www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

ยุทธศาสตร์และกฎระเบียบด้านข้อมูลของประเทศ, มาตรฐานและการรักษาความมั่นคงปลอดภัย 5G ผ่านมุมมองของ สุรชัย ฉัตรเฉลิมพันธุ์

ยุทธศาสตร์และกฎระเบียบด้านข้อมูลของประเทศ, มาตรฐานและการรักษาความมั่นคงปลอดภัย 5G ผ่านมุมมองของ สุรชัย ฉัตรเฉลิมพันธุ์
January 05
14:57 2022

สัมภาษณ์พิเศษ คุณสุรชัย ฉัตรเฉลิมพันธุ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กับมุมมอง ข้อแนะนำในด้านการวางยุทธศาสตร์และกฎระเบียบด้านข้อมูลของประเทศ ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ และ มาตรฐานและการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ในยุค 5G

 

กล่าวได้ว่าในแวดวง การรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทย มีเพียงไม่กี่คนที่ได้การยอมรับทั้งในด้านคุณวุฒิที่มีทั้งฝีมือและความสามารถ รู้กลยุทธ์วางนโยบาย รู้หลักการปฏิบัติ มีวิสัยทัศน์ และมีประสบการณ์ในการนำองค์กรผ่านวิกฤตจากภัยคุกคามไซเบอร์ได้สำเร็จ

สุรชัย ฉัตรเฉลิมพันธุ์ GDPR-CEPAS, CISSP, CSSLP, CISA, CISM, SSCP, CDPSE, CEH, ECSA, ISO27001, MIT, Harvard Cybersecurity executive certificate
Thailand CSPO (Country Cyber Security & Privacy Officer) บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด

คุณสุรชัย ฉัตรเฉลิมพันธุ์ เป็นหนึ่งในบรรดา “คนไซเบอร์ซีเคียวริตี้” ที่ได้รับการยอมรับ ด้วยทั้งคุณวุฒิและประสบการณ์ที่สั่งสมจากการเป็นผู้บริหารด้านการวางนโยบายเกี่ยวกับความเสี่ยงและแก้ปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ให้กับบริษัทมหาชนชั้นนำระดับประเทศ ทั้งในภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมี บริษัทหลักทรัพย์ และธนาคารของรัฐมามากกว่า 15 ปี

นอกจากนั้นยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นคณะกรรมการในหลายชุด อย่างสมาคมความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ (TISA) คณะกรรมการขององค์กรพันธมิตรด้านความปลอดภัยบนคลาวด์ (CSA) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการจัดทำวิจัยและเผยแพร่ความรู้ในประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัยของระบบการประมวลผลแบบคลาวด์โดยเฉพาะ

และในปีที่ผ่านมา คุณสุรชัยยังได้รับการคัดเลือกจากกลุ่มสื่อสายเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง IDG ให้เป็น 1 ใน10 สุดยอดผู้บริหารระดับสูงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและความปลอดภัยข้อมูล (CIO/CISO) ในอุตสาหกรรมบริการทางการเงิน ระดับภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย

ปัจจุบันคุณสุรชัย ได้เริ่มบทบาทใหม่กับเส้นทางสายวิชาชีพซีเคียวริตี้ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของบริษัท หัวเว่ย ประเทศไทย (Thailand Country Cyber Security & Privacy Officer) โดยทำหน้าที่ให้คำปรึกษา วางนโยบาย

รวมถึงกรอบปฏิบัติเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้กับบริษัท ซึ่งเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่น ความโปร่งใสในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานธุรกิจของหัวเว่ย ที่ให้ความสำคัญในด้านนี้เป็นลำดับต้นๆ ของการดำเนินงาน

CIO Wolrd&Business มีโอกาสได้สัมภาษณ์ คุณสุรชัย ฉัตรเฉลิมพันธุ์ ในหลายๆ ประเด็นเกี่ยวกับมุมมองด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งแน่นอนในบริบทของความปลอดภัยไซเบอร์นั้นมีหลายแง่มุมที่มีความสำคัญ แต่ในบทสัมภาษณ์นี้ได้นำเอา 2 ประเด็นที่สุรชัยได้ให้ความสำคัญและเน้นย้ำนั่นคือ

