www.cioworldmagazine.com

 Breaking News
  • AIS ได้รับใบอนุญาต 700 เมกะเฮิรตซ์ รองรับบริการ 5G AIS โดย แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค ได้สิทธิในการได้รับอนุญาต ให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ สร้างความพร้อมสำหรับการให้บริการ 5G ที่จะเกิดขึ้นภายใน 2-3 ปีข้างหน้า...
  • คณะ ICT มหิดล ฯ เปิดอบรม เสริมแกร่งมืออาชีพด้านไอซีที “คณะ ICT ม.มหิดล เปิดโปรแกรมอบรม Retraining & Coaching ICT Professionals พัฒนาบุคลากรมืออาชีพด้าน ICT ให้แข็งแกร่งในยุค Thailand 4.0 โดยคณาจารย์ผู้สอนมากประสบการณ์บวกวิชาการ หลักสูตร ICT Project Management และ Data Science for Business เปิดคลาส กรกฎาคมนี้”...
  • Ricoh กับการแข่งขันในยุค Digital Workplace “บทสัมภาษณ์ พรชัย วรอังกูร ผู้บริหาร Ricoh ผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมอุปกรณ์สำนักงานและเทคโนโลยีไอที กับการแข่งขันที่บริบทเปลี่ยนไปสู่ดิจิทัลและการปฏิรูปธุรกิจ เพื่อก้าวไปสู่ความเป็น Dynamic Workplace Intelligence SI”...
  • KTC ปรับบริการสินเชื่อบุคคล เบิกเงินสดออนไลน์ โอนเข้าบัญชีเรียลไทม์ KTC เดินหน้าขับเคลื่อนสินเชื่อบุคคล เปิดตัวสินเชื่อมีวัตถุประสงค์ สร้างเครือข่ายพันธมิตร คัดกรองและรักษาพอร์ตคุณภาพลูกหนี้เติบโตยั่งยืน สรา้งบริการดิจิทัล เบิกถอนเงินสดออนไลน์ รับเงินโอนเข้าบัญชีแบบเรียลไทม์...
  • เอสซีจีโลจิสติกส์จับมือสตาร์ทอัพ MyCloud เสริมตลาด Fulfillment เอสซีจีโลจิสติกส์ ร่วมมือกับสตาร์ทอัพ MyCloud Fulfillment เดินหน้าใช้เทคโนโลยีดิจิทัลวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เสริมบริการ Fulfillment by SCG Logistics ช่วยพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์พัฒนาธุรกิจให้ตอบโจทย์ลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น รองรับ E-Commerce ที่เติบโตสูงขึ้นกว่าร้อยละ 12 จากปีที่แล้ว พร้อมขยายบริการสู่ตลาดอาเซียนและจีน...

NECTEC 5.0 From Shelf to Thais

NECTEC 5.0 From Shelf to Thais
February 01
18:39 2019

บทสัมภาษณ์ ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการคนใหม่ของเนคเทค ถึงแผนงาน เป้าหมายต่างๆ ในวาระ 4 ปี ทำให้เข้าใจและมองเห็นทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศด้วยหนึ่งฟันเฟืองสำคัญอย่างเนคเทค สิ่งเหล่านี้คือ คำมั่นสัญญาที่ ผู้อำนวยการคนใหม่และทีมจะต้องฝ่าฟัน เดินไปสู่เป้าหมายความสำเร็จให้ได้

Banner_CIO_big one_version2

ตุลาคมปีที่ผ่านมา ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค ได้ผู้อำนวยการคนใหม่คือ ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ นับเป็นคนที่ 5 ในรอบ 33 ปี ดร.ชัย เป็น “คนเนคเทค” ที่เริ่มทำงานมาตั้งแต่ปี 2538 หลงใหลในความท้าทายด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จนระยะเวลาผ่านกว่า 24 ปี จากความมุ่งมั่นทุ่มเทมาตลอด เป็นปัจจัยหนึ่งที่หนุน ดร.ชัย ได้รับเลือกให้เข้ามารับไม้ต่อ บนความท้าทายของเนคเทคที่จะต้องสร้างสิ่งที่จับต้องได้จากองค์กรแถวหน้าด้านเทคโนโลยีไอซีที มาตอบโจทย์ประเทศที่กำลังเดินหน้าไปสู่ดิจิทัล

