www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

The Digital Futurist (ตอนที่ 572) Artificial Intelligence in Digital Healthcare: Diagnosis and Patient Engagement

The Digital Futurist (ตอนที่ 572) Artificial Intelligence in Digital Healthcare:  Diagnosis and Patient Engagement
September 01
16:46 2020

“บทความในตอนนี้ขอนำตัวอย่าง แนวโน้มการนำอุปกรณ์ทางการแพทย์มาทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เพื่อเสริมการวินิจฉัยตรวจคัดกรองโรค สร้างการดูแลรักษาสุขภาพเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในยุคดิจิทัล”

ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ใน Healthcare เป็นหนึ่งความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่สำคัญ ทั้งสถาบันวิจัยสถาบันการศึกษา สตาร์ทอัพ(Startup) ผู้ผลิตอุปกรณ์การแพทย์ชั้นนำของโลก ต่างมีส่วนสำคัญต่อการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางด้านนี้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้านวินิจฉัยโรค มีการคาดการณ์ว่าจะมีขนาดตลาดสูงมากถึง 1.3 พันล้านดอลลาร์ ภายในปี ค.ศ. 2026

สำหรับการแพทย์ยุคใหม่ AI นับเป็นหนึ่งเครื่องมือดิจิทัลที่สำคัญสำหรับบุคลากรทางการแพทย์เพื่อเสริมการวินิจฉัยโรค การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine learning) ซึ่งใช้โมเดลการคำนวณ อัลกอริทึม เลียนแบบโครงข่ายประสาทของสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะการเรียนรู้เชิงลึก (Deep learning) ประสบความสำเร็จในการนำมาประยุกต์ด้านสุขภาพในหลายกรณี

จากปริมาณภาพถ่ายทางการแพทย์ที่เพิ่มมากขึ้น เป็นหนึ่งความท้าทายของบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่ขาดแคลนบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ปริมาณภาพจะมีจำนวนมากเกินความสามารถของมนุษย์ที่จะทำได้ในแต่ละวัน ซึ่งอาจส่งผลต่อความผิดพลาดที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีส่วนช่วยเสริมแบ่งเบาภาระที่สำคัญนี้ได้อย่างดีเยี่ยม การนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้งานมีการใช้งานจริงในหลายด้าน อาทิ

การวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์

การนำคอมพิวเตอร์วิทัศน์ (Computer vision) มาช่วยระบุความผิดปกติจากภาพถ่ายทางการแพทย์นับว่าเป็นการใช้งานที่ประสบความสำเร็จและแพร่หลายมากที่สุด การระบุความผิดปกติของรอยโรคที่ผิวหนังก้อนเนื้อ จอประสาทตา ซึ่งเป็นความผิดปกติที่จำแนกเป็นหมวดหมู่ (Object classification) ได้

ซึ่งการเรียนรู้เชิงลึก (Deep learning) ทำงานลักษณะนี้ได้ดี เห็นได้จากการใช้ AI ช่วยคัดกรองผู้ป่วยในช่วงระบาด โควิด-19 มีการพัฒนาโมเดลจนมีความแม่นยำช่วยลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ ลดเวลาในการวินิจฉัยโรค ทำการรักษาผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที ลดอัตราการสูญเสียชีวิต

การประยุกต์ใช้งานหลายกรณีพบว่า Deep learning สามารถบอกข้อมูลบางอย่างที่มนุษย์ไม่สามารถตีความได้จากภาพทางการแพทย์ชุดเดียวกัน อย่างไรก็ตามปัญญาประดิษฐ์จะไม่เข้ามาแทนที่มนุษย์ แต่เครื่องมือดิจิทัลอย่าง AI จะเข้ามาเป็นผู้ช่วยเคียงข้างบุคลากรทางการแพทย์ เสริมการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันสามารถช่วยวิเคราะห์ได้อย่าง real-time อาทิการส่องกล้องทางเดินอาหาร ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะช่วยระบุบริเวณที่มีความผิดปกติให้ เหมือนเป็นตาที่ 3 ช่วยสอดส่องความผิดปกติให้อย่างอัตโนมัติพร้อมไปกับการส่องกล้อง ทำให้การวินิจฉัยรักษาโรคมีประสิทธิภาพมากกว่าระบบเดิมที่เคยใช้งานกันอยู่

