www.cioworldmagazine.com

 Breaking News
  • ไอบีเอ็ม จับมือพาร์ตเนอร์กว่า 20 รายจัดสัมมนาออนไลน์ IBM Solutions Summit 2021 powered by IBM Partners CIO World&Business ขอเรียนเชิญ CEOs, Owners/founders, COOs, CIOs, CTO, IT directors, Line of Business leaders, Senior IT professionals, IT Manager, Cloud Engineer, Data Center Engineer, ผู้ดูแลระบบ IT และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วม IBM Virtual...
  • วริษา อนันตรัมพร กับภารกิจสร้าง อินเตอร์ลิ้งค์ 4.0 สัมภาษณ์พิเศษ วริษา อนันตรัมพร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ดิจิทัลเนทีฟตัวจริง ที่ก้าวขึ้นมาสานต่อภารกิจของ สมบัติ–ชลิดา อนันตรัมพร เพื่อนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จแบบมืออาชีพอีกครั้ง และอีกครั้ง...
  • Key Processes of PDPA เก็บเกี่ยวความรู้จาก ดร.รัฐิติ์พงษ์ พุทธเจริญ หนึ่งในผู้คร่ำหวอดในวงการวางกลยุทธ์การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ถึงแนวคิดและหัวใจสำคัญของการปรับกระบวนการขององค์กรให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และหาคำตอบถึงกลไกที่ทำให้องค์กร ประสบความสำเร็จในการสร้างกระบวนการให้สอดคล้องกับ PDPA...
  • สำรวจความพร้อม KTC บนถนนสายดิจิทัล สำรวจความพร้อมของ KTC ในมุมมองของ วุฒิชัย เจริญผล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – Information Technology บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) การก้าวไปสู่ธุรกิจดิจิทัล กับยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อพลิกโฉมให้มี Digital service, Digital product และ Digital channel เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าและการแข่งขันในโลกดิจิทัล...
  • 10 แนวโน้มเทคโนโลยีในกิจการภาครัฐ 10 อันดับแนวโน้มเทคโนโลยีพลิกโฉมกิจการภาครัฐแห่งปี 2564 ประกอบด้วย เทคโนโลยีด้านความปลอดภัย การควบคุมค่าใช้จ่าย และการจัดการความท้าทายด้านประสบการณ์ของประชาชนต่อภาครัฐ...

การทำธุรกิจแบบติดเทอร์โบ

การทำธุรกิจแบบติดเทอร์โบ
April 12
12:10 2018

“เรียบเรียงองความรู้จากวงเสวนาเรื่อง ธุรกิจติดเทอร์โบ จาก โอฬาร วีระนนท์เจ้าของธุรกิจ Crowdfunding จาก ดูเรียน คอร์ป ที่ชี้ให้เห็นถึงโอกาสของคนในแต่ละยุค จากยุคล่าสัตว์ถึงธุรกิจสตาร์ดอัพ ที่โอกาสของคนไทยมีเท่ากับฝรั่งในการสร้างนวัตกรรมแห่งความสำเร็จ”

เมื่อตุลาคม พ.ศ.2560 ที่ผ่านมา คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้ร่วมกันจัดเสวนาพิเศษ Teck Talk#6 ให้ความรู้กับนักศึกษา เรื่อง “ธุรกิจติดเทอร์โบ” โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรพิเศษ โอฬาร วีระนนท์ (บอม) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดูเรียน คอร์ปอเรชั่นจำกัดและผู้อำนวยการบริหารหลักสูตร DSTARTUPbySPU เจ้าของผลงานหนังสือระดับ Best Seller “คอนเนคชั่นพันล้าน สานเองได้” ณ ห้อง Auditorium 1 อาคาร 40 ปี มหาวิทยาลัยศรีปทุม พอสรุปประมวลความได้ดังนี้

เริ่มต้นด้วยกิจกรรมที่โอฬารต้องการแฝงแนวคิดบางอย่างลงไปคือ ให้นักศึกษาทำความรู้จักกัน ทั้งคนที่นั่งอยู่ด้านข้าง ด้านหน้า และด้านหลัง และให้นักศึกษาได้ทำความรู้จักกันโดยการบอกให้แนะนำชื่อตนเอง ถามชื่อผู้อื่น และเอามือแตะที่บ่าและทำการนวดให้กัน เพื่อเพิ่มกระชับความสัมพันธ์ให้แนบแน่นมากยิ่งขึ้น โดยอธิบายว่า การได้รู้จักคนเพิ่มมากขึ้นในแต่ละวันที่เรียกว่า คอนเนคชั่น (Connection) นั้น ช่วยให้เป็นประโยชน์อย่างมากในการทำธุรกิจ

