www.cioworldmagazine.com

 Breaking News
  • 3 เรื่องด่วนที่ CIO ต้องจัดการ รับมือ COVID-19 การ์ทเนอร์แนะ 3 เรื่องด่วน CIO เร่งจัดการรับมือสถานการณ์ไวรัส COVID-19 ชี้ต้องมีแผนและการเตรียมตัวที่ครอบคลุมการดำเนินธุรกิจทั้งหมดและพร้อมนำมาใช้ทันที...
  • Top 10 Strategic Technology Trends for 2020 “Top 10 Strategic Technology Trends for 2020 ภายใต้การเกิดขึ้นของ People-Centric Smart Space ตัวกำหนดกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยี ที่ส่งผลกระทบต่อลูกค้า พนักงาน คู่ค้า สังคม และการดำเนินการทั้งหมดขององค์กร”...
  • Cyber security 2020 “CIO World&Business ได้รวบรวม การคาดการณ์ด้านการรักษาความปลอดภัยที่มีโอกาสจะเกิดขึ้นในปี 2563 จาก ผู้ให้บริการระบบการรักษาความปลอดภัยหลายๆ ราย ทั้งจาก พาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์, ฟอร์ติเน็ต และ เทรนด์ไมโคร ที่มีประโยชน์อย่างมากต่อผู้บริหารในสายเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึง C-Level ในสายงานอื่นๆ ทุกคน”...
  • CIO คือ ผู้นำองค์กรไปสู่ความสำเร็จในอนาคต “ผลการศึกษาฉบับล่าสุดชี้ให้เห็นว่าซีไอโอจะเป็นบุคคลสำคัญในการนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จในอนาคต และความสามารถของซีไอโอในการควบคุมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อสร้าง ขับเคลื่อน จัดการ เชื่อมต่อและปกป้อง คือ ปัจจัยสู่ความสำเร็จของธุรกิจ”...
  • ‘DES’ BIG MISSION DIGITIZING THAI ECONOMY เดินหน้าประเทศไทย สู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล วิสัยทัศน์ 15 คณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมขับเคลื่อนประเทศสู่ดิจิทัล ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เท่าเทียม ทั่วถึง เป็นธรรม...

กลยุทธ์ของผู้ค้าปลีกในวิกฤต COVID-19: การให้ความสำคัญกับพนักงาน (ตอนที่1)

กลยุทธ์ของผู้ค้าปลีกในวิกฤต COVID-19: การให้ความสำคัญกับพนักงาน (ตอนที่1)
May 22
15:59 2020

“เรียนรู้กลยุทธ์ในการบริหารจัดการราคาสินค้าและการส่งเสริมการขาย ท่ามกลางวิกฤติการระบาดใหญ่ของ COVID-19 และการปกป้องพนักงานแนวทางการรับมือสำหรับผู้ค้าปลีก ต่อพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องทั่วทุกกลุ่มตลาด”

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ดันน์ฮัมบี้ ได้จัดทำรายงานในหัวข้อ ผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตรับมือในการให้บริการและปกป้องลูกค้าอย่างไร จนถึงขณะนี้ ผู้ค้าปลีกด้านอาหารและเภสัชภัณฑ์ รวมถึงซัพพลายเออร์ของกลุ่มผู้ค้าปลีกยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องไม่ลดละท่ามกลางวิกฤติจาก COVID-19 ถึงแม้ตนเองจะต้องตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อสุขภาพ ด้วยความมุ่งหวังว่าลูกค้าและบุคคลใกล้ชิดจะมีสินค้าสำหรับอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอ

เนื่องด้วยวิกฤติยังคงทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในบทความนี้ จะกล่าวถึงกลยุทธ์ที่ผู้ค้าปลีกควรใช้ในการให้ความสำคัญของพนักงานเป็นอันดับแรก และวิธีที่จะช่วยปกป้องพนักงาน ภายใต้กรอบกลยุทธ์ลูกค้าต้องมาก่อน รวมถึงวิธีที่เหมาะสมที่จะช่วยให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกว่าได้รับความคุ้มค่า ตลอดจนการหาแนวทางพิจารณาเรื่องกลยุทธ์การตั้งราคาและการส่งเสริมการขายในอนาคต