ด้วยความที่ ดร.ชัย มีความเชี่ยวชาญด้าน ปัญญาประดิษฐ์ การประมวลผลสัญญาณเสียง การประมวลผลภาษาธรรมชาติ การติดต่อระหว่างมนุษย์และคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ผนวกกับความเชี่ยวชาญในสายวิจัย โดยเฉพาะเรื่องปัญญาประดิษฐ์ น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ลงตัวขององค์กรและประเทศไทย ความสามารถ วิธีการมองเทคโนโลยีในมุมของผู้เชี่ยวชาญที่ผนวกเข้ากับบริบทของอุตสาหกรรม การผสานกับระบบนิเวศน์ด้านธุรกิจ และการพัฒนาประเทศ ในวัย 46 ปีของผู้อำนวยการคนใหม่ น่าจะทำให้การขับเคลื่อนประเทศเหมือนได้เฟืองจักรสำคัญ

กับหมวกใบใหม่ งานด้านบริหารองค์กรที่มีความพลวัตทั้ง นโยบาย บุคลากร รูปแบบวิธีการทำงานที่พลิกโฉมหน้าจากอนาล็อกไปสู่ดิจิทัล ท่ามกลางเทคโนโลยีที่ประเทศไทยดูจะทำได้แค่เพียง “ผู้ใช้เทคโนโลยี” เนคเทคแบกรับความคาดหวังขององค์กรทั้งรัฐและเอกชน ที่ต้องดำเนินการวิจัย พัฒนา ออกแบบ เชิงวิศวกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของอุตสาหกรรมภายในประเทศให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน

การเข้ารับตำแหน่งในวาระนี้ ตลอดระยะเวลา 4 ปี ดร.ชัย ไม่ได้ทำงานคนเดียว เพราะมีทีมมือหนึ่งมาดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการอีก 3 คน ได้แก่ ดร.อลิสา คงทน กำกับดูแลและรับผิดชอบด้านวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และเซ็นเซอร์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ กำกับดูแลและรับผิดชอบด้านวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบและเครือข่ายอัจฉริยะ และ ดร.กัลยา อุดมวิทิต ที่กำกับดูแลและรับผิดชอบด้านบริหาร

Nectec Management Team_1

บูรณาการทั้งองค์กรและการทำงาน

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย_2

“จะต้องเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และสารสนเทศชั้นสูงของประเทศ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานซึ่งหมายถึง การสร้างสาธารณูปโภคด้านเทคโนโลยี” ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการ เนคเทค

ดร.ชัย เริ่มให้ข้อมูลด้วยสิ่งที่อยู่ในใจหลังจากที่ทราบว่าได้รับการพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งใหม่ ผอ.กล่าวว่า “ในวาระของผมมีเรื่องที่ต้องทำในหลายๆ มิติ การที่จะเดินไปสู่ความสำเร็จได้นั้น สิ่งแรกต้องบูรณาการภายในองค์กรเนคเทค ทั้งเรื่องคนและการทำงาน นักวิจัย รวมไปถึงทีมบริหาร เพื่อขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย ทีมวิจัยต้องปรับรูปแบบการทำงานใหม่ในการผลักดันนวัตกรรมหรือแพลตฟอร์มต่างๆ ไม่เช่นนั้นการนำงานวิจัยที่ทุ่มเทสร้างมาก็จะไม่ถูกใช้งานในวงกว้าง” ดร.ชัย กล่าว

“ผมมองเห็นสิ่งที่เป็นปัญหา หรืออุปสรรคของในการขับเคลื่อนเนคเทคอีกประการ คือ ความต้องการด้านงานวิจัยทั้งจากายนอกและเป้าหมายภายในเองที่มากเกินกำลังของบุคลากร นอกจากนั้นทุกวันนี้เนคเทคต้องทำงานวิจัยด้วยมาตรฐานสูงเพื่อแข่งกับบริษัทระดับโลก ไม่ว่าจะสร้างแพลตฟอร์ม โซลูชั่น หรืออุปกรณ์ต้นแบบที่จะนำไปต่อยอดในเชิงธุรกิจ”

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์รอบด้าน นโยบายของประเทศ หรือเป้าหมายขององค์กร การบริหารงานเนคเทคในวาระของดร.ชัย ได้ตั้งมีวิสัยทัศน์ว่า จะต้องเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และสารสนเทศชั้นสูงของประเทศ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานซึ่งหมายถึง การสร้างสาธารณูปโภคด้านเทคโนโลยี ที่ครอบคลุมถึง เครือข่ายอินเทอร์เน็ต โซเชียลมีเดีย และข้อมูลที่พร้อมใช้ประโยชน์

