www.cioworldmagazine.com

 Breaking News
  • ดีแทค ไม่หยุดมอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้า เปิดตัว Platinum Blue Member ดีแทคยกระดับความสุขให้กับสิทธิพิเศษใหม่ครั้งแรกในไทยด้วยบริการล้างรถฟรี ที่มาพร้อมที่จอดในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ทั่วประเทศพร้อมตอกย้ำผู้นำความพิเศษให้กิน-ดื่มมากที่สุดทั่วไทย กับแคมเปญ “ตามใจปากทุกวันศุกร์” ตลอดทั้งปี 2563...
  • สามารถประกาศกลยุทธ์ปี 63 เป้ารายได้ 2 หมื่นล้าน กลุ่มสามารถ เดินหน้ากลยุทธ์ ปี 63 Unlimited Solutions เสนอโซลูชั่นและเทคโนโลยีหลากหลาย ตั้งเป้ารายได้ 2 หมื่นล้านบาท...
  • อีซี่มันนี่เลือกยูไอเอชทรานส์ฟอร์มระบบไอที อีซี่มันนี่ เลือกยูไอเอช ทรานส์ฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานระบบไอทีทั้งหมดเข้าสู่ระบบคลาวด์เต็มตัว พร้อมเชื่อมต่อโครงข่ายความเร็วสูง 50 สาขาทั่วประเทศ รองรับการให้บริการลูกค้าที่สาขาและออนไลน์ได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัยรับยุคดิจิทัล...
  • NOSTRA จับมือ จส.100 พัฒนา “SOS API Premium Service” NOSTRA ผู้ให้บริการข้อมูลแผนที่ดิจิทัล และโซลูชั่นด้าน IoT โดยบริษัท โกลบเทค จำกัดร่วมกับ จส.100 ประกาศพร้อมให้บริการ “SOS API Premium Service” แพลตฟอร์มเชื่อมต่อศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือลูกค้าผ่านแอพพลิเคชั่นของธุรกิจตลอด 24 ชั่วโมง...
  • เนทติเซนท์ ได้รับแต่งตั้งเป็น SAP Platinum Partner “เนทติเซนท์ ได้รับแต่งตั้งเป็น SAP Platinum Partner และยังได้รับการคัดเลือกสู่การเป็นสมาชิก United VARs พันธมิตรของ SAP เพียงรายเดียวในประเทศไทยและเป็นตัวแทนจากเอเชีย พร้อมเดินหน้าโซลูชั่น ERP เต็มที่”...

ICT Trend Watch (ตอนที่ 62) ทำไมต้อง 5G และกรณีศึกษาตัวอย่างการประยุกต์ใช้งานในญี่ปุ่น

ICT Trend Watch (ตอนที่ 62) ทำไมต้อง 5G และกรณีศึกษาตัวอย่างการประยุกต์ใช้งานในญี่ปุ่น
February 08
16:40 2019

“เห็นความตื่นตัวเรื่อง 5G ในประเทศไทยจากทุกภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชน ทำให้รู้สึกตื่นเต้นตามไปด้วย เลยอยากชวนผู้อ่านให้มาลองศึกษาการประยุกต์ใช้งานจริงในประเทศญี่ปุ่น โอกาสแห่งความเป็นไปได้ และความเหมาะสมกับประเทศไทย”

เทคโนโลยีหลักที่กำลังถูกกล่าวถึงอย่างมากตัวหนึ่งทั่วโลกในปัจจุบัน คงหนีไม่พ้นเรื่องของเทคโนโลยีโมบายในยุค 5G นั่นเอง ซึ่งในประเทศไทยทางภาครัฐอย่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ภาคเอกชน รวมถึงผู้ให้บริการมือถือแต่ละค่าย ต่างก็มีการแถลงเกี่ยวกับการทดลองทดสอบ ตลอดจนวิสัยทัศน์ในการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ต่อจากนี้ไปเป็นระยะๆ

แต่ถ้ามองในแง่ของผู้ใช้บริการโมบายทั่วไปอย่างเราท่านเองบางทีเราก็(อาจจะ)แอบสงสัยได้ไหมว่า ในเมื่อเรามีบริการมือถือที่รองรับความเร็วสูงระดับบรอดแบนด์อย่าง 4G ขนาดนี้แล้วทำไมยังต้องการบริการ 5G อีกในเร็วๆ นี้ (เพราะถ้าพูดกันตรงๆ แล้ว น่าจะมีผู้ใช้โมบาย 4G ในปัจจุบันจำนวนไม่น้อยที่ใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนเป็นส่วนใหญ่ก็ดูมีความสุขดีกับระดับความเร็วของโครงข่าย 4G ในปัจจุบัน) ครั้งนี้เราจะมาคุยกันเรื่องนี้ในมุมมองหนึ่งที่เข้าใจได้ง่าย รวมถึงตัวอย่างการประยุกต์ใช้ที่จำเป็นต้องมีโครงข่ายในระดับนี้เพื่อให้เห็นประโยชน์ของ 5Gได้ชัดยิ่งขึ้นกันครับ