1) การวางยุทธศาสตร์และกฎระเบียบด้านข้อมูล ที่จะเป็นหลักการสำคัญและส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ และ 2) มาตรฐานและการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ในยุค 5G พร้อมอธิบายความสำคัญ เหตุผลและความจำเป็นของมาตรฐานด้านไซเบอร์ที่ทุกหน่วยงานในอีโคซีมเต็ม 5G จะต้องตระหนักรู้และเตรียมตัวรับมือ

การวางยุทธศาสตร์และกฎระเบียบด้านข้อมูลของประเทศไทย

การวางยุทธศาสตร์และกฎระเบียบด้านข้อมูล จะเป็นหลักการสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ” คุณสุรชัยกล่าว โดยได้อธิบายเพิ่มเติมว่า “เนื่องจากนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นต่อกระแสทิศทางการพัฒนาโลก (megatrends) ซึ่งตัวแปรหลักในการทำให้เกิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจ

ดังนั้นการสร้างสภาพแวดล้อมทางไซเบอร์ที่มีความปลอดภัยสำหรับทุกคน จำเป็นต้องมีมาตรฐาน กฎระเบียบที่สอดคล้องกับความเป็นจริง ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องทำงานร่วมกัน ส่วนการสร้างระบบที่เชื่อถือได้ทุกฝ่ายจำต้องมีความรับผิดชอบ มาตรฐาน และกฎระเบียบที่ชัดเจน”

ทิศทางการพัฒนาโลกสามารถประมวลออกมาได้ 4 เทรนด์ ซึ่งคุณสุรชัยได้ให้ข้อมูลในแต่ละแนวโน้มและแนะนำกลยุทธ์ในการสนับสนุนเสาหลักเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืนไว้ดังนี้

1. การเติบโตอย่างรวดเร็วของการบริการด้านข้อมูล ทำให้สัดส่วนของธุรกิจการค้าในระดับโลกเติบโตกว่า 50% เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย เราจะต้องติดตามและเตรียมรับมือกับกระแสการเปลี่ยนแปลงทิศทางการพัฒนาในด้านการค้าบริการ (Service Trade) ของโลก

โดยนำเทคโนโลยีและเรื่องข้อมูลมาต่อยอดและประยุกต์ใช้ในการปรับโครงสร้างของธุรกิจ เพื่อปรับตัวในการสู่ยุคดิจิทัล เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองต่อความต้องการใหม่ๆ รวมถึงความต้องการที่เปลี่ยนไปของลูกค้าได้อีกด้วย

2. ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและการขับเคลื่อนด้วยการประมวลผลข้อมูล ทำให้เราก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ยุคที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลข่าวสาร ดังนั้นโอกาสของประเทศไทยอยู่ตรงที่เราต้องจับกระแสทิศทางการพัฒนาโลกในเรื่องสินค้าและบริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการปัจจุบัน

การสร้างบริการ Cloud ที่มีความมั่นคงและเสถียรภาพสูงสำหรับประเทศจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะจะมีผลต่อการปรับกระบวนการดิจิทัลในภาคอุตสาหกรรม สร้างเมืองอัจฉริยะ การสร้างธนาคารดิจิทัล การบริการ IoT (Internet of Things) รวมไปถึงสินค้าและการบริการที่มีเทคโนโลยี AI (ปัญญาประดิษฐ์) เป็นส่วนประกอบ

3. ข้อมูลจะกลายเป็นพื้นฐานหลักในการผลักดันเศรษฐกิจยุคดิจิทัล ซึ่งจะเป็นทรัพยากรที่มีค่าแทนที่น้ำมัน โดยจะเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกต่อไป ดังนั้นเงื่อนไขหรือข้อบังคับในการเก็บรวบรวมและปกป้องข้อมูลให้ได้มาตรฐานสากลจึงเป็นเรื่องสำคัญ

