www.cioworldmagazine.com

 Breaking News
  • ฟูจิตสึ เปิดตัว ScanSnap iX1500 แปลงธุรกิจขนาดเล็กเป็นดิจิทัล ScanSnap iX1500 สแกนเนอร์สำหรับองค์กรขนาดเล็กและโฮมยูส ตอบความต้องการการจัดการเก็บเอกสารเป็นดิจิทัล สแกนเร็ว กะทัดรัด และใช้งานง่าย...
  • เริ่มแล้วเวทีแสดงเทคโนโลยีดิจิทัลระดับโลก CEBIT ASEAN Thailand อิมแพ็ค ร่วม ดอชเช่อ เมสเซ่ เอจี จัดใหญ่ งาน CEBIT ASEAN Thailand ครั้งแรกในประเทศไทย ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัลกว่า 200 แบรนด์ ทั้งไทย จีน เกาหลี ไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อินเดีย มาเลเซีย และบังกลาเทศ ร่วมจัดแสดงเทคโนโลยี นำโดยกระทรวงวิทยาศาตร์และเทคโนโลยีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) คาดมีผู้สนใจเข้าร่วมชมงานกว่า 8,000...
  • เมสเซ่ แฟรงค์เฟิร์ต พร้อมเปิดเวที ซีเคียวเทค ไทยแลนด์ 2018 เตรียมขนทัพผู้ผลิตสินค้า เจ้าของเทคโนโลยีแบรนด์ชั้นนำจากนานาประเทศ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย ป้องกันอัคคีภัยและเทคโนโลยีอัจฉริยะ...
  • บิ๊กดาต้า เพื่อเดินหน้าสู่ระบบขนส่งอัจฉริยะแห่งอนาคต “ปัจจุบัน บิ๊กดาต้า ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อเพิ่มขีดขั้นความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม ทว่า การนำข้อมูลจำนวนมากเหล่านี้มาใช้แก้ปัญหาด้าน ต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการนำข้อมูลบิ๊กดาต้าจากแอพพลิเคชั่นเรียกรถโดยสารมาใช้พัฒนาระบบขนส่งและแก้ไขปัญหาการจราจร”...
  • แนวคิดในการยกระดับสำนักงานในยุคดิจิทัล “ฟูจิ ซีร็อกซ์ เสนอแนวคิดในการยกระดับสำนักงานในยุคดิจิทัลบนเทคโนโลยีคลาวด์และโมบายล์ที่สามารถเข้าถึงได้จากอุปกรณ์หลายรูปแบบสามารถกระทำกิจกรรมในเชิงธุรกิจต่างๆ ได้อย่างสะดวกและมีความปลอดัยสูงสุด”...

กระทรวงอุตฯ จัดพิธีมอบรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณ

กระทรวงอุตฯ จัดพิธีมอบรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณ
October 05
13:27 2018

กระทรวงอุตสาหกรรม จัดพิธีมอบรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณสถานประกอบการที่เข้าร่วม “โครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาค OPOAI 4.0 ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561

โดยภาพรวมการประเมินโครงการฯ ในระดับผลลัพธ์ (Outcome) ภาครัฐได้ใช้งบประมาณในการส่งเสริมผู้ประกอบการ 36.8 ล้านบาท วัดมูลค่าเชิงเศรษฐกิจเป็นตัวเงินได้กว่า 174 ล้านบาท ในจำนวนสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ 120 แห่งและใน 10 ปีที่ผ่านมา มีสถานประกอบการเข้าร่วมโครงการ 1,625 ราย วงเงินงบประมาณที่ได้รับ 431.40 ล้านบาท โดยสามารถวัดมูลค่าเชิงเศรษฐกิจเป็นตัวเงินได้กว่า 5,088 ล้านบาท ถัวเฉลี่ยรายละ 3.13 ล้านบาทซึ่งหากผู้ประกอบการแต่ละรายนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาต่อยอดก็จะสร้างความมั่นคง และยั่งยืนให้กับสถานประกอบการสืบต่อไป

HPE1 662x190

ดร.สมชาย หาญหิรัญ รมช.อุตสาหกรรม (2)ดร.สมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่าโครงการ OPOAI 4.0 ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นโครงการที่เกิดจากความพยายามของภาครัฐที่ได้น้อมนำปรัชญาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 มาปรับใช้ในการส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตผลทางการเกษตรของประเทศ ช่วยสร้างรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่นและสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลเพื่อก้าวสู่ประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0) เพื่อให้สถานประกอบการสามารถแข่งขันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

