www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

จับตาปรากฏการณ์ Digital Landslide

จับตาปรากฏการณ์ Digital Landslide
December 13
14:56 2016

พลังอำนาจของดิจิทัล ทำให้เกิดภัยคุกคามและโอกาสใหม่ในเวลาเดียวกัน หลายธุรกิจกำลังถูกเทคโนโลยีดิจิทัลท้าทาย ถึงขนาดเข้าทำลายจนหมดหนทางสู้และต้องปิดฉากตัวเองลงไป ผู้เขียนเห็นถึงแนวโน้มดังกล่าว และอยากย้ำอีกครั้งถึงการรับมือ และพลิกเอาดิจิทัลเป็นเครื่องมือก่อนที่มันจะเข้ามาทำลายธุรกิจ

 

เมื่อ 30 กว่าปีก่อน มีผู้คนมากมายเคยหัวเราะขบขันในความคิดของผู้บริหารประเทศฟินแลนด์ว่าในอนาคตผู้คนในโลกจะมีการใช้อุปกรณ์พกพาที่สามารถพูดคุยกันได้ทั่วโลก จนทำให้รัฐบาลฟินแลนด์ ตัดสินใจตั้งศูนย์วิจัย และโรงงานผลิตโทรศัพท์เคลื่อนที่โนเกียขึ้น และสามารถขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ทั่วโลกหลายพันล้านเครื่อง

แต่ในที่สุดหลังจากโนเกียเรืองอำนาจถึงขีดสุด ซึ่งไม่มีใครคาดการณ์มาก่อนเลยว่าบริษัทอันทรงพลังแห่งนี้ จะถูกลดขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างถล่มทลาย (Landslide) ด้วยระบบปฏิบัติการหน้าจอสัมผัสจาก iPhone และ Samsung ได้อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด จึงเป็นคำถามต่อไปว่า iPhone และ Samsung จะผงาดเรืองอำนาจได้ต่อไปอีกนานเท่าไร?

บทความโดย: พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช.ผู้ผลักดันและวางรากฐานการจัดสรรทรัพยากรเคลื่อนความถี่ให้ประเทศไทยมีการใช้งานเทคโนโลยี 3G และ 4G ผู้นำทางความคิดด้านเทคโนโลยีไร้สายและไอซีที

ตัวผู้เขียนเองก็ได้รับประสบการณ์ที่มีผู้คนหัวเราะขบขันอย่างไม่เชื่อการวิเคราะห์ของผู้เขียน เมื่อไปบรรยายในสถานที่ต่างๆ ก่อนการประมูล 4G เมื่อช่วงปลายปีที่แล้วว่า จะเกิดปรากฏการณ์ Digital Landslide ภายใน 2-3 ปีหลังจากการประมูล 4G โดยภาคอุตสาหกรรมบันเทิงและอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์จะเปลี่ยนแปลงแบบ Landslide

ตามด้วยอุตสาหกรรมการเงินและประกันภัย และจะเกิดโอกาสกับคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ในการใช้พลังอำนาจของเทคโนโลยีดิจิทัล โดยจะท้าทายองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ที่เคยเรืองอำนาจมาก่อน

สัญญาณของ Digital Landslide ในธุรกิจสื่อ

จากข้อมูลของสมาคมสื่อหนังสือพิมพ์และผู้ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์โลก (WAN-IFRA) ได้กล่าวถึงการพลิกโฉมรูปแบบการทำธุรกิจหนังสือพิมพ์ ซึ่งมีพัฒนาการตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา และในปี พ.ศ. 2558 มีการวิเคราะห์แนวโน้มของสื่อสิ่งพิมพ์และหนังสือพิมพ์

ที่ชี้ให้เห็นว่า รายได้จากเงินสนับสนุนเนื้อหาข่าวจากผู้ลงโฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์กำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง และเริ่มมีสัญญาณลดลงอย่างถล่มทลาย (Landslide) ในอนาคตเมื่อพิจารณาถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่กำลังจะเข้ามาพลิกโลก

