www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

The Industry 4.0 Paradoxes

The Industry 4.0 Paradoxes
April 19
15:32 2019

“พบความย้อนแย้งที่ค้นพบกับการก้าวสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 The Industry 4.0 Paradoxes เป็นความท้าทายในการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นดิจิทัลที่แต่ละองค์กรจะได้พบ และไม่มีสูตรตายตัวว่าธุรกิจใดจะเจออุปสรรคแบบใด การเปลี่ยนไปสู่ความเป็นดิจิทัลแตกต่างไปตามความต้องการของแต่ละองค์กรไม่มีอันไหนที่เหมือนกันทุกประการ”

ทุกวันนี้โลกกำลังตื่นตัวกับเรื่องการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่ หรือ The Industry 4.0 ที่เรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกเลยก็ว่าได้ ที่การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูง ผลักดันและทำให้หลายๆ อย่างที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ เป็นไปได้ทำให้ขอบเขตเชิงภูมิศาสตร์จางและบางลงเรื่อยๆ และเกิดการเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินธุรกิจและภูมิทัศน์ในการแข่งขันทางธุรกิจแม้แต่ในประเทศไทย รัฐบาลเองยังนำเอาแนวคิดนี้มาปรับใช้เป็นนโยบาย Thailand 4.0 ในการปฏิรูปประเทศ จากเศรษฐกิจแบบเดิมไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม

ดร.นเรนท์ผลการสำรวจโดยดีลอยท์
เพื่อทำความเข้าใจว่าบริษัทต่างๆ มีการลงทุนใน อุตสาหกรรม 4.0 เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นดิจิทัล (Digital Transformation) อย่างไรดีลอยท์ได้ทำการสำรวจจากผู้บริหาร 361 คนใน 11 ประเทศทั่วโลก การสำรวจครั้งนี้ทำให้ได้ข้อมูลเชิงลึก จากอุตสาหกรรมหลัก 7 อุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมอากาศยานและยุทโธปกรณ์การรบ ยานยนต์ เคมีภัณฑ์ โลหะการและเหมืองแร่ปิโตรเคมี และ อุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภค

ผลสำรวจได้เผยให้เห็นถึงความกระตือรือร้นในการที่จะลงทุนและแผนในการลงทุนในอนาคตขององค์กรอีกทั้งแสดงให้เห็นว่า แผนที่องค์กรวางไว้กับการปฏิบัติจริงยังไม่ไปด้วยกันผลสำรวจพบว่ามีความย้อนแย้ง (paradox) 5 ประการ ในการที่องค์กรจะเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นดิจิทัล ได้แก่ กลยุทธ์ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบของห่วงโซ่อุปทาน ความพร้อมของบุคลากรที่มีความสามารถ การลงทุนในนวัตกรรม และในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวงจรการทำงานแบบ กายภาพ-ดิจิทัล-กายภาพ

นี่แสดงให้เห็นว่า องค์กรมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ในการที่จะเปลี่ยนไปสู่ความเป็นดิจิทัล แต่ส่วนใหญ่ยังพยายามหาทางที่จะสร้างสมดุลในการปรับปรุงวิธีการดำเนินธุรกิจด้วยโอกาสที่มากับเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 4.0 ในเรื่องนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงของโมเดลธุรกิจ

ความย้อนแย้งด้านกลยุทธ์ (The Strategy paradox)
ผู้ตอบแบบสอบถามเกือบทั้งหมด (ร้อยละ 94) ระบุว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นดิจิทัล (Digital Transformation) เป็นเป้าหมายเชิงกลยุทธ์อันดับต้นๆ สำหรับองค์กรของพวกเขา อย่างไรก็ตาม องค์กรเองก็ยังไม่ได้มีการสำรวจวิเคราะห์อย่างเต็มที่ถึงกลยุทธ์อื่นๆ ที่เป็นไปได้จากการเปลี่ยนแปลงไปสู่ดิจิทัลและมีเพียงแค่ร้อยละ 68ที่มองว่าการเปลี่ยนไปสู่ความเป็นดิจิทัลเป็นช่องทางในการทำกำไร

ความย้อนแย้งด้านห่วงโซ่อุปทาน (The supply chain paradox)
ผู้บริหารต่างระบุว่า ห่วงโซ่อุปทานถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ ที่องค์กรจะลงทุนเพื่อการแปลงไปสู่ดิจิทัลทั้งในปัจจุบันและอนาคตอย่างไรก็ตาม ผู้บริหารห่วงโซ่อุปทานที่ดูแลการดำเนินธุรกิจในแต่ละวันและเป็นผู้ที่ดูแลเรื่องการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้งานนั้นกลับไม่ใช่ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจในการลงทุนด้านการเปลี่ยนไปสู่ความเป็นดิจิทัล