ประเทศไทยเองให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว จึงมีข้อการบังคับใช้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ซึ่งจะช่วยสร้างความไว้วางใจให้กับเจ้าของข้อมูลและการใช้ข้อมูล รวมไปถึงเสริมสร้างความมั่นใจในอุตสาหกรรมอัจฉริยะแห่งอนาคตที่จะเกิดขึ้น

4. ปัจจุบันกว่า 50% ของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ได้มีการเผยแพร่กลยุทธ์ด้านข้อมูลและนโยบายด้านกฎระเบียบข้อมูลเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งประเทศไทยได้เริ่มพัฒนาเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมีแนวนโยบายของรัฐบาลที่ชัดเจนในการส่งเสริมการพัฒนาและการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งในอุตสาหกรรม เชิงเศรษฐกิจและสังคม รวมไปถึงการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลของประเทศ

ความพร้อมของหัวเว่ยกับการสนับสนุนไทยสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลแห่งอาเซียน

คุณสุรชัยมองว่า ไทยมีศักยภาพในการก้าวเป็นศูนย์กลางดิจิทัลแห่งอาเซียน  เนื่องจากมีขีดความสามารถและความพร้อมพื้นฐานที่สำคัญเพื่อรองรับการเติบโตของประเทศไทยทั้งในด้านนโยบาย กฎหมายและบุคคลากร รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในรูปแบบต่างๆ

และปัจจุบันหัวเว่ย คลาวด์ ได้ดำเนินนโยบายในการรองรับด้านการสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศไทย ด้วยการสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center)  2 ศูนย์ เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัลในอาเซียน สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงถึงความตั้งใจของหัวเว่ยที่ได้วางรากฐานและลงทุนศูนย์ข้อมูลเพื่อให้บริการ สร้างโอกาสการเติบโตและความเชื่อมั่นไปพร้อมกับประทศไทย

และในเดือนธันวาคม 2564 ได้มีการเปิดศูนย์ข้อมูลในประเทศไทยแห่งที่ 3 ด้วยเงินลงทุน 1.4 พันล้านบาท ศูนย์ข้อมูลดังกล่าวได้ดำเนินการตามกฎระเบียบกฎหมาย ข้อบังคับอย่างเคร่งครัด เพื่อเสริมความสามารถในการสำรองข้อมูลร่วมกันและเพื่อให้มีความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลขั้นสูงสุด

กล่าวได้ว่า ศูนย์ข้อมูลที่มีเสถียรภาพ รองรับการทำงานด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงอย่าง IoT, AI ตลอดจนอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพสูง ผนวกด้วยระบบดูแลรักษาข้อมูลมีความมั่นคงปลอดภัยขั้นสูงสุด ทำให้ศูนย์ข้อมูลของหัวเว่ย คลาวด์ กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญสำหรับธุรกิจในยุคดิจิทัลของไทย

มาตรฐานและการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ในยุค 5G

โลกกำลังก้าวสู่สังคมดิจิทัลและการมาของเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น 5G, Cloud, AI หรือ IoT  จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จในเชิงธุรกิจได้ ในขณะเดียวกันได้สร้างความท้าทายใหม่เกิดขึ้นคือ เรื่องการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลความเป็นส่วนบุคคล ทำให้องค์กรธุรกิจต่างๆ ต้องต่อสู่กับภัยไซเบอร์รูปแบบใหม่ๆ ที่หลากหลายมากขึ้น ซับซ้อนขึ้น ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีซึ่งแต่ละองค์กรต้องตระหนักและไม่ควรมองข้ามเรื่องการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

