www.cioworldmagazine.com

 Breaking News
  • Formjacking ภัยร้ายจ้องเก็บข้อมูลชำระเงินออนไลน์ ไซแมนเทค พบภัยคุกคามข้อมูลบัตรเครดิต Formjacking มีจำนวนเพิ่มขึ้น แฝงตัวในแบบฟอร์มการชำระเงินบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ Ticketmaster และ British Airways โดนมาแล้ว...
  • ธุรกิจแพคเกจจิ้งเอสซีจี เผยกลยุทธ์ปี 62 ธุรกิจแพคเกจจิ้ง เอสซีจี เผยกลยุทธ์ผลักดันการเติบโตของธุรกิจ เพื่อมุ่งสู่การเป็น Total Packaging Solutions Provider หรือคู่คิดด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจรอย่างยั่งยืน ด้วยการเดินหน้าขยายฐานการผลิตบรรจุภัณฑ์ในอาเซียนการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้า บริการ และกระบวนการผลิต และการขับเคลื่อนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า...
  • พันธวณิช คว้ารางวัล THAILAND TOP COMPANY AWARDS 2019 พันธวณิช ผู้ให้บริการบริการระบบจัดซื้ออิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำ คว้ารางวัล THAILAND TOP COMPANY AWARDS 2019 ประเภท The Best eServices Provider องค์กรที่ให้บริการดิจิทัลเป็นเลิศ...
  • Digitalized Economy คาดการณ์ไอทีสำหรับองค์กรในปี 2562 “ไอดีซีประเทศไทยเปิดเผยการคาดการณ์ไอทีสำหรับองค์กรในปี 2562 และปีต่อไปเศรษฐกิจดิจิทัลจะนำไปสู่การแข่งขันที่ทวีความรุนแรง เกิดการปรับตัวใช้งานเทคโนโลยีไอทีและดิจิทัลกับองค์กรระดับกลางในประทศมากขึ้น ผู้นำต้องเร่งพิจารณาเทคโนโลยีมาสร้างโอกาสในการเติบโตทางเศรษฐกิจยุคใหม่”...
  • dtac ร่วมสนับสนุนความก้าวหน้าวงการ E-Sports dtac ตอบรับกระแสเกม ร่วมสนับสนุนวงการ E-Sports จับมือ การีนา เปิดตัวงานแข่งขัน Free Fire Thailand Championship 2019 Presented by dtac...

พลิกโฉมการจัดการธุรกรรมโลกดิจิทัล ด้วยเทคโนโลยี Blockchain

พลิกโฉมการจัดการธุรกรรมโลกดิจิทัล ด้วยเทคโนโลยี Blockchain
February 15
13:14 2017

“ทำความรู้จักเทคโนโลยี Blockchainที่กำลังเข้ามาเขย่าวงการเทคโนโลยี การจัดการข้อมูล เข้ามาปฏิรูปรูปแบบและวิธีการจัดการข้อมูล ที่หลายคนคาดว่าจะมีผลกระทบต่อภาคธุรกิจต่างๆอย่างรุนแรง เป็นแพลตฟอร์มใหม่สำหรับเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา และเกิดการสร้างเศรษฐกิจแบ่งปันอย่างแท้จริง”

HPE1 662x190

1เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วมีแนวโน้มที่กำลังจะเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจอย่างหน้ามือเป็นหลังมือในช่วงเวลาไม่ถึงทศวรรษจากนี้ไป ซึ่งมันไม่ใช่มีเพียงแต่เทคโนโลยี Social media, Big data, Cloud, Mobile หรือแม้แต่ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) อย่างที่เราได้ยินบ่อยๆ เท่านั้น แต่ยังมีเทคโนโลยีที่โดดเด่นอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่จะมีผลกระทบต่อภาคธุรกิจต่างๆอย่างรุนแรง เทคโนโลยีนั้นคือ “Blockchain” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังสกุลเงินดิจิทัล อย่างเช่น Bitcoinนั่นเอง

แม้ว่าเทคโนโลยี Blockchainจะมีความซับซ้อนทางเทคนิค แต่เป็นแนวคิดที่ประยุกต์ใช้ได้ง่าย โดย Blockchainคือการทำธุรกรรมแบบกระจายศูนย์ หรือกระบวนการจัดการฐานข้อมูล บนอุปกรณ์นับล้านๆเครื่อง เป็นระบบที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน ที่ไม่ได้เป็นเพียงข้อมูล แต่เป็นสิ่งที่มีมูลค่า เช่น ตัวเงิน สัญญาข้อตกลง หนังสือ ดนตรี ศิลปะ การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ ทรัพย์สินทางปัญญา และการลงคะแนนเสียง ที่สามารถเคลื่อนย้ายและจัดเก็บได้อย่างปลอดภัย และมีสิทธิเฉพาะตัว

