www.cioworldmagazine.com

 Breaking News
  • 3 เรื่องด่วนที่ CIO ต้องจัดการ รับมือ COVID-19 การ์ทเนอร์แนะ 3 เรื่องด่วน CIO เร่งจัดการรับมือสถานการณ์ไวรัส COVID-19 ชี้ต้องมีแผนและการเตรียมตัวที่ครอบคลุมการดำเนินธุรกิจทั้งหมดและพร้อมนำมาใช้ทันที...
  • Top 10 Strategic Technology Trends for 2020 “Top 10 Strategic Technology Trends for 2020 ภายใต้การเกิดขึ้นของ People-Centric Smart Space ตัวกำหนดกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยี ที่ส่งผลกระทบต่อลูกค้า พนักงาน คู่ค้า สังคม และการดำเนินการทั้งหมดขององค์กร”...
  • Cyber security 2020 “CIO World&Business ได้รวบรวม การคาดการณ์ด้านการรักษาความปลอดภัยที่มีโอกาสจะเกิดขึ้นในปี 2563 จาก ผู้ให้บริการระบบการรักษาความปลอดภัยหลายๆ ราย ทั้งจาก พาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์, ฟอร์ติเน็ต และ เทรนด์ไมโคร ที่มีประโยชน์อย่างมากต่อผู้บริหารในสายเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึง C-Level ในสายงานอื่นๆ ทุกคน”...
  • CIO คือ ผู้นำองค์กรไปสู่ความสำเร็จในอนาคต “ผลการศึกษาฉบับล่าสุดชี้ให้เห็นว่าซีไอโอจะเป็นบุคคลสำคัญในการนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จในอนาคต และความสามารถของซีไอโอในการควบคุมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อสร้าง ขับเคลื่อน จัดการ เชื่อมต่อและปกป้อง คือ ปัจจัยสู่ความสำเร็จของธุรกิจ”...
  • ‘DES’ BIG MISSION DIGITIZING THAI ECONOMY เดินหน้าประเทศไทย สู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล วิสัยทัศน์ 15 คณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมขับเคลื่อนประเทศสู่ดิจิทัล ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เท่าเทียม ทั่วถึง เป็นธรรม...

เผยเคล็ดลับ พลิก Idea สู่รูปแบบธุรกิจ Startup

เผยเคล็ดลับ พลิก Idea สู่รูปแบบธุรกิจ Startup
March 24
17:51 2020

“เผยเคล็ดลับ พลิก Idea สู่รูปแบบธุรกิจ Startupจากมุมมองของ ปทิดา รุจิโมระศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพ พระจอมเกล้าลาดกระบัง กับการทำธุรกิจที่เน้นความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล”

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมกับคณะบัญชี มหาวิทยาลัยศรีปทุม เรียนกับตัวจริง ประสบการณ์จริง จัดเสวนาพิเศษ Tech Talk Season 4#7 ในหัวข้อ “จากจุดเล็ก ให้ได้ล้าน เผยเคล็ดลับ พลิก Idea สู่รูปแบบธุรกิจ Startup 2019” โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรพิเศษ คือ ปทิดา รุจิโมระ จากศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพสำนักบริหารงานวิจัยและนวัตกรรมพระจอมเกล้าลาดกระบังณ ห้อง Auditorium 1 อาคาร 40 ปี มหาวิทยาลัยศรีปทุมพอสรุปประมวลความได้ดังต่อไปนี้

 

ปทิดา รุจิโมระ ได้ให้ความเห็นการดำเนินธุรกิจแบบStartup ของประเทศไทยนั้น นอกจากจะมีความคิดสร้างสรรค์ หรือมีไอเดียเด็ดแล้ว จำเป็นต้องมีตัวแบบในการดำเนินธุรกิจ 4.0 (Business Model 4.0)ซึ่งคือ การทำธุรกิจที่เน้นความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และต้องวิเคราะห์ให้ชัดเจนว่า เราจะขายสินค้าอะไร ขายให้ใคร ขายอย่างไร ขายที่ไหน ผลิตสินค้าด้วยวิธีกรรมอย่างไรเพื่อให้ใช้ต้นทุนต่ำที่สุดและได้กำไรมากที่สุด