ไซเบอร์ ซิเคียวริตี้ถือเป็น “ความรับผิดชอบร่วมกัน” ที่ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องทำงานร่วมกัน ซึ่งประกอบไปด้วย หน่วยงานภาครัฐ ที่ทำหน้าที่กำกับดูแล ตั้งแต่ระดับนโยบาย กฎระเบียบ, องค์กรผู้กำหนดมาตรฐานสากล ที่เป็นผู้กำหนดมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด, ผู้ให้บริการและผู้ดำเนินการ ต้องให้การบริการที่เสถียร มีความน่าเชื่อถือสูงและปฎิบัติตามกฎระเบียบ, ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ที่ต้องพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม พัฒนาวิจัยผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ปลอดภัยด้วยกระบวนการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

และองค์ประกอบสุดท้ายคือ องค์กรธุรกิจและประชาชน ต้องดำเนินงานภายใต้กฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ด้วยแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด และมีการตรวจสอบ โดยหน่วยงานกลางที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการกำกับดูแล เพิ่มความมั่นใจในกระบวนการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล

ซึ่งการร่วมมือดังกล่าวจะสร้างให้เกิดแนวปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ขึ้น และการร่วมมือกันของทุกภาคส่วน จะช่วยสร้างมาตรฐานของอุตสาหกรรมในระดับประเทศ รวมถึงการตรวจสอบยืนยันที่น่าเชื่อถือและมีความปลอดภัยสูง

มาตรฐานและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในยุค 5G นั้น มีองค์ประกอบเข้าด้วยกัน 3 ระดับชั้นนั่นคือ

ระดับแรก กลุ่มผู้ให้บริการอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 5G ต้องได้มาตรฐาน อาทิเช่น สถานีฐาน คอร์เน็ตเวิร์ค หรือเราท์เตอร์ต่างๆ ที่พัฒนาอุปกรณ์ออกมาให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย 5G

ในระดับชั้นที่สองของ 5G คือ ชั้นของผู้ให้บริการเครือข่าย 5G ซึ่งหน้าที่หลักของกลุ่มนี้คือ ต้องมีการติดตั้งอุปกรณ์เครือข่ายอย่างปลอดภัยทุกขั้นตอน มีการดำเนินงานและบำรุงรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง สม่ำเสมอ

ในระดับชั้นที่สาม คือ ชั้นของการรักษาความปลอดภัยในระดับแอปพลิเคชัน ซึ่งต้องมีการปฏิบัติตามข้อกำหนดของผู้ให้บริการ ความปลอดภัยของแอปพลิเคชัน และการปกป้องบริการ

ซึ่งสิ่งสำคัญของการส่งต่อบริการ 5G ก็คือ ความมั่นใจด้านความปลอดภัยของอุปกรณ์ การส่งมอบบริการที่มีอยู่และบริการใหม่ในยุค 5G จะต้องอาศัยการเชื่อมต่อจากเครือข่ายมือถือเป็นอย่างมาก โดยพื้นฐานแล้วจะขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีพื้นฐานที่มั่นคงปลอดภัย น่าเชื่อถือ และสอดคล้องกับหลักการที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการบริการและเป็นมาตรฐานในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ คุณสุรชัย ได้อธิบายเพิ่มเกี่ยวกับ กรอบข้อกำหนดด้านมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์โทรคมนาคมในระบบ 5G (Network Equipment Security Assurance Scheme) หรือมาตรฐาน NESAS ที่ซึ่งผ่านการรับรองมาตราฐานความปลอดภัยของสมาพันธ์ GSMA (Global System for Mobile Association) และสมาคม 3GPP (3rd Generation Partnership Project) ที่ได้ร่วมกันพัฒนาความและกำหนดมาตรฐานด้านโทรคมนาคมระดับนานาชาติในการออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการปรับปรุงระดับความปลอดภัยไซเบอร์ของอุปกรณ์เครือข่ายทั่วทุกภาคส่วนอุตสาหกรรม

โดยมีสมาพันธ์ GSMA เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการประเมินและตรวจสอบ (Audit) ผู้ผลิตอุปกรณ์และหน่วยงานที่เชี่ยวชาญด้านการประเมินและตรวจสอบด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และสมาคม 3GPP เป็นผู้รับผิดชอบในการกำหนดมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และข้อกำหนดการประเมินและตรวจสอบ