Blockchainมีความน่าเชื่อถือ ไม่ต้องอาศัยตัวกลาง อย่างเช่นธนาคาร หน่วยงานรัฐ และบริษัทเทคโนโลยี แต่มันอาศัยการทำงานร่วมกันของเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมากที่เชื่อมต่อเป็นเครือข่าย ที่มีการประมวลผลที่ชาญฉลาด โดย Blockchainจะมีการตรวจสอบความถูกต้อง และความน่าเชื่อกันเอง ซึ่งจะทำให้ยากที่จะเกิดการฉ้อโกงได้ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า Blockchainเป็นเหมือนสื่อดิจิทัลสำหรับการจัดการทรัพย์สิน เช่นเดียวกับอินเทอร์เน็ตที่เป็นสื่อดิจิทัลสำหรับการจัดการข้อมูลข่าวสาร ซึ่งสิ่งนี้เองที่มีความหมายสำหรับธุรกิจและบริษัทอย่างมาก

ผลพวงอันเนื่องมาจาก Blockchainที่สร้างแรงกระตุ้นอย่างชัดเจนคือ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมด้านการเงิน โดยการลดค่าใช้จ่ายและความซับซ้อนของการดำเนินการในการทำธุรกรรม ทำให้ผู้ที่ไม่มีบัญชีธนาคารสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้ และพัฒนาปรับปรุงให้เกิดความโปร่งใส ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบอย่างมากต่อภาคธุรกิจธนาคารและการเงิน อย่างไรก็ตาม จากผลงานวิจัยต่างๆที่เกี่ยวข้องทำให้เห็นเด่นชัดว่า Blockchainสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบของธุรกิจ รัฐบาล และสังคม ได้ อย่างชนิดที่เรียกว่าพลิกโฉมหน้ากันเลยก็ว่าได้

การเข้ามาของเทคโนโลยีเว็บในช่วงแรกๆ ผู้บริหารทั้งหลาย ได้แสดงให้เห็นว่าบริษัทที่นำอินเทอร์เน็ตเข้ามาใช้ในองค์กร จะสามารถลดต้นทุนการดำเนินการทั้งภายในและภายนอกองค์กรได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้นทุนในการค้นหาข้อมูล การประสานงาน และการติดต่อสื่อสาร อย่างไรก็ตาม อินเทอร์เน็ตมีเพียงผลกระทบกับโครงสร้างองค์กร และทำให้สามารถลดต้นทุนการดำเนินการของธุรกิจได้จำนวนมากมายมหาศาลอย่างเด่นชัด

เมื่ออินเทอร์เน็ตยุคที่สองเข้ามา จะมีการมุ่งเน้นไปยังมูลค่าที่จะสร้างขึ้นใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อย่างเช่น ได้ทำให้ Blockchainเกิดขึ้นมาเป็นนวัตกรรมหลักและอาจจะทำให้การลดต้นทุนให้แก่องค์กรเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น การค้นหาข้อมูลจากฐานข้อมูลทั่วโลกที่สามารถลดค่าใช้จ่ายในการค้นหาลงได้อย่างมาก และที่สำคัญยิ่ง คือการทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ในการทำสัญญาอันชาญฉลาด หรือ Smart contractsบน Blockchainโดยสามารถทำให้ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการทำธุรกรรมสัญญา การบังคับใช้สัญญา และการชำระเงิน ลดลงได้อย่างชัดเจน และยังทำให้ระดับความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนอีกด้วย

ในธุรกิจบันเทิง Smart contracts จะช่วยให้ศิลปินเพลงสามารถขายเพลงให้กับผู้บริโภคได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านค่ายเพลง และไม่ต้องผ่านสถาบันการเงิน ซึ่งหมายความว่าค่าลิขสิทธิ์เพลง และข้อตกลงต่างๆ จะสามารถดำเนินการได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบกับตัวกลางอย่างเช่น บริษัท Spotify, Apple, Sony Music และบริษัทสื่อขนาดใหญ่ ดังนั้นถ้าบริษัทตัวกลางเหล่านี้ ต้องการที่จะยืนหยัดอยู่ได้ ก็ต้องหาวิธีการรับมือกับเทคโนโลยี Blockchainอย่างชาญฉลาดนั่นเอง

เทคโนโลยี Blockchainยังสามารถยกระดับรูปแบบธุรกิจที่เป็นเครือข่าย โดยการพัฒนาแอพพลิเคชั่น อย่างเช่น ระบบการชำระเงินโดยไม่ต้องอาศัยธนาคาร บริษัทบัตรเครดิต และตัวกลางอื่นๆ ซึ่งสามารถลดต้นทุนค่าใช้จ่าย และเวลาในการทำธุรกรรมได้

1ในยุคอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ Trustless transactions จะเป็นการทำธุรกรรมระหว่างสองคน หรือมากกว่านั้น ผลักดันให้เกิดการบริการจัดการด้านความปลอดภัยและการบริหารจัดการตัวตน (Identity Management) การบริการจัดการข้อมูลต่างๆ ของลูกค้า รวมถึงกระบวนการทำงานต่างๆ จะนำมาซึ่งผลประโยชน์เชิงกลยุทธ์ในระยะยาวอย่างแท้จริงรวมไปถึงการแก้ปัญหาที่เกิดจากทรัพย์สินทางปัญญาในยุคดิจิทัล

