www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

5G เพื่อการทหารในอนาคต The Future of 5G in the Military

Credit: U.S. AIR FORCE

5G เพื่อการทหารในอนาคต The Future of 5G in the Military
March 06
17:06 2019

“ลองศึกษาโอกาสในการพัฒนาศักยภาพทางทหารด้วยเทคโนโลยี 5G ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นการพลิกโฉมวงการทหารพันธะกิจต่างๆ ที่จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นบนโลกของข้อมูลที่เชื่อมต่อกันแบบเรียลไทม์”

ในที่สุดมาตรฐานสำหรับ 5G ได้ถูกกำหนดขึ้นหลังจากหลายปีของการวางแผน และการเจรจา หมายความว่า เราใกล้เข้ามาเพื่อทำให้ 5 G นั้นเป็นจริง ที่สำคัญคงเห็นความสำเร็จการเปิดใช้งาน 5 G ครั้งแรกในเหตุการณ์สำคัญ เช่น โอลิมปิกฤดูหนาวปี 2018 อันถือเป็นโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคต 5 G เป็นพื้นฐานในการขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ๆ บนสมาร์ทโฟนในรูปแบบการเชื่อมต่อของอุปกรณ์และสิ่งของ (Internet of Things: IoT) สามารถรับ-ส่งข้อมูลได้มากกว่า 4G ถึงพันเท่า

Banner_CIO_big one_version2

นอกจาก 5G จะเข้ามาปฏิวัติวงการธุรกิจและผู้บริโภคแล้ว ยังเป็นพื้นฐานในการเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงานทางทหารด้วยเครือข่าย 5G ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2020 จะทำให้อุปกรณ์พกพาอย่าง สมาร์ทโฟนแท็บเล็ตและอุปกรณ์สวมใส่นั้นกลายเป็นอุปกรณ์ที่เพิ่มความสามารถในการปฏิบัติงานทางทหาร

น.อ.สรรสิริซึ่งเป้าหมายสูงสุดสำหรับการทหารในการปรับใช้ 5 G ก็คือ การย้ายจากบทบาทในศตวรรษที่20ที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (Network-Centric Infrastructure) ไปสู่ศตวรรษที่ 21 ที่ใช้ข้อมูลเป็นศูนย์กลาง (Data-Centric Infrastructure) ผ่านการเชื่อมโยงบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของกองทัพในอนาคตโดยบทความในฉบับมีมุมมองและรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้

มอง 5G กับอนาคตของกองทัพ

5 G เป็นพื้นฐานสำหรับการขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ๆ บนสมาร์ทโฟนในรูปแบบการเชื่อมต่อของอุปกรณ์และสิ่งของ (IoT) ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นในการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ต่างๆซึ่งยุค 5 G สามารถใช้ความเร็วได้ที่ 10 Gbps จะทำให้อุปกรณ์พกพาอย่างสมาร์ทโฟนแท็บเล็ต และอุปกรณ์สวมใส่กลายเป็นอุปกรณ์ที่เพิ่มความสามารถให้แก่องค์กรในมุมมองจะเป็นอุปกรณ์ที่ทหารนำไปใช้ในอนาคต

จุดเด่นเครือข่าย 5 G คือ สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น และนำผู้ใช้เข้าสู่อารยธรรมโลกออนไลน์ได้อย่างสมบูรณ์มีพลังในการเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงานทางทหารสามารถเพิ่มความพร้อม และรองรับความสามารถการปฏิบัติภารกิจใหม่ๆด้วยอุปกรณ์พกพาหรืออุปกรณ์สวมใส่อันเห็นได้จากกองทัพอากาศสหรัฐฯใช้ชุด Android Assault Kit และ Battlefield Airmen เพื่อเพิ่มการรับรู้สถานการณ์ร่วมกันในแบบ Real Time อีกทั้งยังเพิ่มความสามารถในการบัญชาการ

