www.cioworldmagazine.com

 Breaking News
  • สำรวจพฤติกรรม นักช้อปออนไลน์ในประเทศไทย “CIO World&Business ได้นำรายงานของ Picodi.com ที่ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากรายงานของปี 2018 ในหลายๆ ประเด็นเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ของคนไทย ทั้งการเลือกใช้อุปกรณ์ในการเชื่อต่อการซื้อสินค้าออนไลน์ อายุเฉลี่ยของผู้ซื้อสินค้า ช่วงเวลาของการใช้บริการรวมถึงหมวดหมู่สินค้าที่ได้รับความนิยม ข้อมูลทั้งหมดจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญให้การซื้อขายในอุตตสาหกรรมนี้ปรับตัว”...
  • ลูกค้าดีแทค จ่ายทุกบริการของแอปเปิ้ลผ่านบิลของดีแทคได้แล้ว ลูกค้าดีแทค สามารถชำระเงินสำหรับทุกบริการของ App Store, Apple Music และ iTunes ผ่านบิลของดีแทคได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2562 เป็นต้นไป...
  • แพลตฟอร์ม HR ในยุค Digital Transformation องค์กรสมัยใหม่จำเป็นต้องมองหาแพลตฟอร์ม HR ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความแตกต่างการขับเคลื่อนงานด้านทรัพยากรบุคคลในโลกดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ 60% กำลังวางแผนลงทุนเทคโนโลยีใหม่ใน 12-24 เดือน...
  • Kaspersky Lab พัฒนาบริการรายงานภัยคุกคาม APT Kaspersky lab พัฒนาบริการรายงานภัยคุกคามขั้นสูง (APT Intelligence Reporting Service) ด้วยการเพิ่มเติมโปรไฟล์ของผู้ก่อภัยคุกคามและเฟรมเวิร์ค MITRE ATT&CK...
  • อีริคสันจับมือยูเนสโก้พัฒนาทักษะ AI ให้เยาวชน อีริคสัน และยูเนสโก้ ร่วมกันพัฒนาโปรแกรมการเรียนรู้ทักษะใหม่ทางด้านดิจิทัล เน้นพัฒนาทักษะด้านสิ่งประดิษฐ์อัจฉริยะ (AI) สำหรับคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างการศึกษาที่เท่าเทียม...

ICT Trend Watch (ตอนที่51) ประเด็นที่ควรถูกพิจารณาก่อนนำ IoTมาใช้ในสมาร์ทซิตี้

ICT Trend Watch (ตอนที่51) ประเด็นที่ควรถูกพิจารณาก่อนนำ IoTมาใช้ในสมาร์ทซิตี้
December 26
10:53 2017

“เป็นอีกครั้งที่ผู้เขียนต้องนำเรื่องเทคโนโลยีไอโอทีมาอธิบายและย้ำถึง ประเด็นที่ควรถูกพิจารณาก่อนนำมันมาประยุกต์ใช้ใช้ในหลายๆ โครงการ โดยเฉพาะเรื่องสมาร์ทซิตี้ ที่เปรียบเหมือนการติดกระดุมเสื้อ ถ้าเม็ดแรกติดผิด ไม่มีทางเลยที่โครงการเมืองอัจฉริยะจะประสบความสำเร็จ”

1สำหรับเทคโนโลยีที่ปัจจุบันเราคงเริ่มคุ้นหูกันดีอย่างไอโอที (IOT) หรือ Internet of Things ซึ่งที่ถูกคาดหวังว่าจะเข้ามามีบทบาทหลักและถูกนำมาประยุกต์ใช้กันอย่างแพร่หลาย เพื่อนำมาเชื่อมต่อสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน ก่อให้เกิดความสะดวก ความสามารถ บริการหรือมูลค่าเพิ่มใหม่ๆ ในหลากหลายมิติ

Banner_CIO_big one_version2

หนึ่งในนั้นคือ การสร้างเมืองอัจฉริยะในด้านต่างๆ หรือการพัฒนาเมืองสู่ความเป็นสมาร์ทซิตี้ ในประเทศไทยเราเองทั้งภาครัฐและเอกชนก็ได้มีความร่วมมือในการผลักดันให้เมืองต่างๆ ก้าวไปสู่ความเป็นสมาร์ทซิตี้ โดยได้มีการนำร่องไปในหลายจังหวัดเช่น ภูเก็ต ขอนแก่น เชียงใหม่ รวมถึงจังหวัดอื่นๆ เป็นต้น

จากกรณีศึกษาการวางแผนรวมถึงการนำIoTไปประยุกต์ใช้ที่ผ่านมา ทำให้เราได้เห็นตัวอย่างข้อเท็จจริงรวมถึงประเด็นต่างๆ ทั้งทางเทคนิคและที่ไม่ใช่เทคนิคที่ควรต้องทราบไว้เบื้องต้นสำหรับผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องในการนำไอโอทีนี้ไปใช้สำหรับสมาร์ทซิตี้จากนี้ไปซึ่งจะได้นำมาพูดคุยกันในครั้งนี้ครับ