คุณสุรชัยยังให้ข้อมูลเพิ่มว่า มาตรฐาน NESAS กลายเป็นกรอบข้อกำหนดด้านมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สำหรับอุปกรณ์โทรคมนาคมในระบบ 5G ที่สามารถใช้ประเมินความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แบบรวมศูนย์เพียงหนึ่งเดียวที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับผู้ปฏิบัติงาน ผู้ผลิตอุปกรณ์ สถาบันตรวจสอบและห้องปฏิบัติการ และหน่วยงานภาครัฐ ดังนั้น NESAS จึงกลายเป็นมาตรฐานการรับรองความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของยุค 5G ในระดับสากล

5G ของหัวเว่ย ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน NESAS

สำหรับผลิตภัณฑ์ 5G ของหัวเว่ยนั้น ได้มีการทดสอบความปลอดภัยของอุปกรณ์โครงข่าย (Network Equipment Security Assurance Scheme) หรือมาตรฐาน NESAS และเป็นรายแรกที่ทำการประเมิน NESAS เสร็จสิ้น

  • ในเดือนมีนาคม 2563 อุปกรณ์ Radio Access Network (RAN) ของหัวเว่ย ผ่านการตรวจสอบ NESAS ครั้งแรกโดย GSMA
  • เดือนมีนาคม 2563, อุปกรณ์เครือข่ายหลัก 5G (5GC) ผ่านการตรวจมาตรฐาน NESAS โดย GSMA
  • เดือนธันวาคม 2020 หัวเว่ยเป็นรายแรกที่ผ่านการการทดสอบ SCAS โดย DEKRA อย่างสมบูรณ์ สำหรับ 5G และ LTE ทำให้หัวเว่ยเป็นผู้ผลิตรายแรกที่ผ่านการประเมินมาตรฐาน NESAS โดย GSMA (รวมถึงการตรวจสอบ NESAS โดยการทดสอบ SCAS) ซึ่ง DEKRA เป็นห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง GSMA แห่งแรกในยุโรปในฐานะห้องปฏิบัติการทดสอบความปลอดภัยของ NESAS

“การที่หัวเว่ยได้เป็นหนึ่งในอีโคซีสเต็ม 5G นี้ แสดงให้เห็นถึงการตระหนักในความสำคัญของความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากและได้ทำตามมาตรฐานสากลอย่าง NESAS อันเป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการเข้าถึงอุปกรณ์โทรคมนาคม 5G อีกทั้งยังได้ผ่านประเมินการทดสอบจากห้องปฏิบัติการทั่วโลกและหน่วยงานอย่าง GSMA และ 3GPP เป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการลูกค้าในประเทศไทยว่าอุปกรณ์ 5G ของหัวเว่ยได้รับการยอมรับระดับสากล ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศอย่างยั่งยืน

ผมจึงขออนุญาตนำเสนอแนวทางให้ทุกๆ หน่วยงาน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมได้ทำงานร่วมกันตามมาตรฐาน NESAS นี้ เพื่อบูรณาการร่วมกันตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะส่งผลในเชิงบวกอย่างมีนัยยะสำคัญต่อการพัฒนาร่วมกันอย่างยั่งยืนของระบบการประเมินความมั่งคงปลอดภัยแบบครบวงจรระดับสากลและการรับรองสำหรับเทคโนโลยี 5G” คุณสุรชัย กล่าวสรุป

Read English Version >> Data Strategy and Data Regulation, The Cornerstones for Thailand’s Digital Economy. And 5G Cyber Security and Standards through the perspective of Surachai Chatchalermpun, Huawei Technologies (Thailand)

ฟังคลิปสัมภาษณ์ ยุทธศาสตร์และกฎระเบียบด้านข้อมูลของประเทศ, มาตรฐานและการรักษาความมั่นคงปลอดภัย 5G ผ่านมุมมองของ สุรชัย ฉัตรเฉลิมพันธุ์ 

 

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget