www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

PEA Innovation Center ศูนย์พัฒนาและวิจัยด้านไฟฟ้า ก้าวสำคัญของ Energy 4.0

PEA Innovation Center ศูนย์พัฒนาและวิจัยด้านไฟฟ้า ก้าวสำคัญของ Energy 4.0
November 19
14:59 2018

“การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมกับหัวเว่ย ประเทศไทยเปิดPEA Innovation Centerศูนย์นวัตกรรม กฟภ. ผสานเทคโนโลยี IoTและคลาวด์ด้านพลังงานไฟฟ้า พร้อมหนุนความร่วมมือในการพัฒนาสู่การใช้งานเทคโนโลยี IoTและคลาวด์อย่างเป็นรูปธรรม ยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ ลดค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนและต้นทุนการดำเนินงาน”

PEA The Electric Utility of the Future
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. (PEA) หน่วยงานหลักที่ให้บริการพลังงานไฟฟ้า หนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานหลักของประเทศมีบทบาทสำคัญต่อความเจริญก้าวหน้าในทุกๆ ด้าน ตลอดระยะเวลา 58 ปีได้พัฒนาคุณภาพระบบไฟฟ้าและการบริการมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการปรับโครงสร้างองค์กรและกลยุทธ์ในการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน

Banner_CIO_big one_version2

กฟภ. มีเป้าหมายในการบริหารงานและพัฒนาองค์กร มุ่งสู่การเป็น การไฟฟ้าแห่งอนาคต หรือ The Electric Utility of the Future บนหลักการ “พัฒนาคนด้วยนวัตกรรม พัฒนางานด้วยเทคโนโลยี”มุ่งมั่นให้บริการพลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่กับการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด ทั้งด้านคุณภาพและบริการ

ยุทธศาสตร์สำคัญพลิกองค์กรสู่การเป็น Digital Electric Utility
เสริมสกุล คล้ายแก้ว ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวถึงยุทธศาสตร์และแผนพัฒนางานของ กฟภ. ที่กำลังก้าวไปสู่ยุคดิจิทัล โดยระบุว่ากฟภ. ได้วางนโยบาย PEA 4.0 ที่สอดรับกับนโยบายภาครัฐ Thailand 4.0 และนโยบายของภาคพลังงาน Energy 4.0 โดยอาศัยหลักการ พัฒนาคนด้วยนวัตกรรม พัฒนางานด้วยเทคโนโลยี

1

PEA Innovation Center

“กฟภ. ตั้งเป้าองค์กรสู่การเป็น Digital Utility ให้สำเร็จภายในปี พ.ศ. 2565 ซึ่งได้กำหนดแผนปฏิบัติการดิจิทัลของ กฟภ. พ.ศ. 2561-2565 ที่ใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาองค์กรทั้งด้านธุรกิจและด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน มุ่งสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลในอนาคต”

ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการและเพิ่มความพึงพอใจในการให้บริการแก่ลูกค้านั้น ผู้ว่าการ กฟภ. ให้ความเห็นว่าเทคโนโลยีสารสนเทศจะเป็นปัจจัยนำไปสู่ความสำเร็จที่สำคัญที่จะปฏิรูปองค์กรให้ก้าวสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน

ดังนั้น การสานความสำเร็จของ กฟภ.ไปสู่ Digital Electric Utility จำเป็นต้องมีการศึกษาและวิจัยการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยอย่างจริงจัง เพื่อให้ตรงตามทิศทางและตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ และผลักดันให้องค์กรก้าวสู่การเป็น Digital Utility ในปี 2565 โดยอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อการสร้างบริการที่ดีขึ้น การเพิ่มประสิทธิภาพระบบการจ่ายไฟ และลดต้นทุนการดำเนินงาน

2

เสริมสกุล คล้ายแก้ว (ซ้าย) ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ หู กัง หัวหน้าฝ่ายขายกลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ จำกัด

PEA Innovation Center
ศูนย์วิจัยพลังงานไฟฟ้า ก้าวสำคัญของ Energy 4.0
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้า และตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ กฟภ.จึงได้จัดตั้ง ศูนย์นวัตกรรม กฟภ. (PEA Innovation Center) ศูนย์พัฒนาและวิจัยด้านไฟฟ้าด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีอันทันสมัยแห่งแรกขึ้นอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ณ อาคาร LED สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ถนนงามวงศ์วาน กรุงเทพฯ

ศูนย์นวัตกรรมแห่งนี้เป็นผลมาจากความร่วมมือระยะยาวระหว่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และบริษัท หัวเว่ยเทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด สำหรับโครงการนำร่องนี้ หัวเว่ยได้ติดตั้งโซลูชั่นเทคโนโลยีไอซีทีอันทันสมัยขึ้นภายในศูนย์ฯ ดังกล่าว โดยเฉพาะเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ออฟธิงส์ (IoT) และคลาวด์ ที่มีการประยุกต์ใช้สำหรับภาคพลังงานไฟฟ้า เพื่อให้ กฟภ. สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีไอซีทีชั้นนำ

