www.cioworldmagazine.com

 Breaking News
  • ดีแทค ไม่หยุดมอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้า เปิดตัว Platinum Blue Member ดีแทคยกระดับความสุขให้กับสิทธิพิเศษใหม่ครั้งแรกในไทยด้วยบริการล้างรถฟรี ที่มาพร้อมที่จอดในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ทั่วประเทศพร้อมตอกย้ำผู้นำความพิเศษให้กิน-ดื่มมากที่สุดทั่วไทย กับแคมเปญ “ตามใจปากทุกวันศุกร์” ตลอดทั้งปี 2563...
  • สามารถประกาศกลยุทธ์ปี 63 เป้ารายได้ 2 หมื่นล้าน กลุ่มสามารถ เดินหน้ากลยุทธ์ ปี 63 Unlimited Solutions เสนอโซลูชั่นและเทคโนโลยีหลากหลาย ตั้งเป้ารายได้ 2 หมื่นล้านบาท...
  • อีซี่มันนี่เลือกยูไอเอชทรานส์ฟอร์มระบบไอที อีซี่มันนี่ เลือกยูไอเอช ทรานส์ฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานระบบไอทีทั้งหมดเข้าสู่ระบบคลาวด์เต็มตัว พร้อมเชื่อมต่อโครงข่ายความเร็วสูง 50 สาขาทั่วประเทศ รองรับการให้บริการลูกค้าที่สาขาและออนไลน์ได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัยรับยุคดิจิทัล...
  • NOSTRA จับมือ จส.100 พัฒนา “SOS API Premium Service” NOSTRA ผู้ให้บริการข้อมูลแผนที่ดิจิทัล และโซลูชั่นด้าน IoT โดยบริษัท โกลบเทค จำกัดร่วมกับ จส.100 ประกาศพร้อมให้บริการ “SOS API Premium Service” แพลตฟอร์มเชื่อมต่อศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือลูกค้าผ่านแอพพลิเคชั่นของธุรกิจตลอด 24 ชั่วโมง...
  • เนทติเซนท์ ได้รับแต่งตั้งเป็น SAP Platinum Partner “เนทติเซนท์ ได้รับแต่งตั้งเป็น SAP Platinum Partner และยังได้รับการคัดเลือกสู่การเป็นสมาชิก United VARs พันธมิตรของ SAP เพียงรายเดียวในประเทศไทยและเป็นตัวแทนจากเอเชีย พร้อมเดินหน้าโซลูชั่น ERP เต็มที่”...

ICT Trend Watch (ตอนที่ 58) ข้อคิดสำหรับศูนย์บูรณาการข้อมูลเพื่อ Safe City

ICT Trend Watch (ตอนที่ 58) ข้อคิดสำหรับศูนย์บูรณาการข้อมูลเพื่อ Safe City
August 09
14:16 2018

“ผู้เขียนขอให้ข้อคิดสำหรับการสร้างศูนย์บูรณาการข้อมูลเพื่อ Safe City มันมีรายละเอียดในหลายมิติ ทั้งเรื่องของเทคโนโลยีเก่า-ใหม่ การทำงานแบบสอดประสานระหว่างองค์กร ทักษะของบุคลากร ที่ต้องอยู่ภายใต้หลักการและแนวคิดที่ถูกต้องของผู้บริหาร”

ดังที่ทราบกันดีว่า การพัฒนาความปลอดภัยของเมืองหรือชุมชนตลอดจนถึงองค์กรต่างๆ ให้ดี มีความเป็นอัตโนมัติและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นนั้นเป็นสิ่งสำคัญปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและไอซีทีไปประยุกต์ใช้ในด้านเหล่านี้ ดังจะเห็นได้จากเป้าหมายหนึ่งในการพัฒนาเมืองให้เข้าสู่ความเป็นสมาร์ทซิตี้จะมีเรื่องของความปลอดภัย หรือ Safe City มาก่อนเสมอ

ในโครงการเมืองอัจฉริยะ ตึกอัจฉริยะ ต่างๆ นั้นเราจะเห็นเทคโนโลยีต่างๆ ได้ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย เริ่มตั้งแต่ระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐานอย่างเช่น ระบบเครือข่ายกล้องวงจรปิด จนถึงเทคโนโลยีรุ่นใหม่อย่างเช่น อุปกรณ์ตรวจวัด(เซ็นเซอร์)ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับเมือง อาคาร หรือบริเวณพื้นที่โครงการในรูปแบบต่างๆ เช่นระดับน้ำ ระดับอากาศ การทำงานของอุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐานประเภทต่างๆ เช่นประตูในการเข้า-ออกทั้งในพื้นที่ส่วนกลางหรือพื้นที่ที่มีการจำกัดการเข้าถึงลิฟท์หรือบันไดเลื่อนเป็นต้น

