www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

สร้างกำไรธุรกิจ ยุค Digital Disruption ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลในระบบ eProcurement

สร้างกำไรธุรกิจ ยุค Digital Disruption ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลในระบบ eProcurement
December 09
16:32 2019

สัมภาษณ์พิเศษ อภิสิทธิ์ คุปรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พันธวณิช จำกัดกับการเปลี่ยนบทบาทของการจัดซื้อมาเป็นเชิงรุก จะทำให้องค์กรได้รับประโยชน์จากต้นทุนที่ลดลง นั่นหมายถึง Profit Margin ที่สูงขึ้น ถึงแม้ว่ารายได้จะยังคงเดิมก็ตาม

การแข่งขันในยุค Digital Disruption สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อการดำเนินธุรกิจ เกิดผลกระทบขึ้นในหลายรูปแบบที่ผู้ประกอบการคาดไม่ถึงทั้งกระบวนการ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างลูกค้า คู่ค้า ระบบตลาด ซึ่งล้วนมีผลต่อยอดขาย หรือกำไร สิ่งที่ต้องขีดเส้นใต้คือ การบริหารองค์กรอย่างมีความพร้อมและสามารถปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลง บนพื้นฐานของข้อมูลเชิงลึก ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลฝั่งการสร้างรายได้ข้อมูลลูกค้า รายละเอียดการปฏิบัติงาน รวมทั้งข้อมูลสำหรับการบริหารจัดการต้นทุน เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจยุคดิจิทัล

นักธุรกิจและนักบริหารทุกคน เข้าใจดีถึงการแข่งขันกันสร้างรายได้จากการขยายตลาด สร้างมูลค่าจากการขายให้สูงขึ้น ข้อเท็จจริงดังกล่าว หลายท่านเข้าใจเป็นอย่างดี แต่ในขณะเดียวกัน ยังมีแนวการบริหารอีกทางหนึ่ง อาศัยการใช้ข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์และนำไปบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งการบริหารต้นทุนเพียงแค่เล็กน้อยผนวกกับการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม อาจส่งผลกำไรที่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก มีความคล่องตัว และสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจและองค์กร

อภิสิทธิ์นิตยสาร CIO World&Business มีโอกาสได้สัมภาษณ์ อภิสิทธิ์ คุปรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พันธวณิช จำกัด ผู้ให้บริการการจัดซื้อด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (eProcurement) ระดับภูมิภาคที่ให้บริการอยู่กับลูกค้า 11 ประเทศในทวีปเอเชีย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญการบริหารต้นทุนด้วยระบบดิจิทัลกับการเปิดประเด็นถึงอีกวิธีหนึ่งในการสร้างผลกำไรเพิ่มเติม ที่อาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบจัดซื้ออิเล็กทรอนิกส์ ปัจจุบันมีองค์กรขนาดใหญ่ ที่สร้างผลกำไรมากขึ้น ด้วยทรัพยากรที่น้อยกว่า และยั่งยืนมากกว่า

ทางเลือกในการสร้างกำไรในยุค Digital Disruption
อภิสิทธิ์ เริ่มต้นด้วยการอธิบายว่า “ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจมีวิธีการและช่องทางในการสร้างรายได้มากขึ้นกว่าในอดีต บางช่องทางเป็นวิธีการใหม่ที่ต้องลงทุนจำนวนมาก เป็นสิ่งที่ผู้บริหารทุกท่านคำนึงถึงอยู่แล้ว และทุกบริษัทให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพราะการเพิ่มช่องทางการขายนั้นหมายถึงกำไร”

“สมมติว่าบริษัทหนึ่งมียอดขาย 100 ล้านบาทมีกำไร 5 ล้านบาท ถ้าบริษัทอยากได้กำไรเพิ่มขึ้นเท่าตัว อาจจะต้องขายเพิ่มขึ้นอีก 100 ล้านบาท เป็น 200 ล้านบาท เพื่อให้ได้กำไรเพิ่มเป็น 10 ล้านบาทสิ่งที่เกิดขึ้นในความพยายามเพิ่มยอดขายขึ้นเท่าตัวนั้น ต้องอาศัยหลายปัจจัย อาทิ ต้องเตรียมทรัพยากรขึ้น ต้องเพิ่มพนักงาน เพิ่มวัตถุดิบ เพิ่มปริมาณการส่งของ ต้องแข่งขันในตลาดใหม่ๆ ภายใต้เงื่อนไขเวลาจำกัด”

“แต่ในอีกมุมมองหนึ่งที่อยากจะนำเสนอ บนเงื่อนไขเดิมคือ การจะเพิ่มยอดขายขึ้น 100% เพื่อให้ได้กำไรเพิ่มขึ้นเท่าตัวนั้น การลดต้นทุนเพียง 5.26% ของต้นทุน มันก็จะทำให้เราทำกำไรได้เท่าตัวเช่นกันดังนั้น บริษัทจึงมี 2 ทางเลือกในการทำกำไรเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัวคือ หนึ่ง เพิ่มยอดขาย 1 เท่าตัว หรือลดต้นทุนเพียง 5.26% โดยไม่ทำให้คุณภาพของสินค้าและบริการลดลง นี่คือทางเลือกที่ผู้บริหารต้องพิจารณาและมองวิธีการ” อภิสิทธิ์ กล่าว

ในขณะที่ทุกธุรกิจเน้นการสร้างยอดขายเพิ่มแต่ที่หลายคนอาจนึกไม่ถึงคือด้านต้นทุน ที่ผ่านมาอาจอาศัยการบริหารต้นทุนอย่างง่ายๆ ขาดข้อมูลสนับสนุนใช้วิธีการเรียกว่า การตัดค่าใช้จ่าย (Cost Cutting) ซึ่งไม่ได้พิจารณาถึงผลกระทบต่อคุณภาพสินค้าและบริการ แม้จะเป็นวิธีที่ง่าย แต่ไม่ส่งผลดีต่อธุรกิจในระยะยาว

การบริหารต้นทุนในมุมของอภิสิทธิ์เรียกว่า การลดต้นทุน (Cost Reduction) โดยอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Science) ซึ่งทุกองค์กรมีข้อมูลอยู่แล้วแต่จะทำอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพทางธุรกิจสูงสุดและเป็นไปตามที่ต้องการ

อ่านต่อหน้า2

Pages: 1 2

Related Articles

1 Comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.