www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

USAF: The Information Age Airpower การปรับตัวเข้าสู่ยุคข้อมูลของ ทอ.สหรัฐฯ

USAF: The Information Age Airpower การปรับตัวเข้าสู่ยุคข้อมูลของ ทอ.สหรัฐฯ
November 14
10:00 2017

“กองทัพอากาศของสหรัฐอเมริกาเคยได้รับบทเรียนจากการสูญเสียเครื่องบินรบชั้นแนวหน้าอย่าง F-117 เพราะคู่ต่อสู้อาศัยข้อมูลในการรบ ทำให้ต้องปรับยุทธ์ศาสตร์เข้าสู่ยุคของข้อมูลและการใช้เทคโนโลยีสารนสนเทศเพื่อยุทธวิธีที่เหนือกว่า”

2ในช่วงเวลาที่ผ่านมาแนวคิดในการนำข้อมูลมาใช้เพื่อช่วยเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำธุรกิจ (Business model) ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่เพิ่มขึ้นมีให้เห็นทุกอุตสาหกรรม ในวงการทหารและระบบการป้องกันประเทศก็ไม่ได้หยุดนิ่ง มีการนำเอาระบบข้อมูล การวิเคราะห์ การประมวลผลมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของยุทโธปกรณ์เช่นกัน

Banner_CIO_big one_version2

ผู้เขียนขอนำท่านผู้อ่านลองสัมผัสอีกแง่มุมหนึ่งสำหรับการใช้ระบบไอทีกับวงการทหารดูบ้าง และย้ำว่าไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย เพราะระบบต่างๆ เหล่านั้นล้วนถูกนำมาใช้เพื่อป้องกันสร้างความเข้มแข็งของประเทศและประชาชน โดยนำหลักการและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลของกองทัพอากาศประเทศสหรัฐอเมริกามาอธิบายให้ฟัง ซึ่งอาจสะท้อนได้ถึงแนวโน้มของโลกวงการทหารและไอซีที

จากการประชุมแสดงความคิดเห็นของนายทหารระดับสูง ทอ.สหรัฐฯ และผู้เกี่ยวข้องในหัวข้อInformation Age Airpower ที่รัฐแคลิฟอร์เนียถูกจัดขึ้นโดยสมาคมกองทัพอากาศสหรัฐฯ (Air Force Association) เมื่อต้นเดือนธันวาคม ค.ศ.2015 โดยรวมเห็นตรงกันว่า

“ในอนาคตความขัดแย้งใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นในยุคของข้อมูลระหว่างสหรัฐฯ กับฝ่ายตรงกันข้ามนั้นสิ่งสำคัญที่กองทัพอากาศสหรัฐฯควรปรับตัวก็คือ จะต้องเพิ่มความสามารถในการเก็บรวบรวมข้อมูล (Collect), เผยแพร่ (Disseminate)และการใช้ประโยชน์ (Exploit) จากข้อมูล ที่รวดเร็วกว่าฝ่ายตรงกันข้าม ซึ่งจะนำมาสู่ความสำเร็จในการรบ”

ทำให้กองทัพอากาศสหรัฐฯจะต้องพัฒนายุทโธปกรณ์และบุคลากรในด้านต่างๆ สำหรับอนาคตให้สอดรับกับความท้าทายในยุคของข้อมูล ถือเป็นสิ่งที่น่าศึกษาและควรค่าแก่การเรียนรู้โดยมีมุมมองที่น่าสนใจดังนี้

การเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี

ข้อมูลมาจาก U.S. Air Force Magazine ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2016 ในบทความ Information Age Airpower เขียนโดย Marc V. Schanz อ้างถึงพล.อ.อ.Herbert J.“Hawk” Carlisle หัวหน้าหน่วยบัญชาการยุทธทางอากาศได้กล่าวในการประชุม “Information Age Airpower” ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ยอมรับว่า “ช่วงแรกในการปฏิบัติการทางอากาศของกองกำลังพันธมิตรที่มีต่อเซอร์เบีย (Serbia) ในปี ค.ศ.1999 หน่วยป้องกันภัยทางอากาศของเซอร์เบียสามารถยิงเครื่องบินรบ F-117 (Stealth Fighter) ตกด้วยขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ SA-3 ที่ถูกผลิตในปี ค.ศ.1960 โดยใช้การสื่อสารขั้นพื้นฐานและมนุษย์เป็นผู้ระบุเป้าหมายทางอากาศ”

