www.cioworldmagazine.com

 Breaking News
  • 5G จะผลักดัน VR/AR พลิกโฉมทุกธุรกิจในวงกว้าง “ขอกล่าวย้ำอีกครั้งถึงอนาคตการสื่อสารในยุคที่ 5 กำลังเข้ามา หลายประเทศช่วงชิงความได้เปรียบที่จะเร่งใช้งาน 5G เพราะทุกคนเห็นตรงกันว่า มันจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารที่สำคัญยิ่งยวดสำหรับทุกธุรกิจ ทุกอุตสาหกรรม และจะเริ่มเห็นจากการใช้งาน VR/ARอย่างมีประสิทธิภาพ”...
  • ฟอร์ติเน็ต ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์มของ WEF รักษาความปลอดภัยระดับโลก “ฟอร์ติเน็ตก้าวเป็นพันธมิตรผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์การรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ของ เวิลด์ อีโคโนมิกฟอรัมมุ่งสร้างแพลตฟอร์มระดับโลกให้ทุกองค์กร เพื่อการประสานทำงานร่วมกันในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์”...
  • DGA พร้อมโชว์ผลงานรัฐบาลดิจิทัล เชิญร่วมงาน Digital Government Summit 2019 “DGA ประกาศความพร้อมสู่รัฐบาลดิจิทัล จัดงานใหญ่ Digital Government Summit 2019 ภายใต้แนวคิด 3D Digital DATAและ Design ห้ามพลาด 18-19 มกรา เข้าชมเทคโนโลยีล่าสุดของภาครัฐ”...
  • การปฏิวัติองค์กรไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่กำลังส่งผลต่อความเป็นผู้นำขององค์กร จนทำให้การปฏิวัติองค์กรไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้...
  • หุ่นยนต์และ AI กับการเกิดโรงงานอัตโนมัติไร้คน “ผู้เขียนเชื่อเหลือเกินว่า หลังจากเทคโนโลยีการใช้หุ่นยนต์และ AI มีการใช้อย่างแพร่หลายในโลกธุรกิจ บนโครงข่ายการสื่อสาร 5G โลกทั้งโลกจะปรับโฉมไปอย่างที่คาดไม่ถึง ทั้งการใช้ชีวิต วงจรธุรกิจตั้งแต่การผลิต การจำหน่าย และค้าขาย ซึ่งส่งผลต่อวิธีคิดในระบบเศรษฐกิจใหม่ที่จะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง”...

“เศรษฐพงค์” ฟันธงปี 2019 เป็นปีแห่งการทำโพลจากประชาชน

“เศรษฐพงค์” ฟันธงปี 2019 เป็นปีแห่งการทำโพลจากประชาชน
January 01
12:36 2019

พันเอก ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัล อดีตรองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้คาดการณ์ไว้ว่า“ในปี 2019 ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี Social Media จะทำให้สถาบันและบริษัททำโพลรูปแบบดั้งเดิมจะได้รับความน่าเชื่อถือลดลงอย่างมาก เพราะประชาชนจะเริ่มทำโพลกันเองบน Social Media และมีความแม่นยำกว่า”และยังให้ข้อมูลต่อไปว่า

2-3 ปีที่ผ่านการเติบโตของจำนวนผู้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้น 20% ทุกๆ ปี และมาผู้ใช้ social media ได้เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณ 1 ล้านรายทุกๆ วันนับมาเป็นเวลาสองปีแล้ว โดยมีจำนวนผู้ที่เพิ่งใช้ social media เป็นครั้งแรกภายในปี 2017 ปีเดียวถึง 250 ล้านราย ซึ่งมีแนวโน้มที่จำนวนผู้ใช้มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากผู้ใช้ในทวีปแอฟริกา

HPE1 662x190

ประชากรทั่วโลกมีประมาณเกือบ 8 พันล้านคน และมีผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ถึง 5.5 พันล้านคน โดยผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะมีการซื้อขายสินค้าและทำธุรกรรมทางการเงินผ่านอุปกรณ์สมาร์ทโฟน (Mobile-first shoppers) เกือบทั้งหมดภายในทศวรรษที่จะถึงนี้ จนทำให้บริษัท social media มีรูปแบบที่เปลี่ยนไปสู่การทำกิจกรรมทุกกิจกรรมของมวลมนุษยชาติ

สถิติการใช้ Facebook ของคนทั่วโลกที่ใช้งานอยู่มีถึงกว่า 2 พันล้านคน, YouTube มีผู้ลงทะเบียนถึง 1.8 พันล้านคน, Instagram มีผู้ใช้ 1 พันล้านคน และ Line มีผู้ลงทะเบียนถึง 600 ล้านคน