ประเด็นสำคัญแรกสุดที่ควรถามตัวเองก่อนคือเราเข้าใจเกี่ยวกับภาพรวมของกระบวนการการนำเทคโนโลยีไอโอทีมาใช้หรือยัง? สิ่งพื้นฐานที่เทคโนโลยีนี้ให้ได้เป็นสิ่งแรกคือการให้ข้อมูลที่มีอยู่ตามที่ต่างๆ ตามความจำเป็น หรือตามวัตถุประสงค์นั้นๆไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ อุณหภูมิ ความชื้น สภาพอากาศ มลภาวะต่างๆ ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ ปริมาณคน ปริมาณรถตามจุดต่างๆ ระดับน้ำในลำน้ำคูคลอง ความชื้นในดิน ข้อมูลต่างๆ ในสถานที่ประกอบธุรกิจ เป็นต้น

ซึ่งข้อมูลแต่เดิมอาจอยู่ไม่ได้อยู่ในรูปแบบที่เป็นตัวเลข(อนาล็อก) เปลี่ยนเป็นรูปแบบดิจิทัลนั่นเอง ซึ่งกระบวนการการนำไอโอทีมาใช้จะเริ่มจากขั้นตอนการรวบรวมข้อมูลเหล่านี้จากแหล่งข้อมูล ด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่าเซ็นเซอร์เก็บข้อมูล ณ เวลานั้นๆ ผ่านโครงข่ายการติดต่อสื่อสารขึ้นมายังระบบยังส่วนกลาง ถ้าพูดโดยสรุปอย่างง่ายๆ ในกรณีของสมาร์ทซิตี้คือ ไอโอทีเริ่มต้นจากการรวบรวมข้อมูลที่มีอยู่ตามที่ต่างๆ ของเมือง และทำให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถมองเห็นได้หรือที่บางท่านเรียกว่า visualization นั่นเอง

50-63 Columnist CIO.inddหลังจากที่ข้อมูลสามารถทำให้อยู่ในรูปแบบที่มองเห็นได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปในกระบวนการของไอโอทีคือการนำข้อมูลเหล่านี้ไปประมวลผลในเบื้องต้นเช่น รวบรวมตัวเลขที่ได้ตามหมวดหมู่และจัดแสดงผลในรูปกราฟหรือตาราง (เช่นเราสามารถนำสถานการณ์ปัจจุบันของเมืองณ จุดต่างๆ ในแง่มุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ ระดับน้ำ หรืออื่นๆ รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดสำคัญต่างๆ มาแสดงไว้บนจอแสดงผลเดียวที่ศูนย์บริหารเมืองเป็นต้น) ก่อนส่งต่อไปให้ระบบเฉพาะด้านของการประยุกต์ใช้งานต่างๆ หรือที่เรียกว่าแอพพลิเคชั่นเพื่อประมวลผลหรือวิเคราะห์(analysis) ให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการในเรื่องเฉพาะต่อไป

เช่น นำข้อมูลปริมาณระดับน้ำตามแหล่งน้ำคูคลอง หรือท่อระบายน้ำ ประกอบกับข้อมูลทางกายภาพที่เกี่ยวข้องกับบริเวณที่น้ำไหลผ่านเช่นความลึกและลักษณะความคดเคี้ยวของคูคลองและบริเวณรอบข้าง ข้อมูลพยากรณ์อากาศที่กำลังจะเกิดขึ้น และข้อมูลอื่นๆ มาคำนวณและคาดการณ์ เพื่อสนับสนุนหรือประกอบการตัดสินใจในการแจ้งเตือนภัย เตรียมตัวอพยพ หรือคาดการณ์ความเสียหายที่จะเกิดขึ้น รวมถึงเตรียมอาหารเครื่องนุ่งห่มหรือสิ่งที่จำเป็นแก่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ต่อไป

อีกตัวอย่างหนึ่งก็เช่นในกรณีของภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิด เราสามารถนำมาผ่านแอพพลิเคชั่นพวกรู้จำใบหน้า เพื่อตรวจสอบดูว่ามีบุคคลในข่ายที่ต้องเฝ้าระวัง หรือบุคคลสูญหายที่ต้องการหาตัว เข้ามาในเมืองหรือสถานที่เฉพาะหรือไม่เป็นต้น

ประเด็นต่อมาคือ เราต้องถามตัวเองว่าเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถให้ผลลัพธ์ตอบโจทย์ที่เรามีได้ถึงขั้นใด? จากกระบวนการของไอโอทีดังกล่าวข้างต้นเราจะเห็นได้ว่า เราสามารถรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ประมวลผลเบื้องต้นในการจัดหมวดหมู่เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจ แสดงผลในมุมมองทั้งภาพรวมหรือเฉพาะจุดเพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจและนำไปวิเคราะห์ต่อยอดบนชั้นแอพพลิเคชั่นต่างๆ

