www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กับคำแนะนำการก้าวไปสู่ 5G DIB issued suggestions to DoD for moving forward on 5G

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กับคำแนะนำการก้าวไปสู่ 5G DIB issued suggestions to DoD for moving forward on 5G
October 02
11:42 2019

“ดูแนวทางการแก้ปัญหาประเด็นการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับเทคโนโลยี 5G ของสหรัฐ อเมริกา ที่เกี่ยวพันกันระหว่างเรื่องการใช้งานด้านความมั่นคง กองทัพ การทหาร และการใช้งานเชิงพาณิชย์โดยมีข้อพิจารณาด้านคุณสมบัติของคลื่นความถี่ที่ต่างกัน”

บางครั้งทรัพย์สินทางทหารที่มีค่ามากที่สุดคือ สิ่งที่คุณไม่สามารถมองเห็นและเป็นไปได้ในกรณีของเครือข่ายไร้สายความเร็วสูง 5G บนคลื่นความถี่ต่ำกว่า 6 กิกะเฮิรตซ์ที่ผู้ให้บริการเครือข่ายเชิงพาณิชย์อย่างบริษัท Verizon และ AT&T ของประเทศสหรัฐอเมริกา กำลังนำไปติดตั้งในฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ทำให้กองทัพอากาศสหรัฐฯ นั้น สามารถเชื่อมต่อระหว่างกันและรับ – ส่งข้อมูลได้อย่างปลอดภัยในอัตราที่สูงถึง 10 Gbps

น.อ.สรรสิริเร็วกว่า 4G LTE ที่เร็วมากสุดในปัจจุบันถึง 20 เท่า ซึ่งในประเทศสหรัฐฯ เทคโนโลยี 5G เชิงพาณิชย์ ถูกจำกัดให้ใช้บนแถบคลื่นความถี่มิลลิเมตร (Millimeter-Wave Band) จะทำงานได้ดีในพื้นที่เขตนอกเมือง พื้นที่ภายในอาคารและในระยะทางสั้นๆการใช้งานเครือข่ายไร้สาย 5G อย่างมีประสิทธิภาพนั้นต้องใช้แถบคลื่นความถี่ต่ำกว่า 6 กิกะเฮิรตซ์เป็นย่านความถี่ที่ถูกใช้และควบคุมโดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (DoD)

การนำมาใช้เชิงพาณิชย์ถือเป็นส่วนสำคัญของการโต้เถียงอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐฯ กับบริษัท หัวเว่ยของจีนซึ่งปัจจุบันเป็นบริษัทฯ ผู้นำทางด้านเทคโนโลยี 5G ถึงอย่างไรก็ตามคณะกรรมการนวัตกรรมด้านการป้องกัน (Defense Innovation Board: DIB)ได้ให้คำแนะนำรวมทั้งข้อเสนอแนะแก่ DoD ในการก้าวไปสู่ 5G โดยบทความในฉบับมีมุมมองและรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้

ความสำคัญ 5G บนคลื่นความถี่ต่ำกว่า 6 กิกะเฮิรตซ์

การสื่อสารไร้สายส่วนใหญ่ในปัจจุบันเกิดขึ้นที่แถบคลื่นความถี่ต่ำกว่า 3 กิกะเฮิรตซ์ตามข้อมูลผู้ผลิตชิปมือถืออย่าง Qualcomm แต่เครือข่ายไร้สาย 5G ในประเทศสหรัฐอเมริกา จะทำงานในแถบคลื่นมิลลิเมตรระหว่าง 30 กิกะเฮิรตซ์และ 300 กิกะเฮิรตซ์

อันเป็นส่วนหนึ่งของคลื่นความถี่ที่ได้กำหนดไว้สำหรับการใช้งานในประเทศนี้ด้วยแถบคลื่นมิลลิเมตร (Millimeter-Wave) สัญญาณไม่สามารถแพร่กระจายได้ดีในระยะทางไกลก่อให้เกิดปัญหาแต่ยอมรับได้สำหรับการใช้ในพื้นที่หนาแน่นเขตนอกเมืองและพื้นที่หนาแน่นภายในอาคาร ด้วยการวางตำแหน่งของเสาอากาศเพิ่มเติมซึ่งคลื่นความถี่ที่สูงขึ้นนั้นคงไม่เหมาะสำหรับพื้นที่ที่เปิดโล่ง และการวางเสาอากาศเพิ่มบ่อยครั้งคงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ ดังนั้นการใช้แถบคลื่นความถี่ต่ำกว่า 6 กิกะเฮิรตซ์จะให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า

 