สิ่งเหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่ยกระดับการใช้เทคโนโลยีสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในรูปแบบใหม่ของทางทหารเมื่อ 5 G ถูกนำมาใช้ในทางทหารการพัฒนาฐานทัพที่เชื่อมต่อด้วยเครือข่าย 5 G แทนการเชื่อมต่อในแบบเดิมถือว่าเป็นไปได้ และเป็นโอกาสในการย้ายตัวเองจากบทบาทในศตวรรษที่ 20 ที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลางซึ่งกองทัพเป็นอยู่ไปสู่ในศตวรรษที่ 21 ที่โครงสร้างพื้นฐานนั้นใช้ข้อมูลเป็นศูนย์กลาง

ผลที่ได้จะทำให้ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานนั้นดีขึ้น และผลักดันระดับการเตรียมความพร้อมที่สูงขึ้น ด้วยต้นทุนที่ถูกลง (High Tech, Low Cost) อย่างเช่น 5 G ทำให้อุปกรณ์ VR (ความจริงเสมือน) ที่เชื่อมต่อกับระบบคลาวด์ด้วยการหน่วงของเวลาหรือ Delay ที่ต่ำมาก จนทำให้การควบคุมและสั่งการของการฝึกจำลองเป็นไปในแบบ Real Time ซึ่งการใช้เทคโนโลยีผู้บริโภคต้นทุนต่ำเพื่อพัฒนาทักษะการบินเบื้องต้นของนักบินก่อนที่จะเริ่มบิน (Pilot Training Next: PTN) ด้วยการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทสวมใส่อย่างอุปกรณ์ VR แบบจอสวมบนศีรษะ (Head-Mounted Displays: HMDs) แทนการใช้เครื่องฝึกจำลองการบิน (Flight Simulators) นั้นจะทำให้การฝึกมีประสิทธิภาพที่มากขึ้นและมีต้นทุนที่ถูกลง

อีกประการสำหรับฐานทัพในการปรับปรุงการปฏิบัติงานเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ข้อมูลเป็นศูนย์กลางก็คือ ปรับปรุงการเข้าถึงข้อมูลในทุกระดับ (Improving Supply Chain Visibility) โดยที่เครือข่าย 5 G นั้นรองรับแอพพลิเคชั่นขั้นสูงที่นำมาใช้บนอุปกรณ์พกพาทั้งการทำงานภายในและโดยรอบพื้นที่การบิน (Flight Line Operations) ซึ่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่การบิน และเจ้าหน้า ที่ด้านการซ่อมบำรุงนั้นสามารถใช้ข้อมูลบนแท็บเล็ตที่มีความปลอดภัยภายในสภาพแวดล้อม 5 G ที่ปลอดภัยในแบบ Real Time เพื่อตรวจดูแผนการบินสิ่งของคงคลังการใช้ชิ้นส่วนของอะไหล่ ตรวจดูแผนการบำรุงรักษาเครื่องบิน และอื่นๆผ่านการเชื่อมโยงบนเครือข่าย 5 G

นอกจากนี้ยังใช้ตรวจดูข้อมูลยุทโธปกรณ์ทางทหารที่ประจำการอยู่ในฐานทัพต่างๆ ได้ที่สำคัญสามารถใช้อุปกรณ์พกพาอย่างแท็บเล็ตเพื่อตรวจสอบการรักษาความปลอดภัยและความสมบรูณ์ในการบริหารด้านการซ่อมบำรุงอาทิ การติดตั้งเซ็นเซอร์เข้ากับเครื่องยนต์ของเครื่องบินแล้วส่งข้อมูลในแบบ Real Time ผ่านเครือข่าย 5 G เกี่ยวกับเครื่องยนต์กลับมามอนิเตอร์ที่ภาคพื้นข้อมูลเหล่านี้สามารถที่จะเรียกดูผ่านแท็บเล็ตเพื่อเฝ้าระวังหากมีการทำงานที่ผิดพลาด ก่อนที่จะเกิดเหตุร้ายแรงอีกทั้งยังใช้ในการวิเคราะห์อันนำไปสู่การป้องกันเพื่อหลีกเลี่ยงเหตุที่จะทำให้เกิดความเสียหายได้

