www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

The Digital Futurist (ตอนที่ 561) AI Strategy for Data-Driven Medical Center

The Digital Futurist (ตอนที่ 561) AI Strategy for Data-Driven  Medical Center
October 01
15:10 2019

การวางกลยุทธ์ทางเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ให้สอดรับกับพันธกิจของหน่วยงานทางการแพทย์ เป็นประเด็นที่หลายองค์กรให้ความสนใจ และเริ่ม ลงมือใช้งานเทคโนโลยีนี้เพื่อพัฒนาระบบการให้บริการสุขภาพมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

1สถานประกอบการเพื่อสุขภาพชั้นนำทั่วโลก ต่างประยุกต์ใช้ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ AI มาเป็นเครื่องมือดิจิทัล เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาล หน่วยงานที่ต้องการมุ่งสู่ความเลิศควรจะมี AI strategy เพื่อเป็นแผนที่เชิงกลยุทธ์ว่าหน่วยงานควรจะดำเนินการไปในทิศทางใดให้เหมาะสมในยุคดิจิทัลอย่างทุกวันนี้

รายงานล่าสุดในหัวข้อ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ใน เฮลล์แคร์ ซึ่งสำรวจผู้บริหารระดับสูง 500 ราย มีข้อมูลที่น่าสนใจอย่าง การลงทุนใน AI โดยเฉลี่ยต่อหน่วยงานจะมากถึง 32.4 ล้านดอลลาร์ ใน 5 ปี ข้างหน้าผู้บริหารระดับสูงร้อยละ 94 มีความเห็นสอดคล้องกันว่าเทคโนโลยี AI จะช่วยพัฒนาระบบการให้บริการเพื่อสุขภาพให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

โลกดิจิทัลในปัจจุบันนี้ทุกอุตสาหกรรมจำเป็นต้องมีเครื่องมือดิจิทัลอย่าง AI เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับวลีที่ว่า Do or Die

ดร.พีร์ Newการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้งานด้านการแพทย์ กล่าวได้ว่าเริ่มต้นในช่วงปีค.ศ.1960 เมื่อ Dendral ซึ่งเป็นระบบผู้เชี่ยวชาญ (expert system) ยุคแรกๆ ได้รับการพัฒนาโดยทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) เพื่อการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ เป็นเครื่องมือช่วยหาสารเคมีอินทรีย์ใหม่ ด้วยการวิเคราะห์ผลการวัดที่เกี่ยวกับมวล และความรู้ทางเคมี

โดย Dendralนี้ได้เป็นองค์ความรู้ให้กับระบบ MYCIN ซึ่งถูกพัฒนาที่ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) เช่นเดียวกันในช่วงปีค.ศ.1970 โดยมีชื่อมาจากส่วนประกอบหลังคำหลัก (suffix) ของยาปฏิชีวนะ (antibiotic) หลายชนิดที่หลายท่านคุ้นเคยกันดี

ด้วย AI ทำให้ MYCIN ช่วยระบุเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุ และแนะนำชนิดยาปฏิชีวนะ (antibiotic) รวมถึงขนาดยาที่เหมาะสมสำหรับคนไข้แต่ละรายได้ นอกจากนี้ยังมีระบบ INTERNIST-I เพื่อการวินิจฉัยทาง อายุรศาสตร์ (Internal medicine) พัฒนาโดยทีมวิจัยที่มหาวิทยาลัยพิตต์เบิร์ก (University of Pittsburgh) และ CASNET ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อสนับสนุนการใช้งานทางการแพทย์อีกด้วย

จากอดีตที่มีความพยายามนำ AI มาประยุกต์ใช้ทางด้านการแพทย์ แต่ไม่ได้รับความนิยมแพร่หลายในวงกว้างเท่าที่ควร แต่ในโลกดิจิทัลอย่างทุกวันนี้ กล่าวได้ว่าเป็นยุคทองของปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่สามารถประมวลผลข้อมูลปริมาณมากได้ด้วยความรวดเร็ว การรับส่งข้อมูลความเร็วสูงระดับ 5G ต้นทุนการจัดเก็บข้อมูลที่ลดต่ำลง การใช้งานคลาวด์ช่วยลดความซับซ้อนและลดการลงทุนฮาร์ดแวร์เครื่องประมวลลง

ประกอบกับความต้องการเครื่องมือดิจิทัลช่วยงานด้านการแพทย์ จึงเห็นความร่วมมือของหน่วยงานขนาดใหญ่ที่เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เป็นพันธมิตรกับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล หรือจะมีทีมผู้เชี่ยวชาญภายในหน่วยงาน หรือร่วมมือกับสถาบันการศึกษา หน่วยงานวิจัยภายนอก นำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยเสริมด้านการแพทย์