โดยโครงการ OPOAI 4.0 ได้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับสถานประกอบการ เพื่อลดต้นทุน เพิ่มรายได้ โดยเราพัฒนาทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ และให้มีการพัฒนาให้ครบวงจร ทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ การเงิน การบริการจัดการ รวมถึงกลยุทธ์ขับเคลื่อนการตลาด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ เราไม่ได้หวังแค่ช่วยเหลือ SMEs เท่านั้น ยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วย

โครงการ OPOAI 4.0 ได้จัดทีมที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้าไปให้ความช่วยเหลือให้คำแนะนำสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแผนงานพัฒนาที่ครอบคลุมตลอดโซ่อุปทาน (Supply Chain) ใน 7 ด้าน ประกอบด้วย 1.การบริการจัดการโลจิสติกส์ 2. การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 3. การปรับปรุงคุณภาพและพัฒนางาน 4. การลดต้นทุนพลังงาน 5. การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์/ระบบมาตรฐานสากล 6. กลยุทธ์ขับเคลื่อนการตลาด และ 7.แผนการบริหารจัดการด้านการเงิน โดยทางโครงการได้มีการสอดแทรกเรื่องของจัดการสถานประกอบการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปในทุกแผนงาน

กระทรวงอุตสาหกรรม ยังคงมุ่งมั่น พัฒนาขีดความสามารถผู้ประกอบการ SMEs อุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร ให้ก้าวเข้าสู่ Industry 4.0 เพื่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ได้มาตรฐานสากล สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับเข้าสู่การแข่งขันในตลาดโลก ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศให้แข็งแกร่ง ส่งผลให้การพัฒนาประเทศเป็นไปอย่าง มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน

โครงการ OPOAI 4.0 ประจำปี 2561 มีผู้ประกอบการเข้าร่วมจำนวน 120 ราย ซึ่งสามารถประเมินผลได้ดังนี้
1) มูลค่าผลประโยชน์ที่เป็นตัวเงิน (marketvalue)จากการประเมินของโครงการ OPOAI 4.0 ประจำปีงบประมาณ
พ.ศ. 2561 สามารถวัดมูลค่าเชิงเศรษฐกิจเป็นตัวเงินได้กว่า 174 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการที่โรงงานที่เข้าร่วมโครงการ 120 แห่ง หากโรงงานเหล่านี้สามารถขยายองค์ความรู้ให้แก่สถานประกอบการอื่นๆ ที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งถือเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายของรัฐในการส่งเสริม และพัฒนาสถานประกอบการรายอื่นๆ ที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการฯ
2) มูลค่าผลประโยชน์ที่ไม่เป็นตัวเงิน (non-market value) ได้แก่ ทัศนคติของผู้ประกอบการ SMEsอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรที่มีต่อหน่วยงานภาครัฐเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี มีการให้ความร่วมมือมากขึ้น เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อกระทรวงอุตสาหกรรมในสายตาของผู้ประกอบการ เกษตรกร และประชาชนทั่วไป เพราะแผนงานต่างๆ ภายใต้โครงการฯ สามารถแก้ปัญหาของสถานประกอบการได้อย่างตรงประเด็น และเกิดเครือข่ายกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร (cluster) ในพื้นที่

ดร.สมชาย หาญหิรัญ รมช.กระทรวงอุตสาหกรรม (คนกลาง)
บรรยากาศ 2
บรรยากาศ 1

สำหรับมูลค่าเชิงเศรษฐกิจเป็นตัวเงินได้กว่า 174 ล้านบาทนั้น สามารถแยกจัดอันดับตามแผนงานต่างๆ ได้ดังนี้
อันดับที่ 1: แผนงานที่ 2 การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต มีผู้เข้าร่วมโครงการ 30 ราย ให้ผลประโยชน์สูงสุดคิดเป็นมูลค่า 51,003,679 บาท เฉลี่ยรายละ 1,700,123 บาท
อันดับที่ 2: แผนงานที่ 3 การปรับปรุงคุณภาพและพัฒนางาน มีผู้เข้าร่วมโครงการ 14 รายให้ผลประโยชน์คิดเป็นมูลค่า 46,311,939 บาท เฉลี่ยรายละ 3,307,996 บาท
อันดับที่ 3: แผนงานที่ 4 การลดต้นทุนพลังงาน มีผู้เข้าร่วมโครงการ 16 ราย ให้ผลประโยชน์คิดเป็นมูลค่า 33,554,113 บาท เฉลี่ยรายละ 2,097,132 บาท
อันดับที่ 4: แผนงานที่ 1 การบริหารจัดการโลจิสติกส์ มีผู้เข้าร่วมโครงการ 17 ราย ให้ผลประโยชน์คิดเป็นมูลค่า 31,860,787 บาท เฉลี่ยรายละ 1,874,164 บาท
อันดับที่ 5: แผนงานที่ 6 กลยุทธ์การขับเคลื่อนการตลาด มีผู้เข้าร่วมโครงการ 25 ราย ให้ผลประโยชน์คิดเป็นมูลค่า 7,547,225 บาท เฉลี่ยรายละ 301,889 บาท
อันดับที่ 6: แผนงานที่ 7 การบริหารจัดการด้านการเงิน มีผู้เข้าร่วมโครงการ 4 ราย ให้ผลประโยชน์คิดเป็นมูลค่า 4,000,000 บาท เฉลี่ยรายละ 1,000,000 บาท
อันดับที่ 7: แผนงานที่ 5 การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์/ระบบมาตรฐานสากล มีผู้เข้าร่วมโครงการ 4 ราย ผลประโยชน์ที่ไม่สามารถประเมินได้ เนื่องจากตัวชี้วัดเป็นการ เตรียมความพร้อมสำหรับการยื่นขอระบบมาตรฐานต่างๆ

ในปี 2561 มีผู้ได้รับโล่รางวัล 3 ประเภท จำนวน 36 รางวัล ได้แก่
สถานประกอบการดีเด่น จำนวน 9 รางวัลได้แก่
แผนงานที่ 1 บริษัท เพชรดำฟู้ดส์ จำกัด จังหวัดกาฬสินธุ์
แผนงานที่ 2 บริษัท โตมี จำกัดจังหวัดศรีสะเกษ, บริษัท อกริเฟร็ช จำกัด จังหวัดกาญจนบุรี, ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ส.สินทวี จังหวัดศรีสะเกษ
แผนงานที่ 3 บริษัท อินเตอร์ อโกร เทค (ประเทศไทย) จำกัด จังหวัดกำแพงเพชร
แผนงานที่ 4 บริษัท อรุณไรซ์ เทรดดิ้ง จำกัด จังหวัดเพชรบูรณ์
แผนงานที่ 5 ห้างหุ้นส่วนจำกัด น่านดูโอ คอฟฟี่ จังหวัดน่าน
แผนงานที่ 6 บริษัท ไทยอินเตอร์ ฟิชเชอรี่ เทรดดิ้ง จำกัด จังหวัดสงขลา, บริษัท แกรนด์ฟูดโปรเซสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด จังหวัดจันทบุรี

สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดดีเด่น จำนวน 14 รางวัล ได้แก่
เพชรบูรณ์ สมุทรสงคราม จันทบุรี ตาก บุรีรัมย์ ชัยนาท เพชรบุรี ศรีสะเกษ กำแพงเพชร พัทลุง กาญจนบุรี น่าน สงขลา และกาฬสินธุ์

ที่ปรึกษาดีเด่น จำนวน 13 รางวัล ได้แก่
แผนงานที่ 1 วรวิทย์ ตางาม
แผนงานที่ 2 กริชสุบรรณ กมโลบล/ผศ.ดร.อภิชาติ อาจนาเสียว / ดร.พิสิษฐ์ แม้นวงศ์เดือน / สุวิชา สายโพธิ์ /ดร.ทินกร คำแสน / อรรถสิทธิ์ นิลวรานนท์ และ อรรถพล รัตนะ
แผนงานที่ 3 พัฒนพงศ์ เพ็งจันทร์
แผนงานที่ 4 พัฒนพงศ์ เพ็งจันทร์
แผนงานที่ 5 ยุทธพงษ์ ปัญญาดา และ วุฒิพงศ์ คำวงค์
แผนงานที่ 6 นิธิพัฒน์ ลิ่มวานิชรัตน์

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_1

Like Us On Facebook

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com