2สิ่งนี้เป็นหัวใจของการต่อสู้ในปัจจุบันระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี 5G รวมทั้งบทบาทของบริษัทจากจีนผู้ให้บริการทางด้านโทรคมนาคมอย่างหัวเว่ยประกอบกับคลื่นความถี่ต่ำกว่า 6 กิกะเฮิรตซ์นั้น ไม่สามารถใช้ได้ในสหรัฐอเมริกาสำหรับการนำมาใช้เชิงพาณิชย์ทั่วไป ซึ่งได้สงวนไว้ให้สำหรับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯอาทิ เครือข่ายไร้สายความเร็วสูง 5G บนคลื่นความถี่ต่ำกว่า 6 กิกะเฮิรตซ์ที่กำลังนำไปติดตั้งในฐานทัพอากาศสหรัฐฯถ้าจะนำมาให้ผู้ใช้เชิงพาณิชย์ DoD ต้องกำหนดว่าใช้ร่วมกันอย่างไร

สหรัฐฯ นั้นอาจเลือกเดิน 5G ตามเส้นทางของแถบคลื่นมิลลิเมตร แต่ส่วนมากของโลกกำลังมุ่งเน้นไปที่การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน 5G บนคลื่นความถี่ต่ำกว่า 6 กิกะเฮิรตซ์โดยมีจีนเป็นผู้นำแม้ว่าโดยทั่วไปแล้วส่วนประกอบของแถบคลื่นมิลลิเมตรจะมีขนาดที่เล็กกว่าชิ้นส่วนของแถบคลื่นความถี่ต่ำกว่า 6 กิกะเฮิรตซ์แต่คลื่นมิลลิเมตรนั้นต้องการสถานีฐานจำนวนมากที่อยู่ใกล้กันเพื่อรักษาการเชื่อมต่อ

3นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่สัญญาณถูกรบกวน เช่น จากวัตถุเคลื่อนที่อยู่ด้านหน้าของสถานีฐานหรือจาก สภาพของอากาศบางคนได้แนะนำว่าทหารควรมุ่งความสนใจไปที่แถบคลื่นความถี่ที่สูงกว่า 6 กิกะเฮิรตซ์การเข้าถึง 5G ช่วงความถี่ของคลื่นมิลลิเมตรจะมีความสำคัญต่อการดำเนินงานในโดเมนของการสู้รบโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการบัญชาการและควบคุมในอวกาศ (Space C2)

จะอย่างไรก็ตามคณะกรรมการนวัตกรรมด้านการป้องกัน (DIB) ได้กล่าวในการประชุมณ Defense Innovation Unit Experimental รัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อวันที่10กรกฎาคม ค.ศ.2019 ว่า การมุ่งเน้น 5G บนแถบคลื่นมิลลิเมตร “มีข้อบกพร่องพื้นฐาน” และ “คงไม่สามารถนำมาใช้ได้”DIBได้ให้คำแนะนำรวมทั้งข้อเสนอแนะแก่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ สำหรับการก้าวไปข้างหน้าด้วยเทคโนโลยี 5Gอันประกอบด้วย

ในขั้นแรก ให้ DoD วางแผนการใช้ร่วมกันในส่วนต่างๆของคลื่นความถี่ต่ำกว่า 6 กิกะเฮิรตซ์วางข้อกำหนดไว้ใช้แบนด์วิธเท่าไร แบนด์วิธไหนที่ใช้ร่วมกันและเมื่อใดที่สำคัญในลักษณะใดที่ส่งผลกระทบต่อระบบของ DoD โดยหยุดให้ความสนใจไปที่ 5G บนแถบคลื่นมิลลิเมตรซึ่งมีข้อจำกัดและควรคิดเกี่ยวกับวิธีการนำเครือข่าย 5G ที่เอกชนใช้นั้นมาใช้ในทางทหาร โดยจัดลำดับความสำคัญในการก้าวไปยังคลื่นความถี่ที่พัฒนามากสุดเพื่อให้การนำมาใช้ในทางทหารสามารถดำเนินงานได้อย่างรวดเร็ว

ในขั้นต่อไป จากรายงานคาดว่าสหรัฐฯ น่าจะสูญเสียการครอบครองเครือข่ายไร้สายซึ่ง DoD ควรระดมทุนวิจัยรวมทั้งหาเงินทุนเพื่อความปลอดภัยและความยืดหยุ่นของระบบที่มีอยู่ รวมถึงการทดสอบและการทดลองเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่มีมาก่อน 5G ที่สำคัญเป็นไปได้ว่า โครงสร้างพื้นฐานบนเครือข่ายทั้งหมดอาจถูกโจมตีได้ทางไซเบอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าสู่เทคโนโลยี 5G สามารถเพิ่มโอกาสการปฏิบัติการทางไซเบอร์เชิงรุกผลที่ตามมาทำให้การปฏิบัติการทางไซเบอร์เชิงรับเป็นสิ่งที่ทำได้ยากขึ้น

อ่านไฟล์ Pdf.

 

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.