“ในยุคต่อจากนี้ไป ข้อมูล จะกลายเป็นสาธารณูปโภคสำคัญที่ภาครัฐจะต้องเป็นผู้บริหารจัดการ และแจกจ่ายข้อมูลไปตามสิทธิ์อย่างเหมาะสม โดยหมายรวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมเติบโต สร้างโอกาสขายไปยังต่างประเทศ โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้คือเรื่องสำคัญ” ดร.ชัย กล่าว

พันธะกิจ 3 ประการ

จากวิสัยทัศน์ดังกล่าว ได้แปลงเป็นพันธะกิจของเนคเทค 3 ประการ นั่นคือ

ประการแรก เป็นเครื่องจักรสำคัญในการสร้างฐานรากทางเทคโนโลยีให้ประเทศ เพื่อตอบพันธะกิจนี้เนคเทคจึงได้จัดตั้งศูนย์บริการสำคัญที่จะเป็นกลไกในการโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ 2 ศูนย์บริการ ศูนย์แรกคือ ศูนย์ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ (Supercomputer Center) ซึ่งตั้งเป้าหมายที่สามารถรองรับการประมวลผลข้อมูลได้ 150 ล้าน Core Hours ภายใน 3 ปี ด้วยงบราว 800 ล้านบาท สำหรับผู้ใช้งานเป็นกลุ่มนักวิจัยและภาคีโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ บิ๊กดาต้า

ศูนย์ที่สองคือ CPS Center หรือศูนย์ถ่ายทอดทอดและให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีกายภาพและดิจิทัล เพื่อพัฒนาบุคลากรให้กับเอกชน ด้วยงบประมาณ 300 ล้านบาท โดยตั้งเป้าสร้างคนให้ได้ 200 คนใน 3 ปี

ประการที่สอง สร้างความร่วมมือกับพันธมิตรผลักดันให้เกิดระบบนิเวศน์ของการใช้เทคโนโลยีที่วิจัยและพัฒนาขึ้น เป็นสิ่งที่นักวิจัยจะต้องตระหนัก เพราะระบบนิเวศน์ทางเทคโนโลยีจะเป็นเครื่องมือผลักดันให้เกิดการนำเอางานวิจัยต่างๆ ไปใช้จริงในอุตสาหกรรม มีทั้งการลงทุนต่อยอด เกิดผู้ใช้ มีเอกชนนำไปพัฒนาต่อและเกิดการซื้อ-ขายในเชิงพาณิชย์

และ ประการที่สาม เตรียมความพร้อมงานวิจัยเทคโนโลยีแห่งอนาคต ซึ่งมุ่งความสนใจไปที่ 2 เทคโนโลยีหลัก นั่นคือ เทคโนโลยี ควอนตัม (Quantum Technology) ที่นำคุณสมบัติของอะตอมมาใช้ในการประมวลผลคอมพิวเตอร์ ทำให้มีการประมวลผลที่เร็วกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไปอย่างมหาศาล โดยจะมีการการพัฒนาบุคลากร การให้ทุนการศึกษา และร่วมวิจัยกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ

และ เทคโนโลยี เทระเฮิรตซ์ (Terahertz Technology) ซึ่งเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในความถี่ช่วงหนึ่งที่มีคุณสมบัติพิเศษ สามารถทะลุผ่านวัสดุต่างๆ หลายชนิดแต่ไม่ทำอันตรายต่อวัตถุที่มันเคลื่อนที่ผ่าน โดยคาดว่าจะเป็นอนาคตของหลายๆ อุตสาหกรรม ซึ่งจะมีการนำมาใช้ประโยชน์ในด้านการแพทย์ การศึกษาประวัติศาสตร์ ใช้ตรวจสอบหีบห่อ บรรจุภัณฑ์ ในอุตสาหกรรม โดยภายใน 4 ปี น่าจะเห็นแอพพลิเคชั่นที่รองรับการใช้งานด้านนี้

อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาที่ความพร้อมของเนคเทคในการขับเคลื่อนพันธะกิจ ดร.ชัย กล่าวว่า “สิ่งที่เนคเทคเชี่ยวชาญ คือ องค์ความรู้ของระบบที่เชื่อมโยงระหว่างโลกไซเบอร์กับโลกกายภาพเข้าด้วยกัน ซึ่งเรียกว่า Cyber-physical Systems หรือ CPS ประกอบไปด้วยเทคโนโลยีที่เป็นหัวใจสำคัญคือ เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ เทคโนโลยีระบบเครือข่าย เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ที่มาพร้อมกับการประมวลผลบิ๊กดาต้า”