ดร.ไพโรจน์แม้ว่า ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยียุค 4G มาตอบโจทย์ให้สามารถรับส่งข้อมูลในความเร็วขั้นบรอดแบนด์ระดับหลายร้อยเมกะบิตต่อวินาที หรือทางทฤษฎีก็อาจพัฒนาได้ถึงระดับกิกะบิตต่อวินาทีได้ ซึ่งในยุคนี้ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะหันมาใช้แอพพลิเคชั่นหลากหลายชนิดที่ทำงานผ่านช่องทางการรับส่งข้อมูลนี้เป็นหลัก และในแง่ตัวเทคโนโลยีเองก็หันมาให้บริการโทรเข้ารับออกผ่านช่องทางการรับส่งข้อมูลนี้อย่างเดียว แทนที่จะต้องมีโครงข่ายหลักที่รองรับช่องทางเสียงและช่องทางข้อมูลแยกกันอย่างในยุค 2G และ 3G ที่ผ่านๆ มา

เพราะต่อจากนี้ในยุคที่เรากำลังก้าวจาก 4G ไปสู่ 5G นั้นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น และจะได้ใช้ประโยชน์จาก 5G ที่กำลังจะมาคือการใช้งานหลักของโครงข่ายโมบายจะไม่จำกัดแค่กรณีที่คนเราใช้โครงข่ายโมบายผ่านอุปกรณ์สมาร์ทโฟนเป็นหลักอีกต่อไปแล้ว แต่จะขยายไปยังกรณีที่มีทั้งคน สิ่งของเชื่อมต่อกันผ่านโครงข่ายโมบายที่ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการเชื่อมต่อทุกๆ อย่างเข้าหากันนั่นเอง

ซึ่งการประยุกต์ใช้หนึ่งที่ตรงกับสิ่งที่ภาครัฐต้องการผลักดันคือการสร้างเมืองอัจฉริยะซึ่งจำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลในแง่มุมต่างๆ ของเมืองมาไว้ที่ศูนย์กลาง เพื่อทำให้เราสามารถเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันและตัดสินใจจัดการสิ่งที่เกี่ยวข้องต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงรวบรวมเป็นข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อนำไปใช้วิเคราะห์และต่อยอดภายหลัง เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้ ถ้าเรามาดูคุณสมบัติหลักๆ ของเทคโนโลยียุค 5G จะพบว่า มีคุณสมบัติที่เตรียมไว้รองรับลักษณะการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้นนี้ไว้อย่างเช่นในแง่ของความเร็วความจุที่สูงมาก (ในระดับ20กิกะบิตต่อวินาทีตามความต้องการที่มีการคุยกันในการทำมาตรฐาน) ความล่าช้าในการส่งข้อมูลที่ต่ำมาก(ในระดับ1มิลลิวินาทีในส่วนไร้สายของ5G ในขณะที่โครงข่าย4G จะอยู่ในระดับ10 มิลลิวินาที) ตลอดจนความสามารถในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ลูกข่ายได้พร้อมๆ กันจำนวนมาก(ในระดับที่รองรับการเชื่อมต่อพร้อมกันสำหรับอุปกรณ์จำนวน10 ยกกำลัง6 ต่อตารางกิโลเมตร) เป็นต้น

คุณสมบัติดังกล่าวข้างต้นนี้จะสามารถรองรับลักษณะการใช้งานใหม่ๆ หรือลักษณะการใช้งานที่หลากหลายไปกว่าเดิมเช่น ในกรณีของความล่าช้าในการส่งข้อมูลที่ต่ำมากนั้น เราสามารถนำไปใช้ในการควบคุมสิ่งต่างๆ จากระยะไกลได้อย่างราบรื่น ยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน 5G ที่ทางโดโคโมได้จัดแสดงในงาน Open House 2018ที่เพิ่งจัดไปเมื่อต้นธันวาคมปีที่ผ่านมา โดยเป็นการสาธิตทดลองประยุกต์ใช้เทคโนโลยี5G กับพันธมิตรทางธุรกิจจากอุตสาหกรรมในสาขาต่างๆ