เมื่อเงินสนับสนุนจากค่าโฆษณาที่สื่อสิ่งพิมพ์ได้รับมีมูลค่าลดลง ซึ่งสื่อสิ่งพิมพ์เหล่านั้นจะต้องอาศัยรายได้จากยอดขายสื่อสิ่งพิมพ์ ทำให้ “การตลาดแบบธุรกิจกับธุรกิจระหว่างสำนักพิมพ์กับผู้ลงโฆษณา ได้เปลี่ยนขั้วมาเป็นการทำตลาดแบบธุรกิจกับผู้บริโภค ซึ่งเป็นธุรกิจระหว่างสำนักพิมพ์กับผู้บริโภคโดยตรง จึงถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่”

โดยเมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล ผู้บริโภคต่างหันไปบริโภคสื่อออนไลน์ในรูปแบบดิจิทัลมากขึ้น ทำให้รายได้ของสื่อสิ่งพิมพ์มีอัตราที่ลดลงอย่างมากในทุกๆภูมิภาคทั่วโลก สื่อสิ่งพิมพ์ที่เคยเป็นหนึ่งในไม่กี่ช่องทางการตลาดมาแต่ดั้งเดิมและเป็นช่องทางที่มักนิยมใช้ในการสร้างแบรนด์และเป็นตัวเลือกต้นๆ สำหรับบรรดานักการตลาด

แต่ในปัจจุบัน เมื่อผู้บริโภคมีช่องทางเพิ่มขึ้น นักการตลาดมีช่องทางโฆษณาที่หลากหลายขึ้น จึงทำให้สื่อสิ่งพิมพ์อาจกลายเป็นตัวเลือกสุดท้าย ในอนาคตอันใกล้

1

จากผลการสำรวจแนวโน้มสื่อสิ่งพิมพ์โลก ของสมาคมด้านหนังสือพิมพ์ และการสนับสนุนจากผู้ให้บริการข้อมูลจากทั่วโลก ได้แก่ Zenith Optimedia, IPSOS, ComScore, สำนักวิจัยพิว (Pew Research Center), แรม (RAM) และสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) พบว่า ผู้บริโภคมีการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่มากขึ้น โดยใช้เวลากับโทรศัพท์เคลื่อนที่มากกว่าสื่อประเภทอื่นๆ อย่างเช่นโทรทัศน์คอมพิวเตอร์ วิทยุ และสิ่งพิมพ์

นอกจากนี้ รายงานของสำนักวิจัยพิว (Pew Research Center) ยังพบว่าจำนวนผู้บริโภคในประเทศสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และอิตาลี ที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตบนสมาร์ทโฟน ได้แซงหน้าจำนวนผู้ใช้งานเว็บไซต์บนคอมพิวเตอร์ไปเรียบร้อยแล้ว

ส่วนรายงานจากสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งอเมริกา (Newspaper Association of America) ชี้ให้เห็นว่าจำนวนผู้บริโภคข้อมูลข่าวสารผ่านหนังสือพิมพ์ดิจิทัลบนอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 53 ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2557 เมื่อเทียบกับในช่วงเดือนเดียวกันของปี 2556

ในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นปีทองของอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ และถือเป็นแหล่งรายได้ใหม่ และในปี พ.ศ. 2557 การใช้งานอินเทอร์เน็ตบนคอมพิวเตอร์ทั่วโลกก็ลดลง อันเป็นผลมาจากอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ที่แพร่หลายมากขึ้น ส่วนการใช้งานแอพพลิเคชั่นบนอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่เองก็กลายมาเป็นกิจกรรมสื่อดิจิทัลหลักในประเทศสหรัฐอเมริกา และในหลายๆประเทศทั่วโลก

โดยในปัจจุบันพบว่าประชากรราว 2.7 ล้านคนทั่วโลก ยังคงบริโภคข่าวสารผ่านหนังสือพิมพ์ แต่ประชากรจำนวนมากกว่า 770 ล้านคนบริโภคข้อมูลข่าวสารผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ทำให้บริษัทหนังสือพิมพ์และสื่อสิ่งพิมพ์หลายรายได้นำกลวิธีต่างๆ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเนื่องจากผู้ใช้งานที่มีจำนวนลดลงและเพื่อลดต้นทุนการผลิต โดยอาจลดความถี่ของการตีพิมพ์ อย่างไรก็ตามวิธีการเพื่อแลกกับรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นเช่นนี้อาจเสี่ยงทำให้ฐานลูกค้าไม่แน่นแฟ้นเหมือนดังแต่ก่อน