โดยกระบวนการเหล่านี้อย่างน้อยเราสามารถที่จะให้เทคโนโลยีเข้ามาทดแทนแรงคนและร่นระยะเวลา รวมถึงประสบการณ์ที่สั่งสมจากการทำงานของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ มารวบรวม จัดหมวดหมู่ รวมถึงวิเคราะห์ให้แทนเรา โดยทั่วไปเทคโนโลยีไอโอทีสามารถให้ผลลัพธ์หลายอย่าง เช่น เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดค่าใช้จ่าย สร้างมูลค่าเพิ่มหรือบริการใหม่ๆ รวมถึงอาจเพิ่มรายได้ให้มากขึ้นด้วย

ซึ่งในแง่ของสมาร์ทซิตี้นั้น เราอาจนำไอโอทีมาใช้ได้ทั้งกับโครงสร้างพื้นฐานทางสาธารณะและสังคมเช่น ไฟฟ้า ประปา สาธารณสุข การขนส่ง คมนาคม รวมถึงการเกษตรเป็นต้น เพื่อทำให้สามารถมองเห็นสาวะหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงวิเคราะห์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพรวมถึงบริการหรือมูลค่าเพิ่มใหม่ๆ เช่น การนำสมาร์ทมิเตอร์ทั้งไฟฟ้าและประปา ไปเพิ่มประสิทธิภาพในการรวบรวมข้อมูลการใช้ไฟฟ้าการใช้น้ำจากบ้านหรือธุรกิจ และจัดเก็บค่าใช้น้ำ-ไฟในขั้นเบื้องต้น

50-63 Columnist CIO.inddนอกจากนั้นยังสามารถนำไปเพิ่มมูลค่าหรือบริการใหม่ๆ เช่นสามารถช่วยผู้ใช้น้ำ-ไฟให้ทราบลักษณะการใช้งานของตนเองในปัจจุบัน ทำให้ทราบเมื่อเกิดความผิดปกติหรือแนะนำการใช้ได้อย่างประหยัดขึ้น รวมถึงภาพรวมของการใช้น้ำ-ไฟของเมือง ก็สามารถรวบรวมเป็นฐานข้อมูลเพื่อดูแนวโน้มของการเพิ่มขึ้นของการใช้ และนำมาใช้ในการวางแผนบริหารจัดการพลังงานและทรัพยากรน้ำต่อไปได้ด้วย

ดังนั้นในการนำไอโอทีมาประยุกต์ใช้งาน เราควรจะวางแผนในการใช้เทคโนโลยีนี้ไปจนถึงขั้นการวิเคราะห์นำไปต่อยอดใช้งานในหลายแง่มุมไม่ใช่หยุดแค่การรวบรวมข้อมูลมาแสดงไว้เป็นหมวดหมู่เพื่อให้คนทำการวิเคราะห์ต่อแค่นั้นซึ่งอาจจะไม่ได้ประโยชน์มาก ยกตัวอย่างเช่นในเรื่องของการป้องกันภัยน้ำท่วมนั้น เราไม่ควรนำไอโอทีมาใช้เพียงแค่ รวบรวมข้อมูลจากเซ็นเซอร์วัดระดับน้ำตามคูคลองหรือท่อระบายน้ำและเตือนเมื่อระดับน้ำมีการเปลี่ยนแปลงอย่างผิดปกติซึ่งอาจไม่เป็นประโยชน์มากนัก

แต่ควรนำข้อมูลเซ็นเซอร์เหล่านี้มาประมวลผลร่วมกันข้อมูลอื่นๆ เช่น ข้อมูลการพยากรณ์อากาศ ข้อมูลทางกายภาพของลักษณะพื้นที่ แผนผังท่อระบายน้ำของเมือง ลักษณะอาคารโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่สร้างขวางทางเดินน้ำ ข้อมูลลักษณะและความหนาแน่นของประชากรในพื้นที่ เพื่อให้เทคโนโลยีช่วยแนะนำเราในการคาดการณ์วันและเวลาปริมาณน้ำที่มีโอกาสจะท่วมในอีกหลายวันข้างหน้า ความเสียหายทั้งกับคนและอาคาร รวมถึงแผนในเตรียมอาหารและสิ่งของเมื่อเกิดภัยพิบัติ

นอกจากนี้ ข้อดีของการนำเทคโนโลยีมาใช้คือ เราสามารถที่จะสมมุติเหตุการณ์เข้าในระบบ(เช่นนำปริมาณน้ำฝนช่วงที่เคยเกิดน้ำท่วมใหญ่ขึ้นในอดีต) เพื่อดูว่าจะเกิดความเสียหายขึ้นในบริเวณใดกับลักษณะพื้นที่ปัจจุบัน(ซึ่งลักษณะพื้นที่อาจจะเปลี่ยนไปแล้ว) เพื่อทำความเข้าใจพื้นที่ที่มีความเสี่ยงในปัจจุบัน เป็นการเตรียมตัวป้องกันล่วงหน้าที่ทำได้อย่างมีหลักวิชาการ ไม่ใช่ใช้ความรู้สึกหรือประสบการณ์ของมนุษย์เพียงอย่างเดียว เป็นต้น

A1

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3
Banner (320x250 Pixel) EDIT
CEBIT_webbanner_320x250pxl_TH

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com