www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

The Digital Futurist (ตอนที่ 525) 5G: Look to the Future

The Digital Futurist (ตอนที่ 525) 5G: Look to the Future
September 06
11:47 2016
ดร.พีรเดช ณ น่าน
ดร.พีรเดช ณ น่าน

ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital) มีประสบการณ์ในแวดวงธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มาอย่างยาวนาน อดีตเลขานุการคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภาฯ

“การสื่อสารในยุคเทคโนโลยี 5G จะกลายเป็นอนาคตสำหรับการสร้างโอกาสและธุรกิจ ผมเชื่อมั่นว่าการพูดถึงความสามารถและทำความเข้าใจ 5G ในวันนี้ไม่ใช่สิ่งที่เร็วเกินกว่าความต้องการของตลาด เรามีประสบการณ์จาก 2G 3G และ 4G ที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว และ 5G ก็เช่นกัน นี่คือการทำความเข้าใจและรับมือกับอนาคตของจริง”

Banner_CIO_big one_version2

เทคโนโลยี 5G ที่ได้รับการกล่าวถึงกันค่อนข้างมากอย่างทุกวันนี้ จะเป็นจักรกลที่สำคัญช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจ และเสริมคุณภาพชีวิตของเราให้ดีขึ้น ด้วยศักยภาพของระบบที่จะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ท่ามกลางความสวยงามที่มักถูกกล่าวถึงกัน ยังคงมีความท้าทายที่ต้องเผชิญทั้งทางด้านเทคโนโลยี กฎระเบียบกติกา ความปลอดภัยของข้อมูล และการแข่งขันเชิงธุรกิจ ที่รอข้างหน้าจากข้อมูลล่าสุดของบริษัทวิจัย Strategy Analyticsคาดการณ์ไว้ว่าจะเริ่มมีการจำหน่าย ดีไวซ์รองรับ 5G ในปี ค.ศ.2020 และ 5 ปีถัดไปคาดว่าจะมีจำนวนการเชื่อมต่อ 5G สูงมากถึง 690 ล้านการเชื่อมต่อ

โลกเปลี่ยนแปลงไป เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง จากเดิมระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่มักจะกล่าวถึงจำนวนเป็นปริมาณผู้ใช้บริการ แต่ปัจจุบันการเข้าสู่โลกดิจิทัลผ่านเทคโนโลยีสื่อสารไร้สาย เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน นอกจากเราๆ ท่านๆ แล้ว สัตว์เลี้ยงแสนรัก เครื่องจักรอุปกรณ์ รวมถึงเซ็นเซอร์ต่างก็เชื่อมโยงเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ต ทำให้การคาดการณ์ปริมาณการใช้งานมักจะระบุเป็น จำนวนการเชื่อมต่อ (connection) กันเสียมากกว่า

อย่างไรก็ตามตัวเลขที่คาดการณ์โดยสำนักวิจัยอย่างที่กล่าวไปเบื้องต้นนั้น ระบุว่าเป็นการเชื่อมต่อจากผู้ใช้ทั่วไปเท่านั้น ยังไม่รวมถึงการติดต่อสื่อสารกันระหว่างเครื่องจักร หรืออุปกรณ์ ที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม เรียกได้ว่าแยกพิจารณาเฉพาะกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป (consumer) และภาคธุรกิจ (business)

2
ก่อนหน้านี้บริษัทวิจัย Ovumก็ได้คาดการณ์จำนวนการเชื่อมต่อบรอดแบนด์ไร้สายทั่วโลกผ่าน 5G ว่าจะสูงถึง 24 ล้านการเชื่อมต่อภายในสิ้นปี ค.ศ. 2021อย่างไรก็ตามเมื่อวิเคราะห์ถึงการพัฒนา แข่งขันกันเพื่อสร้างมาตรฐานสำหรับเทคโนโลยี 5G แล้ว ยังถือว่าค่อนข้างจะแยกกันตามภูมิภาคพอสมควรสำหรับการพัฒนาในระยะต้นอย่างทุกวันนี้ แต่เชื่อได้ว่าประสบการณ์ที่ผ่านมาของเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายได้สร้างบทเรียนให้กับอุตสาหกรรมไว้อย่างดีเยี่ยม