Cyber-physical Systems

Cyber-physical Systems

“ความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้ จะเข้ามาตอบโจทย์ได้ตรงกระแสความต้องการของการพัฒนาประเทศ เป็นสิ่งที่จะสามารถต่อยอดในระดับแอพพลิเคชั่นที่จำเป็น อาทิ แอพพลิเคชั่นฟาร์มแม่นยำ (Precision Farming) อุตสาหกรรม 4.0 (Smart industry) ระบบสารสนเทศทางการแพทย์ (Health Informatics) เมืองอัจฉริยะ (Smart City) และการศึกษายุคดิจิทัล (Digital Education)” ผู้อำนวยการเนคเทคกล่าว

ขับเคลื่อน 8 เป้าหมาย

4 ปีนับจากนี้ ในวาระของ ดร.ชัย และรองทั้ง 3 คน จะเข้ามาช่วยกันขับเคลื่อน 8 เป้าหมายหลักให้เกิดเป็นรูปธรรม ซึ่งประกอบด้วย การบูรณาการข้อมูลประชากร อุตสาหกรรมอัจฉริยะ เซ็นเซอร์คุณภาพสูง การศึกษาอัจฉริยะ เกษตรแม่นยำ เอไอสัญชาติไทย ไอทีเพื่อสุขภาพ และเมืองอัจฉริยะ

ผู้บริหารอธิบายว่าในเป้าหมาย 8 ข้อนั้น ได้ตั้งเป้าไว้ชัดเจนว่าจะต้องเห็นผลอะไรอย่างไรบ้าง เริ่มจาก การบูรณาการข้อมูลประชากร จะต่อยอดฐานข้อมูลให้มีหลายมิติมากขึ้น โดยเป็นการเพิ่มฐานข้อมูลใน TPMAP หรือระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า ที่มีการนำบิ๊กดาต้าและปัญญาประดิษฐ์ไปวิเคราะห์หาคนจนเป้าหมายในมิติต่างๆ ซึ่งจะมีการเพิ่มเติมข้อมูลเข้ามา โดยประชาชนทั่วไปจะสามารถใช้ประโยชน์ในการตรวจสอบสิทธิของตัวเองจากสวัสดิการ 44 รายการของรัฐ

ขณะที่ เรื่องเกษตรแม่นยำ ได้ตั้งเป้าในการพัฒนาไปสู่ สมาร์ทฟาร์ม ที่มีลักษณะเกษตรแม่นยำสูง สามารถเพิ่มผลผลิตสูง มีการนำเซ็นเซอร์ตรวจจับสภาพแวดล้อม และปัญญาประดิษฐ์ไปใช้งาน การสร้างแพลตฟอร์มข้อมูลการเกษตร การวิเคราะห์ทางการเกษตรด้วยข้อมูลต่างๆ เพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำ

สำหรับเป้าหมายด้าน อุตสาหกรรมอัจฉริยะ ในระยะเวลา 4 ปี เนคเทคจะเร่งสร้างสายการผลิตตัวอย่าง ลักษณะเป็นโรงงานต้นแบบที่มีการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น IoT ในโรงงาน เพื่อให้ภาคเอกชนได้เรียนรู้ และเตรียมตัวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ด้วยเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มของเนคเทค

เป้าหมายด้าน ระบบปัญญาประดิษฐ์ เนคเทคเองได้มีการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์สัญชาติไทยที่เรียกว่า ไทย AI มาอย่างต่อเนื่อง สำหรับเป้าหมายในวาระ 4 ปี จะพัฒนาแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ให้สามารถบริการได้บนคลาวด์ ในความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ อาทิ การประมวลผลภาษาไทย การวิเคราะห์ความรู้สึก ระบบ Chatbot ระบบแปลงอักษรเป็นคำพูด และการวิเคราะห์ภาพ

เป้าหมายด้าน ไอทีเพื่อสุขภาพ คือการพัฒนาบิ๊กดาต้าข้อมูลสุขภาพของประชากร โดยเฉพาะข้อมูลเด็กที่ต้องสร้างมูลค่าให้เห็นสุขภาวะของเด็กไทย รวมถึงโครงการ ไซส์ไทยแลนด์ หรือการวัดค่ามาตรฐานทางกายภาพของคนไทย เช่น น้ำหนัก ส่วนสูง ที่มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยจะเป็นพัฒนาร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน สร้างมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในอุตสาหกรรม

อีกเป้าหมายที่เนคเทคเป็น ผู้เล่นหลักในเชิงเทคโนโลยี คือ การสร้างเมืองอัจฉริยะ (Smart City) โดยเป้าในอีก 3-4 ปีจะพัฒนาแพลตฟอร์ม ด้านความปลอดภัยเมือง รวมถึงการบริหารจัดการจราจร อาศัยการผนวกเอาข้อมูลที่จำเป็นด้านการจราจรเพื่อนำไปปรับใช้กับเมืองเป้าหมายต่างๆ รวมถึงการจัดการขยะในประเทศไทย ตั้งเป้าเป็น Smart Environment  บริหารจัดการเรื่องขยะ สิ่งแวดล้อม และการระบบเก็บขยะอย่างครบวงจรด้วย แพลตฟอร์มบูรณาการข้อมูล

8 เป้าหมายของ NECTEC

วางแนวคิดใหม่เรื่อง การต่อยอดงานวิจัย

“จริงๆ แล้วกระบวนการทำงานที่ผ่านมา เราถ่ายทอดเทคโนโลยีจากงานวิจัยไปสู่ภาคธุรกิจจำนวนมาก แต่ก็ยังมีการรับรู้อยู่ในวงจำกัด อาจเป็นเพราะกลุ่มผู้ที่ใช้ประโยชน์จากงานวิจัยมีจำนวนน้อย เมื่อเทียบกับความต้องการที่มีมาก คนทั่วไปจึงไม่เห็น การรับรู้ในวงกว้างจึงไม่เกิด” ผอ.ชัย กล่าวถึงประเด็นเรื่องการต่อยอดงานวิจัยไปสู่ตลาดการใช้งานจริง

“ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือ  การคิดใหม่ โดยทำให้ผลงานที่ได้จากงานวิจัย กลายเป็นบริการในลักษณะสาธารณูปโภค ที่ต้องใช้งานง่าย และไม่มีค่าใช้จ่ายในกรณีที่หน่วยงานต่างๆ จะเข้ามาทดลองใช้” ดร.ชัยกล่าว “ผมเชื่อว่า สิ่งที่ตามมาจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในหลายแง่มุม ประการแรกคือ นักวิจัยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำงาน ว่าตัวเองทำหน้าที่อะไร อยู่จุดไหนของซัพพลายเชน ไม่ต้องสนใจว่าเอกชนหรือใครจะมาใช้งานต่อ ซึ่งจุดนั้นจะเป็นหน้าที่ขององค์กรที่จะต้องผลักดัน”

“ประการต่อมาคือ ภาคเอกชนจะเข้ามาเชื่อมต่อเพื่อนำเอางานวิจัยไปใช้งานหรือพัฒนาต่อไปในอนาคตอย่างอัตโนมัติ เพราะโดยบริบทของการแข่งขันด้วยนวัตกรรม ภาคเอกชนจะวิ่งเข้าหาเทคโนโลยีต้นแบบ ด้วยโมเดลฟรีออฟชาร์จ เมื่อไหร่ก็ตามที่สร้างรายได้ๆ เอกชนเหล่านั้นจะกลับมาสนับสนุนงานวิจัยให้เดินหน้าไปได้”

“เมื่อทำได้แบบนั้น ก็จะเกิดการรับรู้ในมุมใหม่ว่า งานวิจัยจะไม่ได้มีประโยชน์แค่ประดับหิ้งอย่างเดียว มันจะหายไปและกลายเป็นตัวเลือกแรกของการพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม”

“ในท้ายที่สุดนั้น ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยหรือนวัตกรรมพร้อมใช้ ก็จะเข้าถึงทั้งภาคธุรกิจและประชาชน ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะของบริการ บริการบางอย่างใช้สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ บางบริการสำหรับประชาชนทั่วไปใช้ ซึ่งเมื่อไหร่ก็ตามที่บริการนั้นๆ เป็นบริการเพื่อประชาชน ประชาชนก็จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์ในวงกว้างจากการพัฒนาของเนคเทค” ดร.ชัย สรุป

ทำเนียบผู้บริหารเนคเทค

NECTEC Director list

4F39FF60-E4BD-48D1-B96F-4EC67D202F1C

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3
300x250 (B2)
Banner (320x250 Pixel) EDIT
CEBIT_webbanner_320x250pxl_TH

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com