การสื่อสารปฏิสัมพันธ์ในรูปแบบดิจิทัล

การสื่อสารปฏิสัมพันธ์กับคนไข้ นับเป็นส่วนที่มีความสำคัญอย่างมาก ในยุคดิจิทัลอย่างทุกวันนี้ เราติดต่อกันผ่านสื่อดิจิทัลกันทุกวัน ด้วยความก้าวหน้าทางด้านการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural language processing) หรือ NLP ซึ่งทำให้เครื่องเข้าใจภาษามนุษย์ เพื่อการสื่อสาร การวิเคราะห์และตอบโต้ได้ใกล้เคียงมนุษย์

การประยุกต์ใช้ในการคัดกรองคนไข้ จากอาการที่คนไข้แจ้งผ่านช่องทางการสื่อสารดิจิทัล แล้วจะได้รับคำแนะนำทางการแพทย์เบื้องต้นอย่างอัตโนมัติ ช่วงระบาดโควิด-19 การประยุกต์ใช้งานลักษณะนี้ทั้งเป็น Chatbot หรือผ่านแอปพลิเคชัน นอกจากช่วยลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์แล้ว ยังช่วยลดการแพร่เชื้อที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยเครื่องมือดิจิทัลเหล่านี้

ไม่เพียงการคัดกรองคนไข้ ยังสามารถเป็นผู้ช่วยสื่อสารคอยติดตามอาการ ให้แนะนำการดูแลสุขภาพ เสริมการรักษาได้ การประยุกต์ AI ที่ใช้ในกระบวนการยังช่วยลดต้นทุน ประหยัดเวลาให้กับผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์อีกด้วย

การแพทย์ทางไกล (Telemedicine) จากเดิมเพียงการปรึกษาทางการแพทย์จากระยะไกลเมื่อผนวกกับ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ เซนเซอร์ (Sensor) จะทำให้มีความหมายทางคลินิกมากขึ้น อาทิ การวิเคราะห์สัญญาณชีพจากระยะไกลด้วยอุปกรณ์พิเศษ ช่วยตรวจจับความผิดปกติของหัวใจและปอดได้ล่วงหน้า

ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจากองค์กรอาหารและยาสหรัฐ (United States Food and Drug Administration: FDA) สามารถตรวจพบภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ผ่านหูฟังของแพทย์ (Stethoscope) ที่มี 1-lead ECG ด้วย ความไว (Sensitivity) และความจำเพาะ (Specificity) ในระดับสูง โดยที่หูฟังของแพทย์ (Stethoscope) ทั่วไปทำได้ยาก

การทดสอบสมรรถภาพของปอด วัดความจุปอดด้วยการหายใจเข้าออกผ่านเครื่อง Spirometer ถูกนำมาทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อมอนิเตอร์ โรคหืด และ Cystic Fibrosis ได้อย่าง real-time แจ้งเตือนเมื่อการทำงานของปอดไม่ปกติ ทำให้สามารถติดตามอาการได้อย่างต่อเนื่องจากที่ไหนก็ได้ ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเดินทางมายังสถานพยาบาลเพื่อทำการทดสอบ

เราได้เห็นแนวโน้มการนำอุปกรณ์ทางการแพทย์มาทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เพื่อเสริมการวินิจฉัยตรวจคัดกรองโรค ติดตามคอยแนะนำการดูแลรักษาสุขภาพเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในยุคดิจิทัลอย่างทุกวันนี้เราจะมาติดตามการประยุกต์ใช้ดิจิทัลเพื่อสุขภาพที่ดีของเราทุกคนกันต่อในตอนต่อไป

References
1. MIT News, “An automated health care system that understands when to step in”, July 2020.
2. BurcinIkiz, “A Pandemic AI Engine without Borders,” Stanford University, Aug. 2020.
3. Harvard Medical School, “Artificial Intelligence,” Dec. 2018.
4. Knowledge Based Value Research, “Global Artificial Intelligence in Diagnostics Market By Diagnosis Type (Radiology, Oncology, Neurology, Cardiology, Chest & Lungs, Pathology and Other Diagnosis Types), By Component (Services, Software and Hardware), By Region, Industry Analysis and Forecast, 2020 – 2026,” July 2020.
5. Rob Toews, “AI Will Revolutionize Healthcare. The Transformation Has Already Begun,” Forbes, Aug. 2020.+

อ่านไฟล์ PDF.

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Interview: Digital Disruption

Interview: New Roles CISO

Interview: Next Gen SOC

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com