ดร.ไพโรจน์นอกจากเทคโนโลยีพื้นฐานเหล่านี้แล้ว ยังมีการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาความฉลาดในทางปฏิบัติให้กับข้อมูลที่ได้มา เช่นระบบกล้องวงจรปิดแต่เดิม อาจทำงานแค่จับภาพวิดีโอและส่งไปยังศูนย์สั่งการของต้นสังกัด ซึ่งถ้าเป็นด้านความปลอดภัยสาธารณะหรือด้านการจราจรของเมืองก็อาจเป็นกองบังคับจราจร หรือหน่วยงานท้องถิ่นและมีผู้ปฏิบัติคอยเฝ้าดูในห้องปฏิบัติการเท่านั้น

หรือถ้าเป็นกรณีของโครงการพัฒนาพื้นที่ต่างๆ ของเอกชนที่ผุดขึ้นกันมากมายในปัจจุบันไม่ว่าจะอยู่ในรูปคอมเพล็กซ์หรือนิวทาวน์ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ตลอดจนพื้นที่ที่รัฐบาลกำลังสนับสนุนผลักดันเช่น หลายๆ จังหวัดใหญ่ที่เป็นเป้าหมายสมาร์ทซิตี้ จังหวัดที่อยู่ในเขตอีอีซีต่างๆ เป็นต้น

ทำให้การวิเคราะห์สถานการณ์รวมถึงการตัดสินใจดำเนินการ(ในกรณีที่มีความจำเป็น)ไม่เป็นไปอย่างทันทีโดยอัตโนมัติขึ้นอยู่กับความใส่ใจและทักษะของผู้ปฏิบัติการในขณะนั้นๆ ก็ได้มีการพัฒนาความฉลาดในทางปฏิบัติให้กับเครือข่ายกล้องวงจรปิดเหล่านี้รวมถึงที่จะติดตั้งใหม่เพิ่มเติมตามจุดต่างๆ ในเมืองหรือชุมชน โดยเพิ่มเทคโนโลยีอัจฉริยะในการวิเคราะห์ข้อมูลจากกล้องวิดีโอเพื่ออัพเกรดให้เครือข่ายกล้องที่มีอยู่เดิมเป็นระบบในการเฝ้าระวัง

ข้อมูลจากกล้องที่มีความชาญฉลาดทั้งในการเฝ้าระวังและแจ้งภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วหรืออัตโนมัติ รวมถึงส่งการแจ้งเตือนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องในการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเช่น ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ของท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้เกิดการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง การลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของหน่วยงาน ตลอดจนเพิ่มความเร็วในการตอบสนองต่อเหตุการณ์หรือกรณีฉุกเฉิน

อย่างไรก็ตามในแง่ของผู้บริหารเมืองหรือโครงการพัฒนาพื้นที่เหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านที่มีหน้าที่ดูแลเทคโนโลยีในภาพรวม สิ่งที่ต้องคำนึงถึงที่เราต้องเผชิญจากนี้ไปในการบริหารจัดการความปลอดภัยและสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่เราคือ คอนเซ็ปต์และโครงสร้างขององคาพยพพื้นฐานในการบริหารจัดการข้อมูลที่เกี่ยวกับความปลอดภัยและสถานการณ์เหล่านี้

จากประสิทธิภาพทางเทคนิคและราคาที่สมเหตุสมผลที่มากขึ้น เทคโนโลยียังใช้งานง่ายมากขึ้นยกตัวอย่างเช่น นอกจากเซ็นเซอร์วัดปริมาณต่างๆ แล้ว ยังสามารถรวบรวมข้อมูลซึ่งเป็นเสียงจากประชาชน ที่สามารถแจ้งผ่านมาทางแอพพลิเคชั่นทั้งบนสมาร์ทโฟน ตลอดจนพีซี ไม่ว่าจะเป็น twitter SMS เว็บที่ไว้ใช้ร้องเรียน ในบางประเทศทางภาครัฐก็มีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้ประชาชนสามารถดาวน์โหลดไปและกดที่แอพพลิเคชั่นนั้น เวลาที่ต้องการแจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือ

1ในบางกรณีอย่างเช่นกรณีผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวที่บ้านตอนกลางวันอาจจะต้องทำปุ่มกดที่สะดวกสำหรับการแจ้งเหตุในกรณีฉุกเฉิน โดยตำแหน่งของผู้ที่แจ้งเหตุหรือร้องขอจะไปปรากฏบนแผนที่เมืองที่ศูนย์สั่งการ ทำให้สามารถได้ข้อมูลในการเข้าถึงบุคคลผู้แจ้งเหตุ สภาพบริเวณโดยรอบโดยอาจจะดูจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ใกล้เคียง รวมถึงประสานงานส่งต่อ incident นี้ให้กับหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบพร้อมข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้ทันที

