www.cioworldmagazine.com

 Breaking News
  • Cyber Security and Data Privacy 2020 ธุรกรรมปลอดภัย ประชาชนมั่นใจข้อมูลไม่รั่ว คณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(กมธ.ดีอีเอส) สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สมาคมส่งเสริมและพัฒนาความรู้เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคไทย และนิตยสาร CIO World&Business...
  • 3 เสาหลักพื้นฐานสร้างความปลอดภัยไซเบอร์บน Multi Cloud “ฟอร์ติเน็ตสรุป 3 เสาหลักพื้นฐานสร้างความปลอดภัยไซเบอร์บน Multi Cloud  ศักยภาพด้านความปลอดภัยที่หลอมรวมปกป้องได้ครอบคลุม ทำงานแบบอัตโนมัติ”...
  • ‘DES’ BIG MISSION DIGITIZING THAI ECONOMY เดินหน้าประเทศไทย สู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล วิสัยทัศน์ 15 คณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมขับเคลื่อนประเทศสู่ดิจิทัล ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เท่าเทียม ทั่วถึง เป็นธรรม...
  • สร้างกำไรธุรกิจ ยุค Digital Disruption ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลในระบบ eProcurement สัมภาษณ์พิเศษ อภิสิทธิ์ คุปรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พันธวณิช จำกัดกับการเปลี่ยนบทบาทของการจัดซื้อมาเป็นเชิงรุก จะทำให้องค์กรได้รับประโยชน์จากต้นทุนที่ลดลง นั่นหมายถึง Profit Margin ที่สูงขึ้น ถึงแม้ว่ารายได้จะยังคงเดิมก็ตาม...
  • อนาคตของประะเทศไทย หลังเปิดเสรีกิจการดาวเทียม ทำไมไทยควรเปิดเสรีดาวเทียมสื่อสาร เปิดเสรีแล้วดีอย่างไร ส่งผลกระทบอะไรกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับดาวเทียม รวมถึงประโยชน์ที่จะเกิดกับภาคธุรกิจและความมั่นคงของประเทศ ...

ICT Trend Watch (ตอนที่ 54) ตัวอย่างการนำเทคโนโลยีดิจิทัล IoTและ AI มาใช้ในอุตสาหกรรม

ICT Trend Watch (ตอนที่ 54) ตัวอย่างการนำเทคโนโลยีดิจิทัล IoTและ AI มาใช้ในอุตสาหกรรม
April 12
10:44 2018

“ขอยกตัวอย่างเกี่ยวกับกรณีศึกษาในต่างประเทศในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลรวมถึงIoT และ AI (ปัญญาประดิษฐ์) มาประยุกต์ในด้านอุตสาหกรรม ทั้งในกระบวนการผลิต การสร้างนวัตกรรมของสินค้าและบริการ รวมถึงการสร้างมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เมืองและสถานที่สำคัญ”

ในยุคปัจจุบันการนำเทคโนโลยีทางด้านดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในกุญแจหลักของการปฎิรูปองค์กรตลอดจนสังคมเพื่อให้สามารถรับมือกับโจทย์ปัญหาหรือสิ่งที่สังคมของเราและทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่หรือกำลังจะต้องเผชิญต่อจากนี้ไป หลายท่านคงเคยได้ยินคำว่า ดิจิทัลทรานสฟอร์เมชั่น ซึ่งถูกใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถขององค์กร ในครั้งนี้เราจะขอยกตัวอย่างเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีศึกษาในต่างประเทศในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลรวมถึงIoT และ AI (ปัญญาประดิษฐ์) มาประยุกต์ในด้านอุตสาหกรรมกัน

การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในด้านอุตสาหกรรม จะสามารถแบ่งได้จากหลายมุมมองซึ่งทางหนึ่งอาจจะแบ่งคร่าวๆ เป็นการใช้ในการสร้างนวัตกรรมในขบวนการผลิต และใช้ในการสร้างนวัตกรรมในตัวสินค้าหรือบริการ ซึ่งในแง่ของนวัตกรรมในขบวนการผลิตนั้น จะเน้นไปที่เป้าหมายเพื่อให้ได้ผลผลิตโดยรวมของทั้งซัพพลายเชน (ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิตเป็นสินค้าขึ้นมา ตลอดจนนำสินค้าจัดส่งไปถึงมือผู้บริโภคหรือผู้ใช้งาน)สูงสุด อีกทั้งยังสามารถนำสินค้าส่งไปยังทั่วโลกด้วยคุณภาพเดียวกันในระดับค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม

1ส่วนการนำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมให้กับตัวสินค้าหรือบริการนั้น จะเน้นไปที่การนำเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างIoTหรือAI มารวมกับสินค้าหรือบริการ เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ๆ ให้กับสินค้า หรือยกระดับการให้บริการ หรือเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงรักษา พร้อมกันนั้นยังสามารถเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การใช้งานจริงเพื่อป้อนกลับไปยังฝ่ายที่ดูแลการตลาดรวมถึงฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สามารถนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์หรือบริการซึ่งเป็นที่ต้องการโดยแท้จริงจากลูกค้าหรือผู้ใช้นั่นเอง

ตัวอย่างสำหรับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมในการผลิตนั้นมีหลายรูปแบบ เช่น การจัดการทางดิจิทัลในการพัฒนาซอฟต์แวร์ ในการพัฒนาซอฟต์แวร์นั้น โดยปกติมักจะมีการเก็บข้อมูลจำนวนมากที่เกี่ยวกับจำนวนข้อบกพร่องทางซอฟต์แวร์ จำนวนรีวิวที่เกิดขึ้นและอื่นๆ ได้เคยมีการทดลองใช้ปัญญาประดิษฐ์ให้เรียนรู้ข้อมูลเหล่านี้จำนวน3ปี ผลที่ได้คือเราสามารถคาดการณ์อัตราความสำเร็จของโครงการ ณ จุดที่โครงการเพิ่งเสร็จไปเพียง1 ใน4 ด้วยอัตราความถูกต้องถึง80%เลยทีเดียว

กรณีต่อไป การใส่เทคโนโลยีพวกปัญญาประดิษฐ์ไว้ในเซิร์ฟเวอร์สำหรับใช้ทั่วไปเพื่อคาดการณ์ความต้องการสำหรับผลิตภัณฑ์ ที่รับทำตามสั่ง โดยในการผลิตนั้น สต็อกส่วนเกินจะถูกเก็บไว้ที่ระดับต่ำสุดโดยการคาดการณ์ตามสัญชาตญาณของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งมีการทดสอบสาธิตโดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในเซิร์ฟเวอร์สำหรับใช้ทั่วไปเพื่อคาดการณ์ความต้องการชิ้นส่วน โดยใช้การจำลองเพื่อประเมินความต้องการชิ้นส่วนที่สำคัญ และพบว่าเมื่อแทนสัญชาตญาณของมนุษย์ด้วยการคาดการณ์ความต้องการโดยอัตโนมัติ เราสามารถลดสต็อกส่วนเกินได้กว่า40%

อีกอุตสาหกรรมหนึ่งซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักของหลายๆ ประเทศรวมถึงประเทศไทย นั่นคือ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยถ้าดูจากแนวโน้มของทั้งโลกจะเห็นได้ว่าโลกกำลังเผชิญกับปัญหาการเพิ่มขึ้นของประชากร มีการคาดการณ์ว่าประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นสู่ 8.5 พันล้านภายในปี 2030 โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชากรในเมืองคาดว่าจะถึง 5 พันล้านคน

การเพิ่มขึ้นของประชากรจะกระตุ้นให้การเคลื่อนไหวของผู้คนและสินค้า เช่นจำนวนการเข้ามา ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 1.18 พันล้านคนในปี 2015 เป็น 1.8 พันล้านในปี 2030ซึ่งเพิ่มขึ้น 50% ถ้าดูเฉพาะลงไปถึงรายประเทศเช่นญี่ปุ่น ก็จะเห็นในทำนองเดียวกันว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเยือนญี่ปุ่นคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 24.04 ล้านคนในปี2016 เป็น 60 ล้านคนในปี 2030

1การเคลื่อนไหวที่เพิ่มขึ้นของผู้คนและสินค้าภายในเขตเมืองจะนำมาซึ่งความท้าทายในการสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยและความมั่นคงของประชาชนและสังคมโดยรวมซึ่งถ้าเราเริ่มต้นจากสนามบินเราคาดว่าจะได้เห็นการเพิ่มขึ้นของจำนวนคนที่บินเข้าและออกจากสนามบิน ในขณะเดียวกัน ด้วยการเพิ่มขึ้นของการก่อการร้ายทั่วโลก จำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าสนามบินจะปลอดภัยและมั่นคง แม้ว่าจะมีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวที่ใช้สนามบินก็ตาม