4เสริมสกุล กล่าวว่า “ศูนย์นวัตกรรม กฟภ. แห่งนี้เป็นการหลอมรวมประสบการณ์ด้านอุตสาหกรรมไฟฟ้าที่สั่งสมมายาวนานของ กฟภ. เข้ากับองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีไอซีที ความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาของหัวเว่ย เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มอันล้ำสมัยที่มีการบูรณาการในด้านการวิจัยและการพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร อินเทอร์เน็ต ออฟธิงส์ และเทคโนโลยีคลาวด์ต่างๆ ในภาคพลังงานไฟฟ้า”

“ช่วยให้สามารถบริหารงานโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะและพัฒนาประสิทธิภาพด้านการให้บริการ ทั้งยังช่วยลดต้นทุนลงได้ นอกจากนี้ ศูนย์นวัตกรรมแห่งนี้ยังจะเป็นประโยชน์ต่อการฝึกอบรมบุคลากรด้านไอซีทีในภาคพลังงานไฟฟ้าและเผยแพร่เทคโนโลยีด้านสมาร์ทกริดในประเทศไทยออกไปในอนาคตด้วย”

จากเทคโนโลยีระดับโลกของหัวเว่ยมาสู่กฟภ.
ศูนย์นวัตกรรมแห่งนี้ หัวเว่ยเป็นผู้ให้การสนับสนุนทางด้านอุปกรณ์ สำหรับการพัฒนาและติดตั้งเทคโนโลยี Single IoT Platform ที่เกิดจากการผสานโครงข่ายสองโครงข่าย คือ PLC-IoTและ eLTE-IoTเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพและความน่าเชื่อถือของระบบและบริการด้านไฟฟ้าของกฟภ. อาทิ ช่วยในการเข้าถึงและปรับสมดุลระบบโครงข่ายไฟฟ้า (เพาเวอร์กริด) ได้แบบเรียลไทม์ ปรับปรุงการใช้ไฟฟ้าและการประหยัดพลังงานไฟฟ้าอย่างเหมาะสม รวมไปถึงระบบการใช้มิเตอร์วัดการใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ AMI (Advanced Metering Infrastructure)

 

3

ศูนย์พัฒนาและวิจัยด้านไฟฟ้า ที่เป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีอันทันสมัยจากหัวเว่ย

มิเตอร์วัดการใช้ไฟฟ้า AMI หรือสมาร์ทมิเตอร์จะค่อยๆ เข้ามาแทนที่มิเตอร์รุ่นเก่าในอนาคต ซึ่งไม่เพียงจะสามารถวัดอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าได้เท่านั้น แต่ยังสามารถระบุช่วงเวลาการใช้งานระหว่างวันได้อีกด้วย สมาร์ทมิเตอร์ดังกล่าวใช้ช่องทางการสื่อสารแบบสองทาง สามารถถ่ายโอนข้อมูลการใช้ไฟฟ้าและค่าไฟระหว่างผู้ใช้ไฟฟ้าและการไฟฟ้าได้ ทั้งยังเอื้อต่อการดำเนินโครงการรณรงค์ประหยัดพลังงาน ซึ่งท้ายที่สุด เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยให้กฟภ. สามารถลดค่าใช้จ่ายในด้านต้นทุนการเป็นเจ้าของลงได้มากถึง ร้อยละ 25

นอกจากนี้ ความร่วมมือในครั้งนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบและใช้งานเทคโนโลยีเครือข่าย “ALL IP” ที่เกี่ยวข้องกับโครงการนวัตกรรมต่างๆ อาทิ คลาวด์คอมพิวติ้งสำหรับพลังงานไฟฟ้า บิ๊กดาต้า อุปกรณ์ชาร์จพลังงานสำหรับยานยนต์ สมาร์ทโฮมและการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ สองคล้องตามนโยบายของกฟภ. ในการพัฒนาคนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองการก้าวสู่ยุค PEA 4.0 มุ่งสู่การเป็น การไฟฟ้าแห่งอนาคต (The Electric Utility of the Future)

จุดเริ่มต้นการวิจัยและพัฒนาพลังงานไฟฟ้าของประเทศ
ศูนย์นวัตกรรมแห่งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นการศึกษาและวิจัยการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย เนื่องมาจากความร่วมมือ ระหว่างกฟภ.และหัวเว่ย “หัวเว่ยภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรในโครงการอันยิ่งใหญ่นี้ โดยเราจะมุ่งมั่นทุ่มเททำงานร่วมกันเพื่อระดมแนวคิดและนวัตกรรมใหม่ๆ ด้านเทคโนโลยีไฟฟ้าเพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์สู่คนไทยทุกคน”

“ศูนย์นวัตกรรม กฟภ. จะกลายเป็นจุดหมายสำคัญด้านบริการที่ตอบสนองความต้องการด้านไฟฟ้าภายในประเทศได้ดียิ่งขึ้น และเรามั่นใจว่าศูนย์แห่งนี้จะมีส่วนสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวไปในทิศทางเดียวกับนโยบายประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาล”หู กัง หัวหน้าฝ่ายขายกลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของหัวเว่ยกล่าวสรุป

อ่านไฟล์ Pdf.

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3
SDWAN NSS Lab
CEBIT 300x250

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com