www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

ป้องกันตัวจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ Protecting yourself on social media

ป้องกันตัวจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ Protecting yourself on social media
July 12
11:13 2018

“การรู้จักวิธีการป้องกันตัวเองบนโลกของสื่อสังคมออนไลน์มีความจำเป็นมากพอๆ กับ การรู้จักประโยชน์และวิธีใช้งานมัน ควรพึงระลึกเสมอว่าการเข้าไปอยู่บนโลกของสื่อสังคมออนไลน์คือการเปิดเผยตัวตนให้คนอื่นเข้ามารู้จักในบทความนี้ขอให้แนวคิดเกี่ยวกับการป้องกันตัวเองและสังคัมของคุณ”

ในปัจจุบันเราทุกคนคงชอบที่จะใช้เวลาไปกับ สื่อสังคมออนไลน์ อย่าง FacebookTwitterInstagramและบริการอื่นๆนอกจากนี้เราหลายคนยังใช้สื่อสังคมออนไลน์เหล่านี้สำหรับการทำงานอย่างจริงจังและเป็นมืออาชีพแต่ถ้ามองอีกด้านหนึ่งของโลกอินเทอร์เน็ต สิ่งเหล่านี้อาจมีอันตรายที่แอบแฝงมา ผู้ประสงค์ร้ายสามารถใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อค้นหาข้อมูลส่วนตัวของคุณ และทำการส่งโปรแกรมประสงค์ร้ายต่างๆมาให้อีกทั้งคุณอาจถูกติดตามและถูกกลั่นแกล้งบนอินเทอร์เน็ตผ่านสื่อสังคมออนไลน์ซึ่งสามารถที่จะทำลายชื่อเสียง อาชีพ และชีวิตของคุณได้

HPE1 662x190

พ.อ.สรรสิริดังนั้นคุณต้องป้องกันตัวเองจากอันตรายต่างๆ ที่แอบแฝงมาขณะใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ทั้งนี้เพื่อให้การใช้ชีวิตของคุณบนเครือข่ายสังคมออนไลน์นั้นมีความปลอดภัยและสบายใจไปพร้อมๆ กันโดยบทความนี้มีมุมมองและรายละเอียดที่น่าสนใจ นั่นคือ

ปกป้องบัญชีของคุณ
แน่นอนคุณไม่ควรให้รหัสผ่านบนเครือข่ายสังคมออนไลน์แก่ผู้อื่นและคุณก็ไม่ควรปล่อยให้พวกเขามาขโมยรหัสผ่านบนเครือข่ายสังคมออนไลน์เช่นกันควรใช้รหัสผ่านที่มีความยาวไม่ต่ำกว่า 8 ตัวอักษรซับซ้อน และคาดเดาได้ยากอันประกอบด้วย

ตัวพิมพ์ใหญ่ตัวพิมพ์เล็กตัวเลข และเครื่องหมายวรรคตอน ที่สำคัญควรใช้รหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละเครือข่ายสังคมออนไลน์หากคุณเกิดจำรหัสผ่านที่ยาวและซับซ้อนทั้งหมดไม่ได้ก็ควรติดตั้งโปรแกรมจัดการรหัสผ่าน (PasswordManager)ที่สามารถสร้างและเก็บรหัสผ่านได้อย่างปลอดภัย ใช้งานได้บนเครื่องคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต และบนสมาร์ทโฟนของคุณในมุมมองเพื่อให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยที่มากขึ้นจึงไม่ควรใช้รหัสผ่านเพียงอย่างเดียว

ส่วนใหญ่บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ในปัจจุบันนั้นได้มีการตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงแบบสองขั้นตอน (Two-Factor Authentication)อาทิเช่น Facebook ที่ได้กำหนดให้ต้องพิสูจน์ตัวตนโดยใช้ทั้งรหัสผ่าน และปัจจัยภายนอกอย่างข้อความ (SMS) ที่ส่งไปยังสมาร์ทโฟนของคุณ ซึ่งถือเป็นมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่ใช้กันมาหลายปี

ระมัดระวังในสิ่งที่คุณโพสต์
การโพสต์ข้อมูลส่วนบุคคลที่มากเกินไปนั้น อาจก่อให้เกิดอันตรายได้มากเช่นกันหากคุณยอมให้เครือข่ายสังคมออนไลน์ของคุณรู้ว่าคุณอยู่ในช่วงวันหยุดและเดินทางไปพักผ่อนผู้ประสงค์ร้ายอาจใช้ข้อมูลนี้เพื่อเข้าไปขโมยของมีค่าในบ้านคุณ ข้อมูลส่วนบุคคล อย่างเช่นชื่อนามสกุลที่อยู่หมายเลขโทรศัพท์ หรือแม้กระทั่งวันเกิดของคุณอาจถูกนำไปใช้โดยนักโจรกรรมเอกลักษณ์บุคคล (Identity Thief)ในมุมมองโพสต์ที่ไม่เหมาะสมอาจทำร้ายความสัมพันธ์ที่ดีหรืองานที่คาดหวัง ภาพถ่ายของคุณที่ดื่มและใช้แขนโอบกอดบุคคลที่เป็นฝ่ายตรงข้ามสามารถที่จะสร้างความขัดแย้งอีกทั้งดูแล้ว ไม่เหมาะสมหรืออาจถูกมองไปถึงขั้นสร้างความเสื่อมเสียให้แก่องค์กรได้

จึงควรควบคุมผู้ที่สามารถมองเห็น ในสิ่งที่คุณโพสต์บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ซึ่งโพสต์บางอย่างอาจมองเห็นได้สำหรับทุกคนบางโพสต์อาจมองเห็นได้สำหรับเพื่อนๆและโพสต์ที่เป็นส่วนตัวคงมองเห็นได้เฉพาะเพื่อนที่สนิทเท่านั้นถ้าคุณยังใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ก็ ควรเรียนรู้การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

3อย่าตกเป็นเหยื่อการกลั่นแกล้งบนอินเทอร์เน็ต
คุณไม่จำเป็นต้องเป็นวัยรุ่นหรือเป็นพ่อแม่ที่เป็นห่วงลูกเกี่ยวกับการกลั่นแกล้ง บนอินเทอร์เน็ต (Cyberbully) รายงานจากศูนย์วิจัย Pew Research Center 2017 นั้น62% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเคยเห็นใครบางคนถูกคุกคามผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และ 41%มีประสบการณ์เจอเข้ากับตัวเองทั้งนี้เนื่องจากการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวที่มากเกินไปบนสื่อสังคมออนไลน์ การกลั่นแกล้งบนอินเทอร์เน็ตนั้นหมายถึง การคุกคามหรือรังแกกันผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งอีเมล์ข่มขู่หรือแบล็คเมล์ การส่งข้อความทางโทรศัพท์ การข่มขู่ทางโทรศัพท์ โปรแกรมออนไลน์และชัดเจนที่สุดคือ การคุกคามผ่านสื่อสังคมออนไลน์อาทิFacebookถ้าคุณถูกคุกคามผ่านสื่อสังคมออนไลน์

สิ่งที่ควรทำคือ อย่าตอบโต้ เก็บบันทึกลักษณะการคุกคามทุกครั้ง และที่สำคัญควรแจ้ง นายจ้าง ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ที่ใช้ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบคุณสามารถเข้าไปที่ศูนย์การให้คำแนะนำเกี่ยวกับการกลั่นแกล้งบนอินเทอร์เน็ต Cyberbullying Research Center (cyberbullying.org) เพื่อขอดูคำแนะนำและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทุกเวลาในมุมมองการคุกคามผ่านสื่อสังคมออนไลน์แม้จะไม่ใช่การทำร้ายทางร่างกายหรือมีใครได้รับบาดเจ็บแต่เป็นการทำร้ายทางอารมณ์ความรู้สึกซึ่งสามารถสร้างบาดแผลที่รุนแรงได้ในทางจิตวิทยาจะส่งผลให้เกิดอาการหวาดระแวง หดหู่ ไปจนถึงซึมเศร้าในที่สุด จึงไม่ควรเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวที่มากเกินไปบนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อที่จะไม่ตกเป็นเหยื่อบนโลกอินเทอร์เน็ต

ตรวจสอบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์พกพาว่าได้รับการป้องกัน
บนเครือข่ายสังคมออนไลน์นั้นถือเป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่โปรแกรมประสงค์ร้ายต่างๆสามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์พกพาของคุณ หากคุณนั้นกำลังใช้สื่อสังคมออนไลน์ ก็ควรจะอัพเดตโปรแกรมป้องกันไวรัสที่มีความทันสมัยอยู่ตลอดเวลา

โปรแกรมป้องกันไวรัสที่ดีที่มีเครื่องมือเฉพาะสำหรับเครือข่ายสังคมออนไลน์มีการที่ใช้ตัวกรองพิเศษเพื่อช่วยค้นหา และหยุดการโจมตีที่มีต่อเครือข่ายสังคมออนไลน์แถมยังช่วยเตือนการหลอกลวง (Potential Fraud) ที่อาจเกิดขึ้นรวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการใช้โปรแกรมที่ไม่ผ่านการรับประกันจากผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์เพราะอาจมีโปรแกรมประสงค์ร้ายที่แฝงตัวอยู่ภายในเพื่อลักลอบ ปลอมแปลง หรือขโมยข้อมูลที่สำคัญของคุณได้ในมุมมองนั้นเครือข่ายสังคมออนไลน์ช่วยให้คุณสามารถสื่อสารกับเพื่อนฝูงและสามารถส่งเสริมในการทำงานของคุณได้แต่หากปราศจากในมาตรการป้องกันที่ถูกต้องก็อาจจะนำคุณไปสู่อันตรายต่างๆ ได้

อานไฟล์ PDF.

 

A1

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com