การปกป้องพนักงาน

รัฐบาลในหลายๆ ประเทศทั่วโลกได้ทำการแบ่งกลุ่มประเภทพนักงานอย่างเป็นทางการ โดยจัดให้พนักงานที่ทำงานในร้านขายสินค้าอุปโภคบริโภค ร้านขายยา และร้านสะดวกซื้อเป็นผู้ปฏิบัติงานที่เป็น “องค์ประกอบที่จำเป็น” และ “ฉุกเฉิน” เนื่องจากคนกลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญในการปฏิบัติงานเพื่อให้ร้านค้าสามารถจัดหาสินค้ารองรับและดูแลให้บริการแก่ชุมชนต่อไปได้ ขณะเดียวกันผู้ค้าปลีกหลายรายก็ได้ตระหนักถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพของพนักงาน จึงได้ออกระเบียบปฏิบัติด้านความปลอดภัยหลายข้อเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งได้แก่

•การติดตั้งแผ่นเพล็กซีกลาสเพื่อกั้นระหว่างพนักงานเก็บเงินและผู้ซื้อที่เคาน์เตอร์ร้านขายยาและร้านขายสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงในแผนกบริการลูกค้าทุกแห่งที่ยังคงเปิดทำการอยู่

•การใช้กฎระเบียบด้านความปลอดภัย การดูแลตนเอง และการรักษาระยะห่างสำหรับพนักงาน

•การจัดหาถุงมือป้องกัน หน้ากากอนามัย หน้ากากป้องกันแบบเต็มใบหน้า และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลชนิดอื่นๆ ให้กับพนักงาน

•การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อบ่อยครั้งขึ้นในพื้นผิวทุกแห่งที่มีการสัมผัสร่วมกันสูง เช่น เครื่องกดรหัสเพื่อชำระเงิน เครื่องรูดบัตร มือจับประตู และสายพานลำเลียงสินค้าที่เคาน์เตอร์ชำระเงิน

•การปรับเปลี่ยนชั่วโมงทำการโดยปิดร้านเร็วกว่าปกติ และปิดทำการในวันอาทิตย์เพื่อให้พนักงานได้มีเวลาพักผ่อน

•การจำกัดทางเข้าร้านและการเข้าซื้อสินค้า เพื่อให้กลุ่มผู้ที่มาจับจ่ายสามารถเข้าใช้บริการได้ โดยเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติด้านการเว้นระยะห่างทางสังคมที่ปลอดภัย

•การมอบหมายให้พนักงานที่มีความเสี่ยงต่อปัญหาด้านสุขภาพสูงกว่าพนักงานคนอื่นๆ รับผิดชอบในงานที่เสี่ยงต่อการสัมผัสกับเชื้อไวรัสในระดับต่ำที่สุด อย่างเช่น งานหลังร้าน และเปิดโอกาสให้พนักงานที่มีโอกาสติดเชื้อง่ายหยุดงานได้โดยไม่มีการหักเงินเดือน

•การเตรียมใช้แผนรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินในกรณีที่ต้องปิดร้านค้าบางแห่ง โดยพิจารณาจากการวางแผนข้อมูลในส่วนของกำลังคนที่พร้อมปฏิบัติงาน และการแข่งขันในตลาดที่รุนแรง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้บริโภคจะมีทางเลือกในการซื้อสินค้าจากร้านอื่น หากจำเป็นต้องปิดร้านค้าบางแห่งที่กำหนด

เราขอแสดงความยกย่องชมเชยผู้ค้าปลีกหลายรายที่ไม่เพียงจะออกมาตรการป้องกันอย่างเป็นรูปธรรมข้างต้นเท่านั้น แต่ยังมอบข้อเสนอที่จะเพิ่มผลประโยชน์ให้กับพนักงานด้วยการขึ้นเงินเดือน (จากตัวอย่างล่าสุดคือ ขึ้นเงินเดือนให้อีก 10%) และเพิ่มส่วนลดสำหรับพนักงานที่ซื้อสินค้าจากร้านอีกด้วย