สำหรับประเทศไทย ที่มีผู้ใช้ social media ถึง 51 ล้านคน (74% ของประชากร) และผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ 55.56 ล้านคน (80% ของประชากร) และผู้ใช้ Social Media ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ 46 ล้านคน (67% ของประชากร) และที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ คนไทยที่ใช้อินเทอร์เน็ตมีค่าเฉลี่ยอยู่กับอินเทอร์เน็ตถึง 9 ชั่วโมงต่อวัน ดังนั้นจึงชัดเจนว่า Social Media จึงมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้และการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของคนไทยเป็นอย่างยิ่ง

จากที่ Social Media ที่มีคนทั่วโลกนับร้อยล้านพันล้านคนมาเกาะอยู่บนเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, YouTube, Line, Instagram และอื่นๆ ได้กลายเป็นแหล่งวิเคราะห์ความคิดเห็นโดยตรงจากประชาชนจำนวนมหาศาลแบบ Realtime แล้ว ยกตัวอย่างเช่น Facebook มีการให้บริการตั้งคำถามเพื่อขอความคิดเห็นในรูปแบบการโหวต, การแสดงความเห็นว่าชอบหรือไม่ชอบบน YouTube

กระบวนการด้าน Data analytics และ AI ที่สามารถทำการเชื่อมโยง (cross platform) ความเห็นในเรื่องเดียวกันระหว่าง Facebook และ YouTube ด้วยการโยงความเห็นในมิติของข้อความกับ Video ได้อย่างแนบเนียน จนทำให้การทำโพลบน Social Media เริ่มจะมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือกว่าการทำโพลจากสถาบันและบริษัทรูปแบบดั้งเดิม ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ การลงทุนในการทำโพลของสถาบันและบริษัททำโพลรูปแบบดั้งเดิมนั้นสูงกว่าการทำโพลบน Social Media เป็นอย่างมาก และยังใช้เวลาในการวิเคราะห์ที่ช้ากว่า Social Media มากอีกด้วย

2ปรากฏการณ์ที่เราเริ่มเห็นการโหวตกันเองง่ายๆ ของประชาชน เช่น การเปรียบเทียบความนิยมนักการเมือง ก็เริ่มมีให้เห็นใน Facebook ซึ่งไม่ได้เกิดจากการทำโพลของสถาบันวิจัยใดๆ แต่เกิดจากการร่วมมือกันเองจากประชาชนจำนวนมากบน Social Media ซึ่งเราจะเริ่มเห็นระบบเศรษฐกิจที่เกิดจากความร่วมมือ (Collaborative economy) จากประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ

อีกปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นคือ บริษัทที่ทำ Cryptocurrency และเทคโนโลยี Blockchain ก็เริ่มนำเสนอระบบการโหวตด้วยการใช้ App บนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน (Blockchain Voting System) แล้ว ซึ่งในปัจจุบัน มีหลายประเทศเริ่มทดลองใช้แล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น, เซียร์ราลีโอน, สวิสแลนด์ และอีกหลายประเทศ ซึ่งคาดว่าจะได้รับการยอมรับแพร่หลายในภาคเอกชนและสังคมเครือข่าย social media จนจะทำให้สถาบันและบริษัททำโพลรูปแบบดั้งเดิมจะเริ่มหมดสภาพและไม่ได้รับความน่าเชื่อถือเหมือนที่ผ่านมาในอดีต

จากการทำโพลจากภาคประชาชนที่จะเริ่มเกิดขึ้นในคนรุ่น Gen Y และ Gen Alpha โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย ก็จะทำให้สถาบันและบริษัททำโพลรูปแบบดั้งเดิมกำลังจะหมดสภาพและไม่ได้รับความน่าเชื่อถือในอนาคตอันใกล้ อีกทั้งจะทำให้การสื่อสารระหว่างประชาชนคนไทยกับผู้บริหารประเทศเกิดขึ้นโดยตรงมากขึ้นด้วย Social Media โดยมีการเชื่อมโยงกันอย่างหนาแน่นและ Realtime ซึ่งจะมีความลึกซึ้งกว่าที่เห็นกันในวันนี้อย่างมากจนทำให้แนวคิด “Future Government” ที่อำนาจรัฐจะลดลงและอำนาจประชาชนจะเพิ่มขึ้นตามการพัฒนาทางเทคโนโลยีจะเกิดขึ้นจริงในทศวรรษจากนี้ไป

พันเอก ดร.เศรษฐพงค์ ได้สรุปว่า “ตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นไป เราจะได้เห็น Social Media ทำงานร่วมกับ AI อย่างมีประสิทธิภาพจนทำให้การทำโพลของประชาชนนับแสนนับล้านคนบน Facebook หรือ YouTube มีความแม่นยำอย่างยิ่ง จนทำให้สถาบันโพลที่มีชื่อเสียงค่อยๆ เสื่อมถอยลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

A1

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com