1บอม ผ่านชีวิตวัยเรียนมาค่อนข้างสวยหรู จบด้านเศรษฐศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถมได้ทุนไปเรียนต่อที่ประเทศนอร์เวย์ โดยรวมนั้นเขาเป็นนักเรียนทุนมาตลอด มีสะดุดบ้างแต่ก็ฟันฝ่าจนเรียนสำเร็จ ส่วนชีวิตวัยทำงานของเขานั้นก็ กล่าวได้ว่า กำลังมีอนาคตที่ดี เคยทำงานที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอยู่ 10 ปี แล้วลาออกมาจับธุรกิจCrowdfundingการเป็นตัวกลางในการสนับสนุนและเชื่อมโยงระหว่างนักลงทุน กับผู้ประกอบกอบที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ให้สามารถต่อยอดทั้งในเชิงธุรกิจ พันธมิตรและสังคม

จากประสบการณ์บนถนนสายธุรกิจ ถึงจุดหนึ่งที่เขาอยากแบ่งปันความรู้สู่สังคมถึงเคล็ดแห่งความสำเร็จ และได้รับเชิญไปพูดเรื่องต่างๆ เพื่อสร้างความสำเร็จมากมาย รวมถึงในวาระการพูดที่มหาวิทยาลัยศรปทุมครั้งนี้ กับหัวเรื่องธุรกิจติดเทอร์โบ ซึ่งโอฬาร ได้อธิบายถึงคุณลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปของคนที่ประสบความสำเร็จในแต่ละยุคสมัย

ยุคแรก Hunterเป็นยุคของนักล่า หรือมนุษย์เร่ร่อน ในยุคนั้นคนตัวโต มีรูปร่างใหญ่จะได้เปรียบและได้รับการยกย่องให้เป็นหัวหน้าเผ่า เพราะมีร่างกายที่กำยำแข็งแรง ต้องมีการใช้พละกำลังและมีการล่าสัตว์มาเพื่อเป็นอาหาร ยุคต่อมาเป็นยุค Growerเป็นยุคของการเพาะปลูก หรือเกษตรกรรม เป็นยุคที่มีความมั่นคงกว่าการเป็นนักล่า มีการลงหลักปักฐาน สร้างสมความรู้ด้านการเพาะปลูกเพื่อยังชีพ มีที่ดินทำกินเพื่อเป็นฐานการผลิตพืชพันธุ์การเกษตรชนิดต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง ทำให้มีเวลาในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ มากมาย จึงเกิดเป็นอารยธรรมใหญ่ๆ ขึ้นมา เช่น อาณาจักรโรมัน จีน อินเดีย ตลอดถึงในแถบยุโรป

ยุค Warrior ยุคนักรบ หรือทหาร สามารถปล้นสะดมอาหารจากผู้เพาะปลูกมาเป็นของตนเองได้ ยุคต่อมา คือ Craftsman เป็นยุคของช่างฝีมือ สามารถประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ขึ้นมาได้ เช่น ช่างแกะสลัก, ช่างตีดาบ และได้เมืองมาจากการชนะสงคราม ยุค Explorer การสำรวจ เป็นการเดินทางสำรวจพื้นที่สำรวจทะเลเพื่อแสวงหาทรัพย์สมบัติในดินแดนที่ห่างไกล เช่น คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ที่ค้นพบทวีปอเมริกา

ยุค Merchant พ่อค้า เป็นการนำสิ่งของจากดินแดนต่างๆ ออกมาขาย เช่น การเกิดของเส้นทางสายไหมยุค Mechanizerเป็นการผลิตที่ใช้เครื่องจักรกลผลิตเพื่อทำงานให้รวดเร็วขึ้น ยุค Industrialist นักอุตสาหกรรมเป็นยุคที่เครื่องใช้ไฟฟ้าทำให้สิ่งต่างๆ รวดเร็วขึ้นยุค Oil drillerเครื่องเจาะน้ำมัน เช่น Exxon Mobil เป็นยุคที่นักอุตสาหกรรมต้องเติมน้ำมันรถยนต์ยุค Corporate Executive ผู้บริหารองค์กรขนาดใหญ่ เช่น ชิคเว่ ซีอีโอของ GE, ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือยุคการผลิตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น GM (General Motor) นับว่าเป็นยุคของบรรษัทครองโลก มีการควบรวมบริษัทเข้าด้วยกัน