“ที่สำคัญกองกำลังชาวเซิร์บได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องบินรบ F-117 และนำข้อมูลที่ได้นั้นมาสร้างสรรค์ให้เป็นยุทธวิธีใหม่ (Innovative Tactics) ที่สามารถนำมาใช้จนสร้างความสำเร็จในการยิงเครื่องบินรบชั้นแนวหน้า (Top-of-the-line) ของ ทอ.สหรัฐฯ ในวันเริ่มต้นของการปฏิบัติการทางอากาศ”

ซึ่งการสูญเสียในครั้งนั้นถือเป็นบทเรียนที่สอนให้ทอ.สหรัฐฯได้เห็นถึงความสำคัญของข้อมูลที่เป็นตัวสร้างความได้เปรียบให้ผู้ที่ครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ในแบบเก่าหรือแบบใหม่ ความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับวิธีการที่จะใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับฝายตรงกันข้าม

แม้ในช่วงเวลาที่ผ่านมากองทัพอากาศสหรัฐฯได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการครอบครองทั้งทางอากาศอวกาศ และบนโลกไซเบอร์ผลที่ได้นั้นนำมาซึ่งความได้เปรียบในการปฏิบัติการต่างๆ ของ ทอ.สหรัฐฯ แต่ ปัจจุบัน ทอ.สหรัฐฯกำลังเผชิญหน้ากับอนาคตที่จะถูกท้าทายในอำนาจที่ครอบครองอยู่จากฝ่ายตรงกันข้าม

3จะเห็นได้จากในยุคของข้อมูลความได้เปรียบในการปฏิบัติการนั้นจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง ได้ทันตามความต้องการในทุกๆ สถานการณ์อาทิ ข้อมูลเป้าหมายที่ได้จากเครื่องบินขับไล่ (Fighter) สามารถถูกส่งจากภาคอากาศสู่ภาคพื้น (Back Link) และถูกจัดเก็บไว้เพื่อนำไปใช้ในการตัดสินใจซึ่งจะทำให้มีวงรอบในการตัดสินใจที่รวดเร็วกว่าฝ่ายตรงข้ามหรือที่เรียกกันว่า การหยั่งรู้สถานการณ์ (Situational Awareness) กล่าวคือ รู้เป็นข้อมูลที่ต้องการ และรู้ว่าต้องการข้อมูลนั้นเมื่อไร จัดเป็นเครื่องมือที่ดีสำหรับการใช้กำลังทางอากาศทั้งในการปฏิบัติการรบและการปฏิบัติการที่มิใช่การรบ

ด้วยเหตุนี้จึงเกิดเป็นแรงจูงใจให้ทอ.สหรัฐฯสร้างเซ็นเซอร์ที่มีประสิทธิภาพและคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถในการประมวลผลบนเครื่องบินขับไล่ F-22 และ F-35 ด้วยความหวังที่จะสร้างความได้เปรียบในการใช้กำลังทางอากาศ ที่อาจเกิดขึ้นในยุคของข้อมูล โดย F-22 และ F-35 จัดเป็นเครื่องบินขับไล่สองรุ่นในยุคที่ห้า (5th Generation Fighter) ของ ทอ.สหรัฐฯที่มีความสามารถในการรองรับข้อมูลทางยุทธวิธีในปริมาณที่ค่อนข้างมาก (Enormous Amounts of Information)

จากบทความ “Comms Through the Aerial Layer” U.S. Air Force Magazine ฉบับเดือนธันวาคม ค.ศ. 2015 โดย Rebecca Grant กล่าวได้อย่างน่าสนใจว่า“ในการครองความเหนือชั้นของการใช้กำลังทางอากาศ (Air Superiority) นั้น การเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี ถือว่ามีความสำคัญเท่าๆ กับตัวของเครื่องบินขับไล่ ถ้าเรามีระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีที่สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลฯ ระหว่างกันได้ดีและทันตามความต้องการในทุกๆ สถานการณ์อาทิ ข้อมูลเป้าหมายของเครื่องบินขับไล่ฝ่ายตรงกันข้ามเราก็สามารถเอาชนะฝ่ายตรงกันข้ามได้ถึงแม้เราจะมีเครื่องบินขับไล่ที่ทำการรบในอากาศที่น้อยกว่า”

กราฟ

อ่านไฟล์ PDF.

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3
SDWAN NSS Lab
CEBIT 300x250

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com