ครั้งที่เริ่มมีให้บริการ 3G ในยุคแรกๆ เมื่อหลายปีก่อน ทั่วโลกต่างมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรองรับการสื่อสารความเร็วสูงที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กลุ่มวิจัยในสถาบันการศึกษา ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม เริ่มออกแบบทดสอบการใช้เทคนิคใหม่ๆ ทางทฤษฎี ก่อนนำไปทดสอบในสภาพแวดล้อมจริงด้วยอุปกรณ์ต้นแบบ (prototype)การเปิดให้บริการรายแรกก็เกิดขึ้นด้วยมาตรฐานจากทางฝั่งอเมริกา ซึ่งควรจะได้โอกาสทางธุรกิจจากการเป็นผู้เข้าสู่ตลาดก่อน (first- mover advantage) แต่ด้วยข้อจำกัดที่ไม่ยอมปรับเปลี่ยน ทำให้ความหลากหลายของดีไวซ์จำกัด จนทำให้มาตรฐาน 3G ที่นำทีมโดยยุโรปกลับเป็นผู้ครองตลาดโลกไปอย่างทุกวันนี้

3

สำหรับ 4G ก็เป็นความโชคดีสำหรับผู้ให้บริการไม่ต้องไปศึกษาเปรียบเทียบให้เสียเวลา มาตรฐาน 4G ในปัจจุบันค่อนข้างมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สอดคล้องกับลักษณะของธุรกิจที่ต้องการเงินลงทุนสูง ตั้งแต่งบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนา การวางโครงข่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ การมีมาตรฐานสากลใช้งานกันทั่วโลก ย่อมช่วยให้ต้นทุนของอุปกรณ์ต่างๆ ลดต่ำลง ได้ประโยชน์จาก Economies of Scale (EoS)ดังนั้นแม้ระยะแรกจะเห็นการแบ่งเป็นค่ายในภูมิภาคเดียวกันบ้าง ข้ามทวีปร่วมเป็นพันธมิตรกันบ้าง ต่างแข่งขันหาโซลูชั่นที่ดีที่สุดสำหรับ 5G แต่เชื่อได้ว่าในที่สุดจะได้เห็นมาตรฐานที่เป็นหนึ่งอย่างที่เราได้เห็นกันใน 4G เพราะโลกทุกวันนี้แคบลงมาก การเดินทางข้ามประเทศเป็นเรื่องปกติ เครื่องเดียวใช้ได้ทั่วโลกเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานที่เราคุ้นเคยเสียแล้ว

แม้โอลิมปิก 2016 จะไม่มีการกล่าวถึง 5G กันเท่าไรนัก แต่ 5G จะเป็นเทคโนโลยีหลักในโอลิมปิกฤดูหนาว 2018 ที่สาธารณรัฐเกาหลี และโอลิมปิก 2020 ที่ญี่ปุ่น นับเป็นการตอกย้ำสำหรับเอเชียให้กลายเป็นจุดโชว์ศักยภาพของเทคโนโลยี 5G โดยทั้งสองประเทศต่างเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีดิจิทัลอยู่แล้ว โดยเฉพาะการชูเทคโนโลยีดิจิทัล สื่อบันเทิงผ่านตัวการ์ตูนที่ทั่วโลกคุ้นเคย ของ Tokyo 2020 ยิ่งทำให้มั่นใจได้ว่า เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ (creative economy) ถูกนำมาเป็นกรอบแนวทางกู้เศรษฐกิจของแดนซากุระ โดยมีนายกรัฐมนตรี ชินโซ อะเบะ ที่ลงทุนสวมบทบาทเป็น Super Mario ในพิธีปิดมหกรรมโอลิมปิกที่ผ่านมา

ศักยภาพที่เต็มเปี่ยมของญี่ปุ่นทางด้านเทคโนโลยีจะถูกนำมาอำนวยความสะดวก และแสดงให้เห็นทั้งการสื่อสารไร้สาย ระบบคมนาคมด้วยรถไฟความเร็วสูง การนำเอาสิ่งที่ทั่วโลกคุ้นเคยรู้จักดีมาประสานให้เข้ากับวัฒนธรรม และเสริมปรุงรสด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เป็นก้าวสำคัญที่ทั่วโลกต้องคอยจับตาดู

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3
SDWAN NSS Lab
CEBIT 300x250

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com