การก่อการร้ายที่เกิดขึ้นตามที่ต่างๆ ทั่วโลก ทำให้เห็นถึงความจำเป็นในการนำมาตรการต่างๆ ที่ไม่เพียงป้องกันไม่ให้ผู้ก่อการร้ายจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศ แต่ยังต้องป้องกันผู้ก่อการร้ายในประเทศไม่ให้ออกนอกประเทศด้วย สิ่งเหล่านี้ทำให้มีเสียงเรียกร้องในเรื่องการควบคุมความปลอดภัยชายแดนที่เข้มงวดมากขึ้นในขณะที่มีความจำเป็นต้องรักษาความปลอดภัยที่ท่าอากาศยาน มาตรการเพื่อทำให้ขั้นตอนการเข้าออกประเทศได้อย่างราบรื่นก็ต้องถูกคำนึงถึง เพื่อให้ผู้ใช้สนามบินมีความพึงพอใจเช่นไม่ต้องต่อคิวรอนานจนเกินไป

เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายเหล่านี้ที่สนามบินทั่วโลกต้องเผชิญ ได้มีการดำเนินการทดสอบสาธิตที่สนามบินนานาชาติเช่น ท่าอากาศยานนานาชาติวอชิงตัน ดัลเลสโดยใช้ระบบควบคุมการเดินทางออกนอกประเทศที่มีการใช้เทคโนโลยีรู้จำใบหน้า การทดสอบดำเนินไปบนพื้นฐานของแผนในอนาคตเพื่อเข้าสู่การพัฒนากระบวนการขึ้นเครื่องแบบไร้ตั๋วโดยสารโดยใช้การรู้จำใบหน้าแทนในท้ายที่สุด

นอกจากเรื่องของสนามบินแล้ว ยังรวมถึง การแข่งขันกีฬาและการแสดงคอนเสิร์ต ซึ่งก็จะมีปัญหาด้านความปลอดภัยของสถานที่จัดงานหรือสถานที่ที่มีฝูงชนขนาดใหญ่รวมตัวกัน ยกตัวอย่างเช่นในการจัดแมทช์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกที่เพิ่งผ่านไปในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ฟุตบอลยุโรปยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกดึงดูดแฟนๆ มากมายจากทั่วโลก ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาก็มีแฟนฟุตบอลกว่า 17,000 คนมาชมการแข่งขัน ท่ามกลางกลุ่มฝูงชนของแฟนจำนวนมหาศาล ก็มีเหล่าอันธพาลลูกหนังที่เป็นภัยคุกคามต่อความสงบเรียบร้อยแฝงตัวอยู่ด้วยเช่นกัน

เพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว เทคโนโลยีการรู้จำใบหน้าแบบเรียลไทม์ได้ถูกใช้ในการสแกนฝูงชนของสนามกีฬา ซึ่งมีส่วนช่วยในการระบุและจับภาพอันธพาลลูกหนังซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี เทคโนโลยีนี้สามารถช่วยกวาดล้างพฤติกรรมอันธพาล และความรุนแรงอื่นๆ ทำให้ทุกเหตุการณ์สนุกมากยิ่งขึ้นสำหรับผู้ชม

ภาพใบหน้าของคนที่ถูกจับภาพผ่านกล้องวงจรปิดซึ่งถูกติดตั้งในรถตู้ตำรวจสี่คัน จะถูกนำมาเปรียบเทียบในแบบเรียลไทม์กับรูปถ่ายของอาชญากร บุคคลที่อยู่ในความสนใจ บุคคลสูญหาย และบุคคลอื่นๆ ที่ในรายการที่ต้องระวังเฝ้าดู รวมเป็นจำนวนหลายหมื่นภาพ ทำให้สามารถระบุตัวบุคคลได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง โดยระบบนี้สามารถถูกใช้เพื่อความปลอดภัยในสนามบิน สนามกีฬา รวมถึงสถานที่อื่นๆ ที่มีผู้คนจำนวนมากเข้าและออกได้เช่นเดียวกัน

 

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3
Fortinet Security Fabric

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com