สิ่งเหล่านี้ในทางกลับกันก็จะก่อให้เกิดปริมาณและประเภทของข้อมูลที่มาจากอุปกรณ์กล้องและอุปกรณ์ตรวจจับจำนวนมากขึ้นมาสู่ศูนย์สั่งการของเมืองหรือโครงการ การที่จะปล่อยให้ผู้ปฏิบัติการที่อยู่ในศูนย์สั่งกลางเป็นผู้จัดการขบวนการที่เหลือเพียงลำพัง หลังจากเทคโนโลยีทำหน้าที่เพียงรวบรวมข้อมูล(รวมถึงสัญญาณเตือนขั้นพื้นฐานที่อุปกรณ์ตรวจจับส่งอาจจะส่งมาได้) มาให้นั้นน่าจะเป็นภาระที่หนักเกินไป

เหตุที่กล่าวเช่นนั้นเนื่องจากโดยหลักๆ แล้วขบวนการหลังจากขั้นตอนรวบรวมข้อมูลและสัญญาณเตือนจำนวนมากมายขึ้นมาที่ศูนย์กลางแล้ว ต้องมีขั้นตอนในการจัดระเบียบซึ่งเริ่มจากการแยกแยะข้อมูลหรือสัญญาณเตือนเหล่านี้รวมถึงจัดให้อยู่ในรูปแบบที่มองเห็นได้(mapping and visualize) จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนของการจัดหมวดหมู่และวิเคราะห์ข้อมูลหรือสัญญาณเตือนที่เกี่ยวข้องกันเข้าอยู่ในสถานการณ์หรือ incident เดียวกัน จากนั้นต้องทำการตัดสินใจเพื่อจัดความความร้ายแรงของแต่ละสถานการณ์ ตลอดจนกำหนดลำดับความเร่งด่วนในการจัดการ

หลังจากจัดลำดับสถานการณ์ที่ต้องจัดการได้แล้ว ในขั้นการบริหารจัดการแล้ว ส่วนใหญ่ผู้ปฏิบัติการที่ศูนย์ต้องมีการประสานงานและทำงานร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดการสถานการณ์ เช่น ถ้าเป็นกรณีของความปลอดภัยสาธารณะอย่างเช่น มีบุคคลอันตรายหรือที่ต้องเฝ้าระวังเข้ามาในพื้นที่ หรือ มีบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้ามาในพื้นที่หวงห้าม ก็ต้องประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ หรือถ้าเป็นกรณีโครงการก็ประสานไปยังหน่วยรักษาความปลอดภัย ถ้าเป็นกรณีอุบัติเหตุ ก็อาจต้องประสานทางหน่วยแพทย์หรือพยาบาลเพิ่มเติมต่างๆ เป็นต้น

จากคอนเซ็ปต์พื้นฐานในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยและสถานการณ์ของเมืองหรือโครงการพัฒนาพื้นที่ต่างๆ เหล่านี้ ผู้ที่ทำหน้าที่ออกแบบระบบจะสามารถนำไปวิเคราะห์และออกแบบเพื่อให้ได้ระบบที่สามารถช่วยผู้ปฏิบัติการตลอดจนผู้บริหารที่มีหน้าที่ตัดสินใจในการจัดการความปลอดภัยและสถานการณ์ทำงานให้น้อยที่สุดอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ยกตัวอย่างเช่นเราควรนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อจัดการวิเคราะห์แยกแยะว่าสัญญาณเตือนตัวไหนที่ควรใส่ใจ หรือไม่ใส่ใจ ตลอดจนจัดหมวดหมู่สัญญาณเตือนและข้อมูลที่เกี่ยวข้องในสถานการณ์เดียวกันมาอยู่ด้วยกันและเปิดเป็นcase เดียวกันที่มีทั้งข้อมูลสัญญาณเตือน ภาพหรือวิดีโอหรือไฟล์ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตำเหน่งสถานที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการกระทำหรือ actions ต่างๆ ที่ได้ทำไปเพื่อที่จะสามารถนำไปแชร์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันที รวมถึงหลังจากจัดการสถานการณ์แล้ว ก็สามารถเก็บ cases เหล่านี้ไว้เป็นข้อมูลอ้างอิงที่เป็นประโยชน์กับสถานการณ์ใกล้เคียงในอนาคต เป็นต้น

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3
Fortinet Security Fabric

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com