การแบ่งปันทรัพยากรระหว่างภาคธุรกิจ

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา องค์กรและอุตสาหกรรมประเภทอื่นๆ ได้ช่วยจัดหาทรัพยากรและแบ่งปันกำลังคนให้กับภาคสินค้าอุปโภคบริโภค ตัวอย่างเช่น สมาคมผู้จัดจำหน่ายและประกอบธุรกิจการให้บริการด้านอาหารนานาชาติ (IFDA) ได้ผสานความร่วมมือกับสมาคมอุตสาหกรรมอาหาร (FMI) ในการจัดหาทรัพยากรเหลือใช้ในธุรกิจการให้บริการด้านอาหารแก่ภาคสินค้าอุปโภคบริโภค

นอกจากนี้ ในภาคธุรกิจการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการที่มีทรัพยากรเหลือใช้ทั้งในส่วนของสินค้า การขนส่ง และบริการเกี่ยวกับคลังสินค้า ยังมีการประสานงานกับผู้ค้าปลีกอาหารในการหาแหล่งป้อนสินค้าเพิ่มเติมอีกด้วย ส่วนธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหารจานด่วนบางรายเองก็ยินยอมที่จะให้พนักงานของร้านไปช่วยงานร้านขายสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่ เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานหาเลี้ยงชีพได้อย่างต่อเนื่อง

และเพื่อเพิ่มกำลังคนให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค และในขณะเดียวกัน ผู้จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคบางรายก็ได้จับมือกับภาคธุรกิจในอุตสาหกรรมบริการที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ซึ่งได้แก่ ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจเพื่อความบันเทิง และธุรกิจการบริการ เพื่อให้พนักงานจากอุตสาหกรรมบริการที่ต้องพักงานชั่วคราวได้ย้ายไปปฏิบัติงานที่ร้านขายสินค้าอุปโภคบริโภคและศูนย์กระจายสินค้าแทน

ข้อคิดเบื้องต้นจากการเรียนรู้เกี่ยวกับการตั้งราคาและการส่งเสริมการขายที่ผู้ค้าปลีกควรทราบ
ผู้ค้าปลีกจำเป็นต้องปรับระดับความเข้มข้นในการออกกิจกรรมส่งเสริมการขายให้เหมาะกับสถานการณ์วิกฤติในแต่ละระยะ แต่สำหรับผู้ค้าปลีกในภูมิภาคที่การระบาดใหญ่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นจำเป็นต้องเร่งช่วยเหลือในการจัดการกับความต้องการซื้อสินค้าของผู้บริโภคในระดับที่รุนแรง เพื่อบรรเทาความกดดันในการปฏิบัติงาน โดยตัวอย่างการดำเนินการบางส่วนที่ผู้ค้าปลีกกำลังปฏิบัติในช่วงวิกฤติระยะที่ 1 มีดังนี้

•ลดการส่งเสริมการขายลง 30% ถึง 40% ในสองสามสัปดาห์แรกที่เชื้อไวรัสเกิดการระบาดใหญ่ ขณะที่ผู้ขายสินค้าอุปโภคบริโภคบางรายตัดสินใจยกเลิกการส่งเสริมการขายทั้งหมด

•ยกเลิกการส่งเสริมการขายที่กระตุ้นให้ผู้ซื้อกักตุนสินค้า

•หยุดแจกใบปลิวที่เสนอโปรโมชันต่างๆ

•เพิ่มช่องทางการสื่อสารแบบดิจิทัลผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือ และเชิญชวนให้ผู้ซื้อหันไปจับจ่ายสินค้าที่ร้านค้าใกล้บ้าน และคอยแจ้งเวลาทำการของร้านหากมีการเปลี่ยนแปลง หลังจากภาวะการกักตุนสินค้าในระยะแรกเริ่มเบาบางลง และลูกค้ากลับมาเชื่อมั่นในกระบวนการจัดหาสินค้าของร้านค้าจนถึงมือลูกค้าแล้ว

ผู้ค้าปลีกจึงจะสามารถกลับมาใช้กลยุทธการส่งเสริมการขายแบบค่อยเป็นค่อยไปได้ โดยเริ่มจากกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคหลักๆ ประเภทสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง และสินค้าในครัวเรือน ซึ่งทั้งหมดนี้จัดเป็นกลุ่มสินค้าที่มีความอ่อนไหวต่อโปรโมชัน
(ต่อ EP2)

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com