ปทิดา ได้อธิบายถึง Business Model 4.0 ซึ่งเป็นการพลิก Idea จนประสบความสำเร็จ โดยแบ่งแนวคิดออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

หนึ่ง จับคน 2 กลุ่มมาเจอกัน ตัวอย่างเช่น Uberกับ Airbnb ที่ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล ทั้งที่ตัวเองไม่ใช่เจ้าของสินค้า แต่เป็นธุรกิจที่สร้างบริการรูปแบบใหม่มาให้ลูกค้า เกิดมูลค่าในรูปแบบใหม่กับลูกค้าและสอง กลุ่มคนทำงานอาชีพอิสระ (Freelance)ตัวอย่างเช่น WordPress, Skype, LinkedIn, Spotifyเป็นต้น ในขณะเดียวกันต้องสร้างมูลค่าของสินค้าให้มีราคามีค่าสูงสุด (Sale Value)ด้วย

โดยให้ยึดตัวแบบธุรกิจ (Business Model) ดังต่อไปนี้ คือ
1.การนำเสนอสินค้าแก่ลูกค้า (Value Proposition)วิธีการนำเสนอสินค้าแก่ลูกค้านั้น ต้องให้ความสำคัญกับคุณค่าของสินค้าที่มีคุณภาพเป็นอันดับแรก โดยมีลักษณะของคุณค่า (Value Characteristics) ที่ประกอบด้วย ความแปลกใหม่(Newness) ไม่ซ้ำแบบใคร, ผลิตสินค้าด้วยการใช้วิธีลดต้นทุนที่ต่ำที่สุด (Cost Reduction),มีประสิทธิภาพ (Performance), สินค้าต้องสามารถปรับแต่งออกแบบได้ (Customization)

สร้างความเชื่อมั่นให้ตราผลิตภัณฑ์สินค้า (Brand Status), มีการกำหนดราคาที่เหมาะสม (Price), ประเมินความสามารถของสินทรัพย์ หรือสินค้า (Asset Ability), สินค้ามีลักษณะให้ความสะดวกสบาย (Convenient) และท้ายสุดคือการทำงานให้บรรลุความสำเร็จ (Getting the Job Done) ซึ่งหมายถึงวิธีการดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์ที่ดีจึงจะประสบความสำเร็จ
2.การจัดแบ่งกลุ่มลูกค้า (Customer Segmentation)คือ การจัดจำแนกแยกแยะกลุ่มของลูกค้าในแต่ละประเภทได้ และที่สำคัญต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร มีนิสัยอย่างไร ต้องเก็บรายละเอียดข้อมูลของลูกค้าทั้งหมด ทั้งนี้ เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์สินค้าให้กับลูกค้าได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย

ปทิดา รุจิโมระ

โดยการจัดแบ่งกลุ่มของลูกค้านั้น ต้องคำนึงถึงหลัก 4 อย่างคือ (1) หลักการจัดแบ่งส่วน (Segment) เช่น ระดับการศึกษา (2) หลักประชากรศาสตร์ (Demographic) เช่น การจัดแบ่งส่วนตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา รายได้ ระดับเงินเดือน สถานะทางครอบครัว โสด หม้าย กลุ่มคนที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย กลุ่มคนที่ทำงานแล้ว เป็นต้น

(3) หลักจิตวิทยา (Psychographic)จำแนกกลุ่มลูกค้าตามความชอบ หรือความต้องการ เช่น สินค้าสำหรับเด็กต้องมีสีฉูดฉาดสวยงาม, สินค้าสำหรับคนรักสุขภาพ, สินค้าสำหรับผู้สูงอายุ หรือสินค้าสำหรับคนรักการท่องเที่ยวแบบผจญภัย เป็นต้น (4) พฤติกรรม (Behavior) เช่น พฤติกรรมการชอบสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ หรือพฤติกรรมของลูกค้าที่ชอบสินค้าไฮเทค

การเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation) เป็นที่ทราบกันดีว่าปัจจุบันการดำเนินธุรกิจเกือบทุกประเภทล้วนต้องอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นหลัก ทั้งนี้ เพื่อประหยัดงบประมาณ และมีความสะดวกรวดเร็ว ที่สำคัญคือสร้างความพึงพอใจให้กับลุกค้า การเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคดิจิทัลนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 4 ยุค คือ:

ยุค 1.0 Mono-Channel หรือบางครั้งเรียกว่า Single-Chanel เป็นยุคของการดำเนินธุรกิจในช่วงเริ่มแรกเทคโนโลยียังไม่มีการพัฒนามากนัก มีการขายสินค้าผ่านหน้าร้านค้าและเวลาอยากซื้อของก็เดินออกไปซื้อสินค้าที่ร้าน เป็นลักษณะการขายสินค้าเพียงช่องทางเดียว เช่น ร้านค้าโชว์ห่วย และร้านค้าปลีกเล็กๆ ทั่วไป

ยุค 2.0 Multi-Channel ในยุคนี้เป็นยุคที่เทคโนโลยีมีการพัฒนาขึ้นอย่างมาก เกิดมีการใช้อินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วยในการขายสินค้า การขายสามารถทำได้หลายช่องทาง เช่น การขายผ่านอีเมล์ ขายผ่านเว็บไซต์ ลูกค้าสามารถเข้าไปดูสมุดแจ้งรายการสินค้าหรือแคตาล็อกในเว็บไซต์ และทำการสั่งซื้อสินค้า และไปรับสินค้าที่หน้าร้าน ยังไม่ค่อยมีการรีวิวสินค้า การแชร์ หรือการคอมเม้นต์สินค้าอะไรมากนัก

ยุค 3.0 Omni-Channel (รวมกันเป็นหนึ่ง) ยุคของ Mobile หมายถึงการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าที่หลากหลายช่องทาง การเชื่อมโยงช่องทางต่างๆ รวมให้เป็นหนึ่งเดียว โดยผสมผสานช่องทางการสื่อสารเหล่านั้นทั้งออนไลน์และการขายหน้าออฟไลน์ (มีหน้าร้าน)เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าอย่างชาญฉลาดและไร้รอยต่อ ซึ่งเป็นการใช้ระบบการบริหารลูกค้าสัมพันธ์มาเข้าช่วยนั่นเอง

ยุค 4.0 Smart Ecosystems คือระบบนิเวศที่ชาญฉลาด เป็นโลกอีกโลกหนึ่งอยู่ในโลกยุคดิจิทัลมีการใช้เทคโนโลยีสมาร์ทโฟนและสื่อสังคมออนไลน์มาช่วยในการติดต่อสื่อสารและการทำธุรกิจ เรียกกันว่า ถูกที่ ถูกเวลาถูกเทรนด์ ทำให้รู้จักลูกค้ามากขึ้นใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจ เช่น การขายสินค้าผ่าน Facebook สามารถจะรู้ได้ว่าลูกค้าชอบหรือไม่ชอบ

ประเด็นสุดท้าย เรื่องการนำเอาปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และอินเทอร์เทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things: IoT) มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจ และภาคการเกษตร ซึ่งตอนนี้ ทั้งภาครัฐ และเอกชนได้ทุ่มเงินจำนวนมหาศาลลงไปในเรื่องนี้ เช่น โครงการ Smart Home ต่อไปสามารถสั่งเปิด-ปิดไฟที่บ้านได้โดยอัตโนมัติ หรือสามารถตรวจเช็คอุณหภูมิภายในบ้านว่าตอนนี้อุณหภูมิในบ้านเท่าไหร่

หรือโครงการ Smart Farming เช่น สามารถตั้งเวลาเปิด-ปิดน้ำได้ตามความต้องการ, ใช้ระบบเซ็นเซอร์ติดตามสภาพภูมิอากาศ ควบคุมการใส่ปุ๋ย และใช้กระบวนการควบคุมระบบทั้งหมดผ่านสมาร์ทโฟน เป็นต้น Startup อีกประเภทหนึ่ง คือ Machine Learning ตัวอย่างเช่น การเล่นเกม มันเรียนรู้ว่า ทำอย่างไรถึงจะชนะเราได้ เหนือกว่า AI คือ สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com