ในช่วงอินเทอร์เน็ตยุคแรก เจ้าของทรัพย์สินทางปัญญายังไม่ได้รับค่าตอบแทนอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม เช่น นักดนตรี นักเขียนบทละคร นักข่าว ช่างภาพ ศิลปิน นักออกแบบแฟชั่นนักวิทยาศาสตร์สถาปนิก และวิศวกร ซึ่งในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปแล้ว โดยบรรดานักประดิษฐ์หรือเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาเหล่านี้ ล้วนมีวิธีการจัดการกับการละเมิดลิขสิทธิ์ดิจิทัลได้ดียิ่งขึ้นจากการเข้ารหัสและการตรวจสอบความเป็นเจ้าของสิทธิบนโครงข่าย Blockchainนั่นเอง

เทคโนโลยี Blockchainเป็นแพลตฟอร์มใหม่สำหรับเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา ทำให้เจ้าของผลงานได้รับค่าตอบแทนจากงานที่พวกเขาสร้างขึ้นอย่างเป็นธรรม ซึ่งหากนำ Blockchainมาใช้ในกระบวนการนี้ ก็จะช่วยให้ศิลปินสามารถอัพโหลดงานศิลปะของตัวเองบนระบบดิจิทัลและมีการโอนเงิน bitcoinเมื่อมีการซื้อ หรือเปลี่ยนเจ้าของจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง ทำให้เทคโนโลยี Blockchainสามารถเข้ามาแก้ปัญหาทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างเหลือเชื่ออย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน

การสร้างเศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing economy)เป็นที่พูดกันมากในปัจจุบัน โดยเทคโนโลยี Blockchainสามารถทำให้ผู้ให้บริการภายใต้ระบบเศรษฐกิจแบ่งปัน สามารถทำงานร่วมกันได้ ทำให้เกิดมูลค่าต่อระบบเศรษฐกิจซึ่ง Trust protocol ของ Blockchainทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างกันภายในระบบ โดยการสร้างการควบคุมโดยกลุ่มคนหรือกลุ่มองค์กรที่มีความต้องการเหมือนๆกัน (ต้องการทำธุรกรรมและธุรกิจร่วมกัน) เพราะจะทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถตกลงกันได้ง่ายขึ้นในตลาดแบบเปิดกว้าง ด้วยความโปร่งใส ไว้ใจกัน และปราศจากตัวกลาง

จากนี้ไป Internet of Things จะเข้ามามีบทบาทในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล อีกทั้งจะมีการนำเอา Blockchainเข้ามาช่วยในการจัดการการทำธุรกรรมในชีวิตประจำวันนับล้านๆรายการ ซึ่งการให้บริการด้านการเงินในอดีตไม่สามารถจัดการกับระบบการชำระเงินแบบ Micropayment ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งต้องทำการแยกย่อยการชำระเงินออกมาเป็นรายการต่อชิ้นหรือต่อครั้ง (Pay-per-article หรือ Pay-per-view) แทนที่จะต้องจ่ายทั้งหมดเป็นก้อนใหญ่ และสามารถตรวจสอบยอดชำระเงินแบบ Realtime ได้อีกด้วย

ทุกวันนี้ การทำงานร่วมกันบนเครือข่าย จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะของการทำงานและการจัดการองค์ความรู้ภายในองค์กร แต่ด้วยข้อจำกัดของเครื่องมือต่างๆ ที่เรายังคงต้องอาศัยศูนย์กลาง (ตัวกลาง) ในการสร้างความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจและความสามารถในการประสานงาน ซึ่งหากนำเทคโนโลยี Blockchainมาใช้ จะทำให้เกิดโอกาสมากขึ้นในการบริหารจัดการผลประโยชน์โดยเจ้าของสินค้าหรือเจ้าของทรัพย์สินสามารถจัดสรรผลประโยชน์ได้ด้วยตนเอง

จากนี้ไปผู้นำในอุตสาหกรรมทุกอุตสาหกรรมจะพบกับความท้าทายในการตัดสินใจครั้งใหญ่ เกี่ยวกับอนาคตขององค์กร ที่ต้องแข่งขันกับองค์กรขนาดเล็กที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ๆ ซึ่งกำลังยึดพื้นที่ market share อย่างรวดเร็ว และจะทำให้องค์กรดั้งเดิมมีปัญหาและอุปสรรคในการดำรงอยู่ในตลาด อีกทั้งจะทำให้ความได้เปรียบในการแข่งขันของธุรกิจดั้งเดิมลดลง ดังนั้นธุรกิจดั้งเดิมเหล่านี้จะต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว หรือมีความเสี่ยงสูงที่จะต้องออกจากธุรกิจไป

A1
Tags

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3
communication

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com