เมโย คลินิก (Mayo Clinic) ศูนย์การแพทย์ที่ไม่แสวงหากำไร แม้ชื่อจะมีคำว่า คลินิก อยู่ก็ตาม แต่เป็นโรงพยาบาล และ โรงเรียนแพทย์ขนาดใหญ่ที่ทันสมัยชั้นนำของโลก ได้รับการจัดอันดับเป็นโรงพยาบาลที่ดีที่สุดของโลกหลายปีซ้อน มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษามากถึง 1.3 ล้านรายต่อปี มีการเรียนการสอนทางการแพทย์ มีศูนย์วิจัยอยู่ 57 หน่วย มีบุคลากรมากถึง 63,000 คน แม้จะมีรายได้ต่อปี 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์

แต่ด้วยความศูนย์การแพทย์ที่ไม่แสวงหากำไร กำไรจะถูกนำไปเสริมการบริหารงานของภายในโรงพยาบาล จัดหาเครื่องมือทางการแพทย์ และการทำวิจัย ล่าสุด เมโย คลินิกจับมือเป็นพันธมิตรกับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล นับเป็นหนึ่งตัวอย่างที่ควรศึกษาถึงกลยุทธ์ด้านดิจิทัลในวงการสุขภาพ

เมโย คลินิก ศูนย์การแพทย์ที่เชี่ยวชาญได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ กูเกิ้ล (Google) โดยจะประยุกต์ใช้ กูเกิ้ลคลาวด์ (Google Cloud) โดยทางกูเกิ้ลจะเปิดสำนักงานใหม่ที่เมือง Rochester ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของ เมโย คลินิกเสริมการทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่าง นักวิจัย บุคลากรทางการแพทย์ และนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (data scientist)

อย่างที่ทราบกันดีว่า ข้อมูล (data) เป็น new oil หรือ new currency หน่วยงานใดสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้ย่อมเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานนั้นๆ สำหรับภาคธุรกิจก็จะเสริมความได้เปรียบในการแข่งขัน (competitive advantage) ส่วนสถานประกอบการเพื่อสุขภาพข้อมูลที่ถูกจัดการอย่างเหมาะสม นำมาประมวลผลช่วยวิเคราะห์การพยากรณ์โรค (prognosis) ผู้ป่วยก็จะได้ประโยชน์จากการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ทางการแพทย์ อย่างน้อยสองประเด็นดังนี้

• การรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อมีข้อมูลที่ถูกจัดการอย่างเหมาะสมมากขึ้น ก็จะทำให้มีโอกาสได้ผลการรักษาที่ดีขึ้น การทำให้ข้อมูลถูกเข้าถึงได้ง่าย พร้อมเครื่องมือดิจิทัลเพื่อสร้างโมเดล machine-learning จะเสริมให้นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ค้นพบแนวทางการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เป็น AI-enabled digital diagnostic เสริมการรักษาพยาบาล
• ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลสุขภาพ เนื่องจากข้อมูลที่หลากหลาย และมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้นข้อมูลสุขภาพจัดเป็นข้อมูลที่ค่อนข้าง sensitive การใช้บริการคลาวด์กับผู้ให้บริการคลาวด์ (Cloud service provider) ที่มีความเชี่ยวชาญ มีความน่าเชื่อถือ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสม

เมื่อโลกเปลี่ยนไป ผู้เข้ารับการบริบาลจากสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ มีความคาดหวังต่างไปจากเดิม ต้องการประสบการณ์เช่นเดียวกับการใช้บริการอื่นอย่าง การจองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ การซื้อสินค้าออนไลน์ การหาที่พักจองโรงแรม การเรียกรถโดยสารจากแอพพลิเคชั่นยอดนิยมต่างๆ สถานประกอบการฯ จึงต้องเน้นการความสะดวกสบาย รวดเร็ว และสิ่งที่มากกว่าที่มนุษย์สร้างขึ้นให้มีความก้าวล้ำทันสมัยให้ ไฮเทค (High-Tech) คือ จะต้องมี ไฮทัช (high-touch) ความเข้าอกเข้าใจ ระหว่างมนุษย์ซึ่งยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่จะละเลยไม่ได้

อ่านไฟล์ Pdf.

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
[1] “Mayo Clinic and Google Cloud announcement,” Mayo Clinic’s Chief Information Officer (CIO), Sept. 2019
[2] “Mayo Clinic, Google Partner on Digital Health Analytics,” Forbes, Sept. 2019
[3] Annual Survey on AI in Health Care, OptumIQ
[4] The History of Artificial Intelligence, Stanford University Library
[5] Some Expert System need Common Sense, Stanford University, 1984
[6] “INTERNIST-I properties: representing common sense and good medical practice in a computerized medical knowledge base, An International Journal Computers and Biomedical Research,” Masarie FE Jr., et al., 1985

ท้ายบทความ

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Interview: Digital Disruption

Interview: New Roles CISO

Interview: Next Gen SOC

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com