www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

Huawei OceanStor Dorado V3 All-Flash Storage สตอเรจสำหรับ Mission-Critical Business โดยเฉพาะ

Huawei OceanStor Dorado V3 All-Flash Storage สตอเรจสำหรับ Mission-Critical Business โดยเฉพาะ
February 28
00:21 2018

ธุรกิจในปัจจุบันได้เดินเข้าสู่ยุคของดิจิทัลอย่างเต็มตัว ความแพร่หลายของเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้ง ไอโอที บิ๊กดาต้า และโซเชียลเน็ตเวิร์ค รวมถึงแนวโน้มของเทคโนโลยีอื่นๆ ทั้งจากภายนอกและภายในองค์กร ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดข้อมูลปริมาณมาก การเพิ่มขึ้นของข้อมูลเหล่านั้นก่อให้เกิดความท้าทายแก่ระบบจัดเก็บข้อมูลของธุรกิจในทุกๆ กลุ่ม เนื่องจากระบบจะต้องสามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลด้วยความรวดเร็ว

HPE1 662x190

Tonyโดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่มีข้อมูลหลากหลายและแตกต่างกัน รวมถึงมีการเติบโตของข้อมูลที่มีการเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างฉับพลันองค์กรจึงต้องให้ความสำคัญในเรื่องความต่อเนื่องทางธุรกิจและความสำคัญในด้านความปลอดภัยของข้อมูลความมั่นคงในระบบการจัดเก็บข้อมูล รวมถึงความสามารถในการขยายพื้นที่ของระบบจัดเก็บข้อมูล

“All-Flash Storage”คำตอบสำหรับวันนี้และอนาคต
โทนี่ พัลเมอร์ วิศวกรอาวุโส จาก ESGLab เปิดเผยว่า เทคโนโลยีสตอเรจแบบ Solid-State เริ่มได้รับความสนใจและถูกพิจารณาเลือกใช้งานในองค์กรมากขึ้น จาก 4 ปัจจัยสำคัญได้แก่ ด้านประสิทธิภาพ, ความเสถียรในการทำงาน, ค่าใช้จ่ายต่อการจัดเก็บรวมถึงความคุ้มค่าในการลงทุน (TCO) ดังนั้นเทคโนโลยีออลแฟลช สตอเรจจึงกำลังเป็นแนวโน้มสำหรับระบบการจัดเก็บข้อมูลขององค์กร ซึ่งเป็นผลจากการขยายตัวของปริมาณข้อมูล อีกทั้งต้นทุนค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บที่สูงขึ้นกลายเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี

1OceanStor Dorado V3 ถูกออกแบบเพื่อรองรับการทำงานของแอพพลิเคชั่นที่มีความสำคัญต่อองค์กร รวมถึงแอพพลิเคชั่นที่ให้บริการลูกค้าสำหรับองค์กรขนาดใหญ่และคำนึงถึงการรองรับการทำงานหลายรูปแบบโดยใช้สถาปัตยกรรมชิปหน่วยความจำแบบ NVme (Non-Volatine Memory Express) ที่รองรับการสื่อสารโดยตรงระหว่างซีพียูและNVme ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการเข้าถึงข้อมูลเหลือเพียง 0.5 มิลลิวินาที รองรับการทำงานร่วมกับคอนโทรลเลอร์คู่ที่ปรับขยายได้สูงสุด 16 คอนโทรลเลอร์ และให้บริการการทำงานของ I/O ที่ระดับสูงสุด 4 ล้าน IOPS นอกจากนี้ยังติดตั้ง SmartDedupe ที่ทำการลดความซ้ำซ้อนและบีบอัดข้อมูล เพื่อลดขนาดของข้อมูลก่อนจัดเก็บลง OceanStor DoradoV3 สามารถลดปริมาณการใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้อย่างน้อย 3:1 ช่วยให้องค์กรใช้งานพื้นที่เก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็นและรองรับการขยายพื้นที่ได้ตามการเติบโตของข้อมูลได้อย่างราบรื่น

จากการทดสอบของ ESG Lab พบว่า Huawei OceanStor Dorado V3 ให้ TCO ต่ำกว่าระบบสตอเรจแบบทั่วไปถึง 73% ทั้งยังมีต้นทุนในการบำรุงรักษาต่ำ ประหยัดพลังงานส่งผลให้ค่าบริหารจัดการของแผนกไอทีลดลงอีกทั้งความเสถียรของเทคโนโลยี Solid State ที่ใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนาน และประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มกว่าระบบทั่วไปถึง 10 เท่า

อย่างไรก็ดี ด้วยการที่เทคโนโลยีสตอเรจรูปแบบใหม่ที่ใช้งานเฉพาะ Solid State นั้นยังเป็นเทคโนโลยีที่มีระดับราคาค่อนข้างสูงกว่าระบบเดิม ดังนั้น ในช่วงแรกองค์กรธุรกิจที่สนใจลงทุนจะต้องเป็นองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ที่เล็งเห็นในแง่การลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวในแง่ความปลอดภัยของข้อมูล การลดต้นทุนค่าใช้จ่าย และช่วยยกระดับในการเข้า
ถึงข้อมูลให้เร็วขึ้น