ยกตัวอย่างเช่น การประยุกต์ใช้งานที่ทางค่ายโมบายโดโคโมได้จับมือกับทางค่ายรถโตโยต้า เพื่อให้คนที่ทำหน้าที่ควบคุมหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ผ่านการสวมชุดควบคุมที่อยู่ในสถานที่อื่น สามารถบังคับหุ่นยนต์นี้ได้จากทางไกลได้อย่างเรียลไทม์ (ซึ่งมีการถ่ายทอดสดการเคลื่อนไหวของคนผู้ควบคุมหุ่นยนต์นี้เพื่อให้สามารถเห็นได้ว่าหุ่นยนต์สามารถถูกบังคับให้เคลื่อนไหวได้ในเวลาเดียวกันกับตอนที่คนขยับชุดควบคุมที่สวมอยู่)

ซึ่งการประยุกต์ใช้นี้จำเป็นที่ต้องมีโครงข่ายสื่อสารที่มีความล่าช้าในการส่งข้อมูลในระดับต่ำมาก มิฉะนั้นจะเกิดความล่าช้าในการเคลื่อนไหวจริงของหุ่นยนต์ (ซึ่งถ้าเรานำไปประยุกต์ใช้กับกรณีการควบคุมจากทางไกลอื่นๆ เช่น ควบคุมการทำงานของเครื่องจักรในสถานที่ก่อสร้างจากทางไกล ควบคุมอุปกรณ์การแพทย์ในห้องตรวจหรือห้องผ่าตัดเคลื่อนที่จากทางไกล หรือควบคุมทำงานของรถยนต์จากทางไกลต่างๆ เป็นต้น ความล่าช้านี้อาจทำให้เกิดความเสียหายหรืออุบัติเหตุขึ้นได้เลยทีเดียว)

2นอกจากนี้แล้วสิ่งที่น่าสนใจสำหรับกรณีการใช้งานนี้คือ จะไม่ได้ใช้ 5Gในการส่งคำสั่งจากคนที่ใส่ชุดควบคุมที่ทำการบังคับจากทางไกลไปสู่หุ่นยนต์เท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ในการส่งสิ่งที่หุ่นยนต์รับรู้ได้ในสถานที่ทำงานกลับมายังคนควบคุมซึ่งอยู่อีกที่หนึ่งได้ โดยใช้การส่งแรงที่หุ่นยนต์ได้รับจากรอบข้างกลับมายังคนผู้ควบคุม ทำให้คนที่อยู่ไกลออกไปสามารถสั่งทำการควบคุมพร้อมๆ กับรับรู้แรงที่เกิดขึ้นกับหุ่นยนต์ได้เสมือนกับอยู่ ณ สถานที่นั้นเลยทีเดียว

อีกประเภทหนึ่งของการประยุกต์ใช้งานที่ผู้เขียนเห็นว่าน่าสนใจสำหรับประเทศที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความสำคัญมากอย่างบ้านเรา ก็เช่น การประยุกต์ใช้ 5G เพื่อใช้ส่งเสริมหรือเพิ่มระดับคุณภาพบริการการท่องเที่ยว ขอยกตัวอย่างไอเดียความร่วมมือจากวิทยาลัยเทคโนโลยีของโอกินาว่า ในการนำเทคโนโลยี5G กับเทคโนโลยี AR เพื่อใช้กับแว่นดำน้ำที่ให้นักท่องเที่ยวที่ดำน้ำลงไปดูปลาใต้ทะเล สามารถได้ข้อมูลต่างๆ ที่ทำให้การดำน้ำสนุกสนานได้อรรถรสมากขึ้น

อีกทั้งเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวได้อีกด้วย เช่น นักท่องเที่ยวสามารถเห็นชื่อของปลาที่ดำไปพบที่แว่นดำน้ำเลย รวมถึงบอกสิ่งที่เป็นอันตรายที่อาจอยู่ใกล้ๆ กับปลาที่กำลังดูอยู่ (ที่ผ่านมาถ้าความเร็วความจุในการสื่อสารไม่สูงพอ อาจทำให้ภาพที่ส่งกลับไปวิเคราะห์ชื่อที่ศูนย์กลางมีความละเอียดไม่พอ นอกจากนั้นฝูงปลาอาจเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ทำให้ต้องมีการรับส่งข้อมูลด้วยความล่าช้าที่ต่ำมากๆ จึงสามารถทำการวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างทันท่วงที)

นอกจากนั้นยังสามารถส่งข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับความปลอดภัยอื่นๆ ให้กับนักท่องเที่ยวได้ เช่น ความปกติของอากาศ ความปกติของชีพจร สภาพท้องทะเลใกล้เคียง เป็นต้น กรณีนี้นับเป็นตัวอย่างที่ดีอันหนึ่งซึ่งเกิดจากความร่วมมือของผู้ให้บริการโมบายกับคนในพื้นที่ที่รู้จักสิ่งที่ตนเองมีและบริการของตนรวมถึงทราบความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มาได้ดีและลึกซึ้งกว่า ทำให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มใหม่ๆ ให้กับสิ่งที่มีอยู่เดิมได้นั่นเอง

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3
Fortinet Security Fabric

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com