www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

จุดพลิกผันในการเชื่อมต่อเครื่องจักรและมนุษย์

จุดพลิกผันในการเชื่อมต่อเครื่องจักรและมนุษย์
December 06
09:45 2018

ณ เวลานี้ได้ถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด โดยถือได้ว่าเป็นยุคใหม่ของการเชื่อมต่อที่เรียกว่าอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งจะทำให้โรงงานในปัจจุบันดูแปลกตาและน่าตื่นเต้นเหมือนในภาพยนตร์ Mission Impossible ก็ว่าได้

กล่องบรรจุภัณฑ์บนสายพานลำเลียงจะติดต่อสื่อสารโดยสั่งเครื่องจักร (หรือ robot) ว่าจะบรรจุผลิตภัณฑ์ลงในกล่องอย่างไร, เครื่องพิมพ์ 3 มิติจะประกอบชิ้นส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคขนาดเล็กที่มีรูปแบบเฉพาะ และจากนั้นจะปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อทำอย่างอื่นต่อไป คนงานที่สวมแว่นตา AR จะทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ได้อย่างราบรื่น ข้อมูลแบบเรียลไทม์ของทุกกระบวนการจะถูกส่งไปยังผู้จัดการที่อยู่นอกโรงงาน ที่สามารถบริหารจัดการจากระยะไกลได้

HPE1 662x190

การสื่อสารระหว่างเครื่องจักรกับเครื่องจักร (M2M) และเครื่องจักรกับมนุษย์ (M2H) จะเชื่อมโยงทั้งเครื่องจักร กระบวนการผลิต และจอควบคุมของโรงงานแห่งอนาคต และเทคโนโลยี 5G จะเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และคุณภาพได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ในยุค 5G หุ่นยนต์และมนุษย์จะทำงานร่วมกันในโรงงาน ซึ่งในโรงงานจะทำหน้าที่เหมือนวงดนตรีที่เล่นเพลงเดียวกันอย่างไพเราะด้วยเครื่องดนตรีที่หลากหลาย มากกว่าจะเป็นเพียงกลุ่มของสายการผลิตที่มีเครื่องจักร มนุษย์ และหุ่นยนต์ที่ต่างก็มีบทบาทแตกต่างกัน แต่กลับมาทำงานร่วมกัน พื้นโรงงานจะเป็นแบบไดนามิก และปรับแต่งใหม่ได้ เพื่อให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่จะผลิตขึ้น

หุ่นยนต์จะเชื่อมต่อเข้ากับระบบคลาวด์ได้แบบเรียลไทม์ เพื่อความปลอดภัยและสั่งการ ซึ่ง 5G ไม่ได้สำคัญแค่เรื่องความเร็ว แต่จะมีการเพิ่มจำนวนเครือข่าย ที่สามารถเชื่อมต่อกันได้มากขึ้นและสามารถรองรับการใช้งานผ่านอุปกรณ์ Internet of Things ได้ถึงล้านล้านอุปกรณ์ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน 5G

5G จะทำงานได้ดีสำหรับทั้งการสื่อสารในระยะสั้นและระยะไกล สนับสนุนคุณสมบัติด้านความปลอดภัย และใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยทางเทคนิคแล้ว 5G จะสามารถใช้งานได้โดยใช้พลังงานเพียงแค่หนึ่งในพันของพลังงานที่ใช้โดย 4G และแบตเตอรี่มีอายุการใช้งานยาวนานกว่าเดิม ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในเรื่องการบำรุงรักษาและเหมาะกับการใช้ในโรงงานที่มีเครื่องจักรอัตโนมัติที่ซับซ้อน

ถึงแม้ว่าโรงงานแห่งอนาคตในยุค 5G ยังไม่ได้เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ณ วันนี้ก็ตาม แต่หุ่นยนต์ที่มีการใช้งานอยู่แล้วจะสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ประมวลผลที่มีราคาไม่แพง เซ็นเซอร์ที่สามารถจับภาพและเก็บข้อมูลจำนวนมากและอัลกอริธึมการประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อน และเทคโนโลยีเหล่านี้กำลังมารวมกันเพื่อสร้างเครื่องจักรที่เรียนรู้ได้ (Machine Learning) ภายใน 2 ปีนี้ โดยในอนาคตโรงงานจะมีหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ด้วยการสังเกตและเลียนแบบพฤติกรรมของมนุษย์