จากรายงานของ PwC พบว่าการลงทุนในดิจิทัลนั้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 56 ในปี พ.ศ. 2557 และเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 1,420 ในช่วง 5 ปีหลัง ส่วนรายงานด้านสื่อดิจิทัลของสถาบันรอยเตอร์ ที่ทำการสำรวจใน 10 ประเทศชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภค 1 ใน 10 คนจากกลุ่มตัวอย่างจ่ายค่าบริการเนื้อหาในรูปแบบดิจิทัล ตั้งแต่ร้อยละ 22 ในประเทศบราซิลมาจนถึงร้อยละ 7ในสหราชอาณาจักร

และรายงานของ PwC ยังชี้ให้เห็นว่า โฆษณาดิจิทัลมีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆอย่างเห็นได้ชัด โดยมีอัตราการเติบโตถึงร้อยละ 59 ในช่วงเวลา 5 ปี อย่างไรก็ตามผู้ลงทุนโฆษณาดิจิทัลรายหลักๆ กลับกลายเป็นบริษัทด้านสื่อและเทคโนโลยีสังคมออนไลน์

โดย Google มีส่วนแบ่งรายได้จากการโฆษณาดิจิทัลสูงสุดถึงร้อยละ 38 (19.3 พันล้านดอลลาร์) ส่วน Facebook มีส่วนแบ่งรายได้จากโฆษณาดิจิทัลอยู่ที่ร้อยละ 10 ในปี พ.ศ. 2557 และเป็นผู้มีรายได้รวมสูงสุดจากการเสนอโฆษณาบนสื่อดิจิทัลและบนอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ด้วยป้ายสินค้าที่ปรากฏอยู่หน้าเว็บไซต์ (Banner)

ปัจจุบันพบว่า การโฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ทั่วโลกมีปริมาณลดลงร้อยละ 17.51 ในช่วง 5 ปี โดยตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ได้เริ่มมีการการโฆษณาผ่านสื่ออินเทอร์เน็ต และได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการเข้ามาแทนที่สื่อโฆษณาประเภทสิ่งพิมพ์ มีการเพิ่มเม็ดเงินโฆษณาทางอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่มากขึ้น จนแซงหน้าเม็ดเงินลงทุนโดยรวมทั้งในฝั่งหนังสือพิมพ์และนิตยสาร ทำให้อินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่กลายเป็นช่องทางที่สร้างรายได้โฆษณาสูงสุดในยุคนี้

การหลอมรวมระหว่างสังคมมนุษย์, เทคโนโลยีดิจิทัล, mobile, Cloud, Big data และการเติบโตอย่างรวดเร็วของประชากรที่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารผ่านอินเทอร์เน็ตในรูปแบบ anywhere anytime anyone กำลังจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทุกอุตสาหกรรม ในทุกธุรกิจ และในทุกแห่งทั่วโลก

ผู้ประกอบกิจการในธุรกิจรูปแบบใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว ที่เติบโตมาพร้อมกันกับเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีดิจิตัล (Digital native) พวกเขาได้เกิดมาเพื่อเปลี่ยนระบบนิเวศ (ecosystems) ของทุกอุตสาหกรรมโดยแท้

ในขณะที่การเปลี่ยนแปลง ecosystems ของทุกอุตสาหกรรมกำลังถูกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกวินาทีด้วยคนรุ่นใหม่ที่มีวิธีคิดและเครื่องมือที่แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับนักธุรกิจใหญ่ที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่มาแล้วในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา คนรุ่นใหม่เหล่านี้กำลังเข้ามาวัดรอยเท้าและเข้ามาโค่นระบบธุรกิจดั้งเดิมที่ไม่คิดปรับตัวอย่างไม่ปราณี

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.