ความย้อนแย้งด้านบุคลาการที่มีความสามารถ (The talent paradox)
เป็นปกติที่ความคิดริเริ่มต้องเกิดจากมนุษย์ บุคลากรที่มีความสามารถมีบทบาทสำคัญในการการผลักดัน (หรือต่อต้าน) การเปลี่ยนแปลง ผู้บริหารมั่นใจว่าองค์กรของตนมีบุคลากรที่มีความสามารถที่จะรองรับการเปลี่ยนไปสู่ความเป็นดิจิทัลแต่ในขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าบุคลาการที่มีความสามารถนั้นก็เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งเช่นกัน ผู้บริหารมองว่า การเสาะหา ฝึกอบรม และรักษาบุคลากรที่มีความสามารถนั้น เป็นความท้าทายสูงสุดสำหรับองค์กร และการสร้างวัฒนธรรมขององค์กร

ความย้อนแย้งด้านนวัตกรรม (The innovation paradox)
ผู้บริหารระดับสูงต่างบอกว่าการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนองค์กรสู่ความเป็นดิจิทัลนั้นมาจากความต้องการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจ พูดง่ายๆ คือเพื่อทำสิ่งที่ทำอยู่แล้วให้ดีขึ้นผลสำรวจนี้สอดคล้องกับการศึกษาของดีลอยท์ก่อนหน้านี้ ที่แสดงถึงรูปแบบเดียวกันของการนำเทคโนโลยีมาช่วยการดำเนินธุรกิจระยะใกล้ มากกว่าจะใช้เทคโนโลยีเพื่อการเปลี่ยนองค์กรไปสู่ความเป็นดิจิทัลอย่างแท้จริง

openความย้อนแย้งด้านวงจรกายภาพกับดิจิทัลและดิจิทัลกับกายภาพ
(Around the physical-digital-physical loop paradox)
วงจรกายภาพ-ดิจิทัล-กายภาพคือวงจรในการนำข้อมูลในโลกกายภาพ สร้างเป็นข้อมูลดิจิทัล ทำการวิเคราะห์และแปลงข้อมูลไปเป็นแผนในการปฏิบัติจริงในโลกกายภาพความสามารถในการควบคุมข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน และนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการตัดสินใจ เป็นปัจจัยสำคัญในการนำพาองค์กรเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 อย่างเต็มรูปแบบ และเป็นปัจจัยที่หลายๆ องค์กรยังไม่สามารถนำมาปฏิบัติได้จริง

ผลจากการสำรวจพบว่าองค์กรเกินกว่าร้อยละ 50 ไปได้เพียงครึ่งทางของวงจรเท่านั้น ในขณะที่บางองค์กรกำลังพยายามทำในส่วน ดิจิทัล-กายภาพ ซึ่งเป็นส่วนสุดท้ายของวงจรเป็นส่วนที่ท้าทายที่สุด และสำคัญที่สุดในการที่จะเป็นโรงงานอัจฉริยะ หรือ อุตสาหกรรม 4.0 นั่นเอง

ทะลายความย้อนแย้งต่างๆ
หนทางในการไปสู่ Industry 4.0 ไม่ได้มีเพียงหนทางเดียวและไม่ได้มีความย้อนแย้ง อันใดอันหนึ่งที่สำคัญกว่าอันอื่น การเปลี่ยนไปสู่ความเป็นดิจิทัลไม่ใช่เป็นความพยายามเชิงนามธรรมที่แยกจากกลยุทธ์และวัตถุประสงค์หลักขององค์กรเมื่อองค์กรได้เริ่มดำเนินการไปสู่การเป็นดิจิทัลแล้ว มันจะกลายเป็นศูนย์กลางขององค์กรและมีผลกับทุกแง่มุมของบริษัท การเปลี่ยนไปสู่ความเป็นดิจิทัลนั้นเป็นมากกว่าแค่การสิ่งที่ทำอยู่ให้เร็วขึ้น หรือถูกลง

การเปลี่ยนไปสู่ความเป็นดิจิทัลไม่ได้มีคำจำกัดความเดียว ท้ายที่สุดมันคือแล้วแต่บริษัทและเป็นไปตามวัตถุประสงค์เฉพาะขององค์กร และความคาดหวังให้บรรลุผลสำเร็จตามนั้นการเปลี่ยนไปสู่ความเป็นดิจิทัลแตกต่างไปตามความต้องการของแต่ละองค์กรไม่มีอันไหนที่เหมือนกันทุกประการ

องค์กรดิจิทัลควรจะมีวัฒนธรรมที่คำนึงถึงและให้ความสำคัญกับคนทุกคนในองค์กรเนื่องจากพนักงานในทุกระดับต่างมีส่วนในการขับเคลื่อนองค์กรในการเปลี่ยนแปลง และการสร้างความมั่นใจในการทำงานในแต่ละวัน ทุกเสียงของพนักงานมีความสำคัญ ดังที่ ปีเตอร์ดรัคเกอร์ เคยกล่าวไว้ว่า “วัฒนธรรมกินกลยุทธ์เป็นอาหารเช้า” ซึ่งหมายถึง วัฒนธรรมองค์กรมีความสำคัญกว่ากลยุทธ์ทางธุรกิจนั่นเอง

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.