S__7397497

พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ

เครื่องจักรบางชิ้นจะประมวลผลข้อมูลของตัวเอง ที่หนึ่งรอบเวลาที่ใช้ในการทำงานสำเร็จหนึ่งงานจะใช้เวลาน้อยกว่าหนึ่งมิลลิวินาที เครื่องจักรจะทำการวิเคราะห์ข้อมูลสตรีมมิ่ง ที่จะสามารถทำการวินิจฉัยด้วยตนเองและตัดสินใจกำหนดค่าใหม่ได้เองภายใต้กรอบนโยบายและกฎในการผลิต

ในยุค 5G เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) จะช่วยให้มนุษย์สามารถทำงานได้อย่างชาญฉลาด โดยการสวมเลนส์ AR ทำให้คนในไลน์การผลิตที่ยังคงมีอยู่สามารถเข้าถึงข้อกำหนดและคำแนะนำต่างๆ โดยละเอียด ช่วยลดเวลาในการฝึกอบรมและช่วยให้พวกเขาสามารถทำงานอย่างอื่นได้หลายอย่างในเวลาเดียวกัน

ขณะที่บริษัท Lockheed Martin คนงานก็กำลังใช้ AR เพื่อสร้างเครื่องบินเจ็ต ด้วยการแสดงผลบนกระจกแว่นตาที่พวกเขาสวมใส่ ทำให้เห็นได้ว่าแต่ละชิ้นส่วนควรวางตำแหน่งใด ทำให้เพิ่มผลผลิตได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มความแม่นยำขึ้นถึง 96 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในโรงงานแห่งอนาคต ทีมงานฝ่ายสนับสนุนจะมีการใช้ AR เพื่อตรวจสอบกระบวนการแบบเรียลไทม์ ที่จะสามารถมองเห็นได้เช่นเดียวกับที่คนงานมองเห็นผ่านแว่นตา AR และจะได้ให้คำแนะนำในการแก้ไขหรือสั่งงานได้ทันที

ในยุคระบบสื่อสารบรอดแบนด์เคลื่อนที่ 5G จะเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของรูปแบบธุรกิจในอนาคต ซึ่งซัพพลายเออร์จำนวนมากกำลังสร้างอุปกรณ์ 5G ซึ่งจะช่วยผลักดันการแข่งขันและสร้างประสิทธิภาพด้านต้นทุน โดยจะมีมาตรฐานออกมาและใช้งานในเชิงพาณิชย์ภายใน 2020

บริษัทด้านโทรคมนาคมทุกวันนี้ให้บริการโดยตรงกับลูกค้าที่เป็นผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่ในการทำงานกับโรงงาน พวกเขาอาจจะต้องทำข้อตกลงกับบุคคลที่สามที่เป็นบริษัทผู้ติดตั้งระบบ อย่างเช่น Huawai, Cisco, Sigfox, NEC เป็นต้น จึงทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า Mobile operators จะต้องเปลี่ยน business model ในยุค 5G ในอนาคตอันใกล้

ดังนั้นในยุค 5G ระบบสื่อสารเคลื่อนที่จะมีบทบาทที่เปลี่ยนไป ซึ่งจะเข้าไปมีบทบาทในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างมาก โดยจะทำให้เกิดการปฏิวัติการผลิตสินค้าให้เป็นแบบ M2M และ M2H อย่างแน่นอน และมันจะเป็นตัวเร่งทำให้เกิดแพลทฟอร์ม IoT และ robotics ที่เติบโตขึ้นทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

เทคโนโลยี 5G และความสามารถของเครื่องจักรจากการมีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้มีอิทธิพลต่อโลกแห่งการทำงานในศตวรรษที่ 21 อย่างมาก คอมพิวเตอร์, อัลกอริทึมและซอฟต์แวร์ได้ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นก็จริง แต่เราจะใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างไรถ้าไม่มีเทคโนโลยีเหล่านี้ในอีก 10 ปีข้างหน้า ในขณะที่เทคโนโลยีก้าวหน้าจนเราไม่สามารถหวนกลับมาใช้พิมพ์ดีดได้ และก็เช่นกันเราจะจัดการกับเทคโนโลยีเหล่านี้ได้อย่างไรหากเราไม่จำเป็นต้องใช้มนุษย์จำนวนมากมาควบคุมการผลิตและการทำงาน

เศรษฐกิจยุคขับเคลื่อนด้วยข้อมูลขนาดใหญ่และซอฟท์แวร์อันชาญฉลาด ที่มีลักษณะเฉพาะคือ มีการเติบโตแบบ “super-exponential growth” จนทำให้วิธีการผลิตสินค้าจากการผลิตที่มีจำนวนมากที่เน้นการประหยัดต่อหน่วยเป็นหลัก กลายเป็นสามารถผลิตให้เป็นไปตามความต้องการเฉพาะบุคคลด้วยราคาถูก จึงทำให้วิธีคิดในระบบเศรษฐกิจใหม่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com