ดร.จุมพลแนวโน้มของเทคโนโลยี “All-Flash Storage” ในกลุ่มองค์กร
ดร.จุมพต ภูริทัตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เทรนด์ของสตอเรจที่ทั่วโลกให้ความสนใจตอนนี้คือกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากฮาร์ดดิสก์ในรูปแบบจานแม่เหล็กมาเป็น Solid State แทน ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการดูแลรักษา และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานรองรับปริมาณ Big data ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ที่ผ่านมา หัวเว่ยมีการลงทุนวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสตอเรจมากว่า 15 ปี ซึ่งเป็นพื้นฐานให้ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์สตอเรจของหัวเว่ยขึ้นมาเป็นผู้ให้บริการอันดับ 1 ในจีน และมีอัตราการเติบโตเป็นอันดับ 2 ในตลาดโลก และเมื่อมองในแง่ของการจัดส่งสินค้าสู่ท้องตลาดจะอยู่ในอันดับ 4 ของโลกซึ่งเป้าหมายของหัวเว่ย คือ ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า จะสร้างรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สตอเรจจากนอกประเทศจีน ให้มีสัดส่วนมากขึ้นจากปัจจุบัน รายได้จากนอกประเทศจีนอยู่ที่
ราว 30% ต่อ 70%”

ต้นทุนการเป็นเจ้าของ(TCO) ที่ต่ำกว่า
ESG Lab ได้เปรียบเทียบต้นทุนการเป็นเจ้าของ (TCO) ในระยะเวลา5 ปีของระบบจัดเก็บข้อมูล Huawei OceanStor Dorado V3 ที่ติดตั้งหน่วยความจำแบบ NVme เปรียบเทียบกับระบบจัดเก็บข้อมูลแบบไฮบริดที่ใช้ SAS SSD+HDD และระบบจัดเก็บข้อมูล แบบออลแฟลช First-Gen AFA จากผู้ให้บริการรายใหญ่ๆ พบว่า ต้นทุนการเป็นเจ้าของ ของระบบจัดเก็บข้อมูลของหัวเว่ยมีราคาต่ำกว่าระบบทั้ง 2 แบบถึง 73% และ 71% ตามลำดับ รวมทั้งประหยัดค่าใช้จ่ายเท่าๆ กันในด้านฮาร์ดแวร์/ซอฟต์แวร์, การบำรุงรักษาและแก้ไข, การใช้พลังงานและค่าใช้จ่ายของระบบทำความเย็น นอกจากนั้น ESG Lab ยังคาดว่า ค่าใช้จ่ายของแผนกไอทีจะลดลง เนื่องจากดิสก์เก็บข้อมูลแบบ NVme มีความเสถียรภาพมากขึ้น รวมถึงความพร้อมในการใช้งานของหัวเว่ย ซึ่งส่งผลให้แผนกไอทีมีเวลาในการจัดการทรัพยากรและวางแผนดำเนินงานแทนการใช้เวลาไปกับการบำรุงรักษาระบบสตอเรจ

“ในภูมิภาคเอเชียตลาดประเทศไทยถือเป็นตลาดที่มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าด้านการเงินการธนาคาร ภาครัฐบาลและภาคธุรกิจ ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการบนความปลอดภัย รองรับการประมวลผล และการส่งผ่านข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และต้นทุนในการดูแลรักษาที่ต่ำกว่าเทคโนโลยีที่ใช้งานในปัจจุบัน” 

สำหรับตลาดในประเทศไทย หัวเว่ยมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มสถาบันการเงิน, สาธารณูปโภค, ภาครัฐ, ภาคคมนาคมขนส่ง, ผู้ให้บริการดิจิทัล, ภาคการศึกษาและองค์กรขนาดใหญ่ เพื่อช่วยยกระดับประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ในการดำเนินงาน ตลอดจนช่วยกระตุ้นการปรับธุรกิจรองรับการเข้าสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation) และสนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0

2

 

“จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์สตอเรจของหัวเว่ยอย่างต่อเนื่อง ช่วยยืนยันว่า หัวเว่ยได้รับการยอมรับจากองค์กรธุรกิจทั่วโลก โดยล่าสุด หัวเว่ยยังกลายเป็นผู้นำในการผลิตระบบออลสตอเรจที่มีประสิทธิภาพมากที่สูงสุดในโลก บนพื้นฐานของการออกแบบทั้งระบบตั้งแต่สตอเรจชิป, แฟลชสตอเรจ, อัลกอริทึม และระบบป้องกันความผิดพลาด และยังสามารถลดต้นทุนการเป็นเจ้าของ (Total cost of ownership)ซึ่งรวมถึงการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาได้ไม่ต่ำกว่า 50% โดยยืนยันได้จากผลการทดสอบของ ESG Lab ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยและทดสอบผลิตภัณฑ์ไอทีชั้นนำระดับโลกของสหรัฐฯ” ดร.จุมพต กล่าวทิ้งท้าย

4

 

อ่านไฟล์ Pdf.

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com