www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

ICT Trend Watch (ตอนที่40) กรณีศึกษาสถานการณ์และอนาคตการบริการ จากค่ายมือถือในญี่ปุ่น

ICT Trend Watch (ตอนที่40) กรณีศึกษาสถานการณ์และอนาคตการบริการ จากค่ายมือถือในญี่ปุ่น
February 15
11:33 2017

“มองอนาคตบริการจากค่ายมือถือ สะท้อนจากผู้ให้บริการมือถืออันดับหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ถอดวิธีคิดและการสร้างบิสซิเนสโมเดลใหม่ๆ จากเน็ตเวิร์คที่ก้าวสู่ความเร็วระดับ 5G ของไร้สายและบรอดแบนด์ระดับกิ๊กกะบิต วางเป้าหมายเพิ่มรายได้เพิ่ม”

HPE1 662x190

1เมื่อกลางเดือนมกราคมที่เพิ่งผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสไปร่วมงานสัมมนาร่วมระหว่างสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย และสมาคมโทรคมนาคมของญี่ปุ่นประจำปี 2017 นี้ ทำให้ได้รับฟังเรื่องต่างๆ ที่น่าสนใจจากวิทยากรหลายๆ ท่านซึ่งเป็นผู้บริหารจากค่ายโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น โดยหนึ่งในหัวข้อที่มีการบรรยายกล่าวถึงการพัฒนาบริการสำหรับโมบายในยุคต่อจากนี้ซึ่งเป็นยุคที่มีการใช้งานสมาร์ทโฟนกันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งบรรยายโดยรองประธานบริหารอาวุโสของ docomoค่ายมือถืออันดับหนึ่งของญี่ปุ่น

ผู้เขียนเห็นว่าข้อมูลในหัวข้อนี้น่าจะเป็นประโยชน์พอสมควรในแง่ที่เป็นกรณีศึกษาหนึ่งของแนวโน้มของตลาดและบริการที่เกิดขึ้นกับประเทศที่ถือว่าเป็นตลาดบริการโมบายที่ล้ำหน้าแห่งหนึ่งของโลกซึ่งแนวโน้มใกล้เคียงกันบางส่วนก็อาจมีโอกาสเกิดขึ้นในประเทศอื่น(รวมถึงบ้านเรา) จึงขอโอกาสสรุปประเด็นสำคัญๆ เพื่อแชร์ข้อมูลกับท่านผู้อ่าน

แรกสุดดังที่บางท่านอาจทราบดีว่าโครงสร้างส่วนแบ่งตลาดของผู้ให้บริการโมบายในญี่ปุ่นจะคล้ายกับบ้านเราและอีกหลายประเทศคือส่วนแบ่งตลาดจะอยู่ในมือของค่ายมือถือสามค่าย(ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นค่ายที่ให้บริการโมบายมาตั้งแต่แรก) โดยค่ายที่มีส่วนแบ่งมากที่สุดคือdocomoครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ45%หรือคิดเป็นจำนวนผู้ใช้ประมาณ 72 ล้านคน ส่วนอันดับ 2 และ3 ก็จะขับเคี่ยวกันในส่วนแบ่งตลาดที่เหลือประมาณ25-30% หรือประมาณ40 กว่าล้านคนนั่นเอง

An employee stands by a display of NTT DoCoMo Inc. mobile devices and tablet computers alongside Sony Corp. Xperia products at an electronics store in Tokyo, Japan, on Tuesday, Sept. 10, 2013. Apple Inc. is close to securing deals with China Mobile Ltd. and Japan's NTT DoCoMo Inc. to sell iPhones in Asia's biggest markets. Photographer: Kiyoshi Ota/Bloomberg via Getty Images

ถ้าเราดูจำนวนประชากรโดยรวมของญี่ปุ่นในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าคงไม่สามารถคาดหวังการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้ได้อย่างมากมายอีกต่อไปดังในยุคแรกๆ ที่ยังมีผู้ที่ไม่ได้ใช้มือถืออยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ในแง่โครงสร้างรายได้นั้น มีจุดที่น่าสนใจตรงที่ว่า ถ้าเราดูที่กรณีของ docomoรายได้หลักๆ จากบริการเสียงมีการลดลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงเริ่มปี2000 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ในขณะที่ทางค่ายเอง(ซึ่งก็เป็นแนวโน้มเดียวกันสำหรับค่ายผู้ให้บริการโมบายทั่วโลก) ได้พยายามเพิ่มรายได้จากการใช้บริการดาต้าเพื่อชดเชยในส่วนรายได้ของเสียงที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้รายได้โดยรวมยังคงเพิ่มขึ้นหรืออย่างน้อยก็ไม่ลดลงในภาพรวม อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไป แนวโน้มรายได้รวมของค่ายมือถือซึ่งรวมทั้งเสียงและดาต้าก็ยังคงลดลงอยู่ดี ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้วในกรณีของค่ายนี้

หนึ่งในการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวของค่ายมือถือ คือการพยายามเพิ่มรายได้จากบริการประเภทใหม่ๆ ซึ่งไม่ได้เป็นบริการประเภทสื่อสารอย่างเช่นบริการประเภทที่ค่ายนี้เรียกว่า Smart life domainโดยมีประเภทของบริการหลักๆ อย่าง บริการคอนเทนต์ เช่น Video/Music หรือ e-books หรือบริการจำพวก Financial/payment เป็นต้น โดยถ้าดูสถิติล่าสุดของรายได้ในปีงบประมาณ 2015 ที่ผ่านมามีรายได้จาก Smart life domain อยู่ที่เกือบ 20% ของรายได้รวมเลยทีเดียว

1สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ ในภาพรวมทางค่าย docomoได้มีการวางนโยบายการบริหารไว้ในคอนเซ็ปต์Ever-Improving Value Propositions To Customer and Societyโดยผ่านการขับเคลื่อนผ่านสามสิ่งหลักๆ ซึ่งประกอบด้วย ข้อแรกคือการสร้างและวิวัฒนาการของบริการต่างๆที่จะทำให้เกิดความสะดวกสบาย ความสนุก และความปลอดภัยแก่ผู้ใช้บริการตลอดจนครอบครัว

ยกตัวอย่างเช่นมี การจัดกลุ่มของเครื่องผู้ใช้ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ที่หลากหลาย (สิ่งหนึ่งซึ่งอาจจะต่างจากบ้านเราก็คือการที่ในจัดกลุ่มของเครื่องนั้น ยังคงมีกลุ่มผู้ใช้ที่ยังคงใช้เครื่องประเภท feature phones) หรือการที่มีฟังก์ชั่นเพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้ที่ทำให้รับสาย โทรออก หรือวางสายได้โดยไม่ต้องไปแตะปุ่มหน้าจอใดๆ ที่เรียกว่า Tapless callหรือในชื่อว่า Sugudenในภาษาญี่ปุ่น

เช่นเวลารับสายเรียกเข้าก็สามารถยกเครื่องมาแนบหูและพูดได้เลยเวลาจะโทรออกไปยังเบอร์ที่ลงทะเบียนไว้ก็ทำได้ทันทีด้วยการสะบัดเครื่องเวลาจะวางสายก็เพียงแต่วางเครื่องโทรศัพท์ให้หน้าจอคว่ำลงเป็นต้น นอกจากนั้นก็ยังมีช่องทางที่ทำตัวเสมือนกับเป็นตลาดของบริการต่างๆ ที่เรียกว่า dmarketซึ่งผู้ใช้สามารถเข้าไปเลือกใช้ผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้ เช่นมีบริการประเภท dTV, d magazine, d anime store, d hits ต่างๆ เป็นต้น

3สิ่งต่อมาจะเป็นสร้างบริการใหม่ๆ ร่วมกับพารท์เนอร์ภายใต้แนวคิดCo-creation Through +dโดยในแง่ของโมเดลธุรกิจเองก็เกิดการ diversification ด้วยเช่นกัน จากแต่เดิมที่เป็นการให้บริการฟังก์ชั่นทางโมบายจาก docomoเองไปสู่ลูกค้า(ในรูปแบบB2C)หรือไปสู่องค์กร(B2B) ก็จะเป็นการร่วมมือกันของทาง docomoกับพาร์ทเนอร์ เพื่อให้บริการสู่ลูกค้า (ในรูปแบบB2B2C) โดยลูกค้าอาจจะเป็นกลุ่มลูกค้าของ docomoแต่เดิม(เป็นการ leverage customer) หรือเป็นกลุ่มลูกค้าของพาร์ทเนอร์(เป็นการleverage เทคโนโลยีและknow-how) เป็นต้น ตัวอย่างหนึ่งก็เช่น การทำงานร่วมกันระหว่างค่ายมือถือกับร้านสะดวกซื้อ ที่ทำให้ผู้ใช้มือถือสามารถสะสมแต้มของทางค่ายที่เรียกว่า d pointเมื่อไปช้อปที่ร้านสะดวกซื้อต่างๆ เป็นต้น

ข้อที่สามจะเป็นการ reinforce ทางด้านพื้นฐาน โดยสิ่งแรกสุดที่ทุกคนคำนึงถึงเมื่อพูดถึงพื้นฐานคือพื้นฐานทางด้านตัวโครงข่าย ซึ่งก็ต้องมีการทำให้โครงข่ายมีความรุดหน้าทั้งทางเทคโนโลยีเช่นพัฒนาจาก 4G LTE ที่รองรับความเร็วสูงสุดที่เพิ่มขึ้นเป็นลำดับขั้น เช่นจาก 225Mbps ไปสู่ 300Mbps, 375Mbps เข้าสู่ ระดับ 500Mbps เพื่อเข้าสู่เป้าหมายโครงข่าย 5G (โดยมีไมล์สโตนหลักหนึ่งอยู่ที่การเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกที่โตเกียวในปี 2020) รวมถึงการนำเทคโนโลยีอย่าง IoT, Big data, AI มาประยุกต์ใช้ด้วยเป็นต้น นอกจากนั้น พื้นฐานอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันหรืออาจจะมากกว่า คือฐานลูกค้า โดยความน่าสนใจอยู่ที่การที่ค่ายมือถือพยายามจะพิจารณาสถานะของฐานลูกค้าจากเดิมในรูปแบบผู้สมัครขอใช้บริการ(subscriber base) เป็นการเปลี่ยนไปสู่ลูกค้าในรูปแบบของสมาชิก (membership base) และสามารถนำฐานของสมาชิกไปใช้สำหรับบริการไม่เฉพาะแต่ของค่ายมือถือเอง แต่ยังรวมถึงบริษัทในเครือ หรือกับพาร์ทเนอร์ผ่านทาง +d ดังกล่าวข้างต้นนั่นเอง

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

Like Us On Facebook

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com

Categories