ในด้านการแพทย์ของโรงพยาบาลทหาร การผ่าตัดระยะไกล (Remote Robotic Surgery) 5 G จะยกระดับการแพทย์ของโรงพยาบาลทหารในรูปแบบการรักษาทางไกล (Telehealth) อาทิ การผ่าตัดข้ามจังหวัด และคาดว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์จะเกิดขึ้นภายในปี 2020 อันหมายถึงในอนาคตอันใกล้การแพทย์จะเข้าถึงผู้คนทั่วโลกทำให้คุณภาพชีวิตของข้าราชการทหารนั้นดีขึ้นเนื่องจากเทคโนโลยี 5 G จะเชื่อมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกับผู้ป่วยแม้ว่าจะอยู่กันคนละสถานที่ก็ตาม ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้กองทัพนั้นสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มอง 5G กับเรื่องความปลอดภัย

คงต้องยอมรับว่าแอพพลิเคชั่นใหม่ๆที่นำมาใช้ในยุคเครือข่ายความเร็วสูง ก่อให้เกิดความกังวลในด้านความปลอดภัยของอุปกรณ์พกพาที่นำมาใช้เชื่อมต่อ ซึ่งจะขยายจุดเชื่อมต่อบนระบบเครือข่ายของทหารให้กว้างขึ้น อันเป็นช่องทางให้ศัตรูบนโลกไซเบอร์นั้นเข้าโจมตีได้ หลายคนมีข้อกังวลด้านความปลอดภัยในการนำอุปกรณ์พกพามาใช้ และก็มีบางส่วนที่กำลังมองดูอยู่

2ในมุมมองการให้ความสำคัญกับอุปกรณ์พกพาอย่างเช่น สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่เทียบเท่ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่ในองค์กรนั้นถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทหารสามารถที่จะแก้ปัญหาดังกล่าวได้ ซึ่งความพยายามอย่างมากต้องถูกนำมาใช้เพื่อกำหนดกลยุทธ์และนโยบายด้านความปลอดภัยในการปกป้องข้อมูลทางทหารที่มีความสำคัญและเทคโนโลยี 5 G นั้นสามารถทำให้เส้นทางนั้นง่ายขึ้น

ที่สำคัญต้องพูดคุยกันตอนนี้ ถึงสิ่งที่ 5 G จะช่วยให้ทางทหารสามารถรักษาความปลอดภัยได้ซึ่งนอกเหนือจากการเข้ารหัสในระดับที่สูงขึ้นแล้วทหารนั้นสามารถปกป้องอุปกรณ์พกพาที่นำมาใช้ในปัจจุบันได้ ด้วยโซลูชั่นที่มีอยู่อย่าง Samsung Knox เป็นรูปแบบการรักษาความปลอดภัยในระดับการป้องกันของบริษัท Samsung เพื่อที่จะเพิ่มความปลอดภัยในการปฏิบัติภารกิจใหม่ๆ ของทางทหาร

ในภาพรวมหน่วยทหารที่รับผิดชอบต้องผลักดันอย่างต่อเนื่องและจัดการกับปัญหาภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นโดยศึกษาว่ามาตรฐานสำหรับ 5 G ที่ถูกกำหนดขึ้นมานั้นมีเทคนิคในการรักษาความปลอดภัยอะไรใหม่ที่จะช่วยให้ทางทหารสามารถนำไปใช้ได้ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัย

ข้อคิดที่ฝากไว้

การนำ 5 G มาใช้ในทางทหารดังที่ได้กล่าวถือเป็นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่เป็นพื้นฐานของ Internet of Things มาใช้ในการสนับสนุนการรบผลจะทำให้อุปกรณ์ต่างๆ สามารถสื่อสารและสามารถส่งผ่านข้อมูลระหว่างกันได้ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างฐานทัพที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น ที่สำคัญจะนำไปสู่การใช้ประโยชน์จาก เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างความจริงเสมือน ปัญญาประดิษฐ์ และระบบคลาวด์ ผ่านอุปกรณ์พกพาหรืออุปกรณ์สวมใส่อันเป็นที่มาของการเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับการปฏิบัติงานของกองทัพในอนาคต

อ่านไฟล์ Pdf.

Banner (660x80Pixel)-01

Tags

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3
300x250 (B2)
Banner (320x250 Pixel) EDIT
CEBIT_webbanner_320x250pxl_TH

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com