2

ยุค Financier นักการเงินยุคนี้เป็นยุคของการซื้อ และขายบริษัท มีการซื้อขายกันในตลาดเงินตลาดทุน มีการซื้อและขายกระดาษกันได้ เป็นยุคเติบโตของมนุษย์ทองคำ ซึ่ง โอฬารให้ข้อสังเกตว่า คนที่จะประสบความสำเร็จได้นั้นมีอยู่ 2 อย่าง คือ (1) โอกาสดี และ (2)การเตรียมพร้อม ในยุคนี้เป็นยุคการเคาะกระดานหุ้น ใครเคาะให้ราคาสูงสุดคนนั้นก็ได้ไป

ยุคสุดท้าย Startupเป็นยุคของบริษัทเล็กๆ ที่สามารถสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ได้เร็วกว่าองค์กรขนาดใหญ่ โดยมีแนวคิดที่ดี มีแรงบันดาลใจที่ดี

ยุค Startup ในยุคนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ.2001 ขอยกตัวอย่างเปรียบเทียบบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา กับประเทศไทย ตั้งแต่ปี ค.ศ.2001-2016 เมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้ว บริษัทที่ทำกำไรต่อปีได้มากที่สุดเป็นแสนล้าน ถึงหนึ่งล้านล้านบาท จะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีทุนมหาศาล ก่อตั้งมามีอายุเป็น 100 ปี มีพนักงานตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นหรือหลักล้านคน และได้กำไรมากที่สุดติด 5 อันดับแรกของสหรัฐอเมริกา ได้แก่ บริษัท GE, บริษัท Microsoft, บริษัท Exxon Mobil, บริษัท CITI Bank และบริษัท Walmartส่วนบริษัทของประเทศไทยในปี ค.ศ.2001 บริษัทยักษ์ใหญ่ได้แก่ บริษัท AIS, ธนาคารกรุงไทย (KTB), บริษัท ปตท. (PPT), บริษัท ปตท.สผ. (PPTSP) และบริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (SCG)

แต่พอมาในปี ค.ศ.2016 ในจำนวน 5 บริษัทยักษ์ใหญ่ของอเมริกาหายไปเกือบหมด มี 5 บริษัทยักษ์ใหม่เกิดมาแทนที่ได้แก่ บริษัท Apple, บริษัท Alphabet หรือ Google, บริษัท Amazon, บริษัท Facebook ส่วนบริษัทเก่าที่ยังคงเหลืออยู่เพียงบริษัทเดียวคือ บริษัท Microsoft บริษัทเหล่านี้เริ่มต้นจากคนเพียง 2-3 คน

ตัวอย่างเหล่านี้คือ โมเดลของ Startup เพราะฉะนั้นในสหรัฐอเมริกามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก ส่วนในประเทศไทยไม่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วเท่าอเมริกา ในปี ค.ศ.2016 บริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศไทยยังคงเป็นบริษัทเดิมๆ ได้แก่ บริษัท ปตท.บริษัท SCGSP บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด, ธนาคารไทยพาณิชย์, และบริษัทซีพีออลล์ที่เป็นเช่นนี้ เพราะความไม่สมบูรณ์ของข้อมูล ในสมัยก่อนถ้าบริษัทไหน ประเทศไหนอยากเจริญ ต้องไปดูงานที่อเมริกา ซึ่งมีความเจริญก้าวหน้ากว่าประเทศไทยประมาณ 20 ปี หรือยุโรป หรือมีการส่งลูกหลานไปเรียนหนังสือในประเทศเหล่านั้น เพื่อนำโมเดลทางธุรกิจ (Business Model) เหล่านั้น กลับเอามาพัฒนาบริษัทและประเทศของตนเอง

แต่ปัจจุบันจะเห็นได้ว่า บริษัทที่มีทุนขนาดใหญ่เหล่านั้นจะเริ่มหายไปเรื่อยๆ เพราะเทคโนโลยีและนวัตกรรมทำให้มีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น ในปัจจุบันนี้ เช่น การเปิดตัว iPhone ในสหรัฐอเมริกา สามารถรับรู้ได้ในเวลาเดียวกันในประเทศไทยซึ่งหมายความว่าทุกคนทั่วโลกมีโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเท่ากัน และก็มีโอกาสที่จะเป็นผู้คิดและสร้างสรรค์ความสำเร็จในเชิงธุรกิจได้มากเท่าๆ กับบริษัทใหญ่ โลกเปลี่ยนไป โอกาสของทุกคนมาถึงแล้ว

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Interview: Digital Disruption

Interview: New Roles CISO

Interview: Next Gen SOC

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com