียกกันว่า Pain Point เช่น เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนกัน เมื่อก่อนต้องใช้เวลารอนานมากกว่าตัวแทนประกันจะมาถึง

แต่ปัจจุบันสามารถใช้แอปพลิเคชัน Claim Di ได้ โดยไม่ต้องเสียเวลารอนาน และสามารถออกใบเคลมประกันผ่านทางโทรศัพท์สมาร์ทโฟนได้ แอปพลิเคชัน Claim Di นี้ ตอนแรกได้งบ 1.5 ล้านบาท แต่พอวันรุ่งขึ้นมูลค่างานได้เพิ่มขึ้นมาจนได้งบถึง 20 ล้านบาท นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า หากไอเดียดี ความคิดดี เดี๋ยวเงินก็เข้ามาเอง

ดังนั้น Claim Di จึงเป็นแอปพลิเคชันของคนไทยที่สามารถก้าวขึ้นมาถึง Series A ได้ ซึ่งเดิมเป็น Prototype มาจาก Series B ทางเราต้องประเมิน Solution ด้วย Business Model Canvas ทำให้สามารถประหยัดเวลาได้ 80% สามารถประหยัดเงินได้ 90% และมีความถูกต้องป้องกันการโกงได้ 100%

สำหรับ Business Model Canvas เป็นเครื่องมือที่ Alex Osterwalder และ Yves Pigneur คิดขึ้น สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังคิดจะ “ลงทุน” เพื่อประโยชน์ได้แก่ (1) ทำให้เข้าใจภาพรวมและรู้รายละเอียดของธุรกิจได้มากขึ้น (2) ทำให้ปิดช่องว่างรูปแบบการทำธุรกิจช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถมองเห็นภาพรวม (Visualizing)

(3) การมองเห็นได้ครบทุกมิติมากขึ้นช่วยให้ผู้ประกอบการประเมินความเสี่ยงในการลงทุนสามารถตอบโจทย์สำคัญของการทำธุรกิจนั่นคือทำอย่างไรให้มี กำไร

และ Business Model Canvas ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก คือ (1) ทำอย่างไร (HOW) (2) ทำอะไร (What) (3) ทำให้ใคร (Who) และ (4) เงินที่เกี่ยวข้อง (Money) นอกจากนี้ ยังมี หลักการ 4 ประการเพื่อเตรียมข้อมูล Business Canvas คือ (1) ทำอะไร (2) ขายให้ใคร (3) ทำอย่างไร (4) คุ้มค่าแค่ไหน

กิตตินันท์ อนุพันธ์ CEO บริษัท Anywhere to go

สำหรับ กิตตินันท์ อนุพันธ์ ผู้บริหาร Claim di อธิบายว่า การทำ Startup อาจจะเริ่มจากธุรกิจครอบครัว ธุรกิจที่พ่อ-แม่ทำอยู่แล้ว เช่น การส่งผัก อย่าเริ่มจากสิ่งที่คุณไม่รู้จัก แต่ควรจะเริ่มจากสิ่งที่คุณชำนาญ รู้เรื่องจริงเท่านั้น

สำหรับเรื่องเกี่ยวกับอุบัติเหตุนั้น เมื่อก่อนเวลาเกิดอุบัติเหตุรถชนกัน ต้องใช้การถ่ายรูปถึง 36 รูป แล้วนำไปล้าง เมื่อล้างรูปเสร็จแล้ว ส่งไปให้บริษัทประกัน เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น กว่าจะเคลมประกันได้ใช้เวลานานมาก ในวันหนึ่งพนักงานประกันสามารถทำได้เพียง 3 งาน

ปัญหาของ Startup

ถ้าถามว่า การทำ Startup_เจอปัญหาอะไรบ้าง? การทำ Startup และ SMEs นั้นต้องทำด้วยใจรัก ไม่อยากทำตามแฟชั่น ตัวเราเองไม่อยากทำงานบริษัท เรียนจบมาทางด้านศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เมื่อเรียนจบมาแล้วไปเจอเหตุการณ์อุบัติเหตุอย่างนี้ จึงคิดว่า น่าจะนำเอามาทำประโยชน์อะไรได้บ้าง

Startup และ SMEs ต้องสามารถทำเงินได้ เราต้องเปลี่ยนแปลงตนเอง คำว่า Startup_กับ SMEs แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแก้ปัญหา วัฒนธรรมขององค์กร ความเป็นเจ้าของกิจการก็แตกต่างกัน “SMEs ทุกคนไม่ได้เป็น Startup_แต่ Startup_คือ SMEs” สรุปความคือ Startup_คือ SMEs แต่มีการเปลี่ยนแปลงคือมีจุด Big Point หมายความว่า พอมาถึงจุดหนึ่งแล้วต้องเปลี่ยน

เราต้องล้างจิตใจเราทุกคนเรียกกันว่า เราต้องมีความรักอย่างหลงใหล (Passion) เมื่อเราอยากจะทำอะไรก็ให้รีบทำ เช่น พี่ตูน ตอนวิ่งการกุศลก็เจอปัญหามากมาย ถ้าเราทำในสิ่งที่เรารักเราก็จะทำได้ แต่ถ้าทำในสิ่งที่อยากทำ ไม่อาจจะประสบความสำเร็จได้ ดังนั้น ต้องทำจิตใจเราให้มีความรักในสิ่งที่ทำแล้วมันจะทำให้จิตใจเรามีพลังมหาศาลทีเดียว

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget