www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

ICT Trend Watch (ตอนที่ 49) ความพยายามสาธิตทดลองประยุกต์ใช้เทคโนโลยีระดับ 5G ในญี่ปุ่น

ICT Trend Watch (ตอนที่ 49) ความพยายามสาธิตทดลองประยุกต์ใช้เทคโนโลยีระดับ 5G ในญี่ปุ่น
November 14
10:12 2017

“ดูการเตรียมการของทุกองค์กรในประเทศญี่ปุ่นทั้งรัฐและเอกชนในการให้บริการเทคโนโลยี 5G เพื่อเป้าหมายใหญ่ของประเทศกับการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกในปี 2020ซึ่งคาดหวังว่าจะเป็นโอลิมปิกที่มีระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารที่สุดยอดอีกที่หนึ่งในโลก”

1ดังที่ทราบกันดีว่าเทคโนโลยีบรอดแบรนด์ในฝั่งโมบายเองนั้นกำลังมุ่งเข้าสู่เทคโนโลยีของโมบายในยุค5G ซึ่งในเรื่องของคุณสมบัติทางเทคนิคหลักๆ นั้นนอกเหนือจากเรื่องความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก(ที่พัฒนาต่อยอดมายุค 3G และ 4G แล้วนั้น) เทคโนโลยี 5G ยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ทั้งด้านที่สามารถรองรับการเชื่อมต่อพร้อมๆ กันได้เป็นจำนวนมาก รวมถึงคุณสมบัติทางด้านที่สามารถส่งข้อมูลด้วยความเร็วของการส่งข้อมูล(latency)ที่ต่ำมาก ทำให้เป็นระบบที่เหมาะสำหรับใช้เป็นแพลตฟอร์มพื้นฐานทางไอซีทีสำหรับยุคต่อจากนี้ซึ่ง(ถูกคาดหวังว่า)จะมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจำพวก IoTกันอย่างแพร่หลาย

HPE1 662x190

ในประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านนี้ต่างก็ออกมาอ้างถึงความพยายาม(และความสำเร็จ)ในการพัฒนาเทคโนโลยีของตน โดยญี่ปุ่นก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีเป้าหมายอย่างชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยกระทรวงที่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่างกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารหรือ MICก็มีความพยายามที่จะผลักดัน 5G ให้เกิดขึ้นให้ได้ในปี2020 (ซึ่งเป็นปีที่มีการจัดโอลิมปิกที่ญี่ปุ่นนั่นเอง) โดยมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งความพยายามในการที่จะจัดสรรความถี่ที่เกี่ยวข้องสำหรับ 5G รวมถึงความพยายามเริ่มการสาธิตทดสอบการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีระดับ 5G ในสาขาต่างๆ ตั้งแต่ปีงบประมาณนี้ เพื่อเป็นการเตรียมสร้างตลาดใหม่ๆ ไว้รองรับการมาของบริการ 5G ที่กำลังจะมาถึง

ในการสาธิตทดลองปีนี้ จะมีหน่วยงานที่เป็นหลักมาจากค่ายผู้ให้บริการมือถือหลักๆ ไม่ว่าจะเป็นเอ็นทีทีโดโคโม,เคดีดีไอ, ซอฟต์แบงก์หรือค่ายผู้ให้บริการโครงข่ายอย่าง เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ รวมถึงหน่วยงานค้นคว้าวิจัย โดยดำเนินการร่วมกับหน่วยงานพาร์ตเนอร์ที่เกี่ยวข้องในการนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ (ซึ่งอาจจะเป็นจังหวัดหรือเมือง ผู้ให้บริการทางด้านการขนส่งเช่นรถไฟฟ้า รถบัสประจำทาง องค์กรเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้องต่างๆ เป็นต้น)

ในรูปแบบของโครงการสาธิตทดลองแยกตามการประยุกต์ใช้งานในด้านต่างๆ เช่น การสาธิตที่เกี่ยวกับการใช้ 5G ในการส่งวิดีโอความละเอียดสูงเพื่อใช้ในรถไฟหรือรถบัสที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงในเส้นทางขบวนรถเฉพาะ โดยมีจุดประสงค์ทางเทคนิคเพื่อทดสอบความสามารถในการสื่อสารด้วยความเร็วสูงระดับสองกิกะบิตต่อวินาที ขณะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง เป็นต้น

อีกตัวอย่างหนึ่งจะเป็นกลุ่มของโครงการที่มีค่ายผู้ให้บริการมือถืออย่างเอ็นทีทีโดโคโมเป็นหลักร่วมกับพาร์ตเนอร์ที่มาจากองค์กรท้องถิ่น สถาบันการศึกษา บริษัทต่างๆ เป็นต้น ซึ่งได้เลือกสาขาการประยุกต์ใช้งานที่สามารถได้ประโยชน์จากคุณสมบัติของเทคโนโลยี 5G มา3 ด้าน คือความบันเทิง สมาร์ทซิตี้และการรักษา โดยมีแผนทำการสาธิตในพื้นที่ต่างๆ เช่น นครหลวงโตเกียวจังหวัดวะกะยะมะ เป็นต้นโดยจุดประสงค์ทางเทคนิคเพื่อทดสอบความสามารถในการสื่อสารที่อุปกรณ์ผู้ใช้ด้วยระดับความเร็วสูงมากถึง5 กิกะบิตต่อวินาที เป็นต้น

ส่วนของสิ่งแวดล้อมที่ใช้ในการสาธิตครั้งนี้(เช่น อุปกรณ์สถานีฐาน5G อุปกรณ์เครื่องผู้ใช้5G ) ทางโดโคโมได้ใช้ 5G Trail site ที่ได้สร้างขึ้นและเปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียดที่ทางโดโคโมได้ให้ไว้ว่า มีบริเวณครอบคลุมพื้นที่บางส่วนในโตเกียวเช่น เขตโอไดบะอะโอมิ รวมถึงบริเวณรอบๆ โตเกียวสกายทรีเป็นต้น ความถี่ที่ใช้อยู่ในย่าน 28GHz และ 4.5GHz

1ในส่วนสถานีฐานมีการใช้เทคโนโลยีสายอากาศแบบ Massive MIMO สามารถรองรับการสื่อสารด้วยความเร็วสูงสุดต่อสถานีถึงยี่สิบกิกะบิตต่อวินาที ส่วนอุปกรณ์ผู้ใช้สามารถรองรับความเร็วในการสื่อสารสูงสุดได้ถึง ห้ากิกะบิตต่อวินาที หรือ สิบกิกะบิตต่อวินาทีขึ้นกับชนิดของอุปกรณ์ผู้ใช้ ซึ่งขณะที่ใช้งานอยู่ในพื้นที่ที่สถานีฐาน5G ครอบคลุมอยู่ก็จะสื่อสารผ่าน 5G เมื่อออกนอกบริเวณ 5G ก็จะกลับมาใช้โครงข่าย 4G LTE ตามปกติได้โดยอัตโนมัติอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งในพิธีเปิดเมื่อเดือนพฤษภาคม ที่โตเกียวสกายทรี ก็ได้มีการสาธิตการส่ง live video ระดับ8K แบบไร้สาย รวมถึงส่ง 4K multi-stream live จากTembo Deck ชั้น 350 เพื่อนำภาพจากกล้อง4K ที่ติดไว้หกจุดและนำภาพจาก3ใน6 มาแสดงบนจอทีวี 4K LCD เพื่อจะสร้างภาพ live 180องศา(ท่านผู้อ่านที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถหาอ่านได้จาก Technical Journalของทางโดโคโมเดือนตุลาคมปีนี้ได้)

ตัวอย่างของการสาธิตทดลองที่น่าสนใจในส่วนที่โดโคโมดูแลอยู่ก็เช่น นำ 5G มาประยุกต์ใช้ด้านสมาร์ทซิตี้ โดยใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยสำหรับพื้นที่บริเวณกว้างด้วยการนำภาพวิดีโอความละเอียดสูงที่ได้จากกล้องซึ่งถูกติดตั้งไว้ตามสถานที่ต่างๆ ในเมืองที่มีคนมารวมกันอยู่เป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นสถานที่จัดอีเว้นท์ สนามกีฬาขนาดใหญ่ บนดาดฟ้าตึกสำนักงานต่างๆ เป็นต้น

หรือจากกล้องแบบ wearable ซึ่งคนที่มีหน้าที่ตรวจตราดูแลรักษาความปลอดภัยตามสถานที่ต่างๆ สวมใส่ติดตัวอยู่ ส่งผ่านเทคโนโลยี 5G มารวมไว้ที่ศูนย์กลางซึ่งมีระบบในการวิเคราะห์เพื่อตรวจจับความผิดปกติ(ซึ่งแน่นอนว่าย่อมดีกว่าการให้คนมาเฝ้าดูหน้าจอเพื่อตรวจจับความผิดปกติหรือพยายามจดจำใบหน้าว่ามีใครในลิสต์ที่ต้องเฝ้าระวังปรากฏขึ้นหรือไม่ตลอดเวลา) และแจ้งไปยังผู้ที่ดูแลรักษาความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็ว

ข้อดีของการใช้เทคโนโลยี 5G เพื่อวัตถุประสงค์ในการดูแลรักษาความปลอดภัยคือทำให้สามารถส่งภาพวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 4K ได้ ทำให้สามารถใช้กล้องจำนวนน้อยเพื่อดูแลตรวจตราพื้นที่บริเวณกว้างได้ อีกประการหนึ่งคือ 5G มีคุณสมบัติที่รองรับการเชื่อมต่อจำนวนมากได้ ทำให้ภายใต้สถานการณ์ที่มีคนหนาแน่นเช่น ในงานอีเว้นท์ต่างๆ หรือตามสนามกีฬาใหญ่ๆ ที่มีแมทช์การแข่งขันที่ได้รับความนิยม ก็ยังสามารถสื่อสารได้อย่างไม่ติดขัด เป็นต้น

โครงการนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการโทรคมนาคม กับพาร์ตเนอร์ในสาขาที่เกี่ยวข้องเช่น บริษัทรักษาความปลอดภัย บริษัทโซลูชั่นทางไอซีที เพื่อตอบโจทย์ความจำเป็นที่เพิ่มขึ้นของการบริหารจัดการอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามสถานที่ที่คนจำนวนมากมารวมกันดังกล่าวข้างต้น การป้องกันไม่ให้ความเสียหายขยายวงกว้างขึ้น การตรวจพบโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ขึ้นรวมถึงการป้องกันล่วงหน้า

ตัวอย่างของกรณีการใช้งานก็เช่น นำไปใช้ตรวจจับบุคคลที่อยู่ในลิสต์ที่ต้องเฝ้าระวัง หรือบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย หรือบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในสถานที่เฉพาะมาปรากฏตัวขึ้นในกล้องที่ถูกติดตั้งไว้ตามสถานที่ต่างๆ ระบบวิเคราะห์ก็จะทำการเตือนขึ้นมาทำให้เราสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปยังสถานที่นั้นได้อย่างทันท่วงที ยิ่งถ้าได้ภาพวิดีโอที่มีความละเอียดสูงเช่นจากกล้อง 4K จะทำให้ตรวจสอบใบหน้าคนได้อย่างมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

นอกจากตรวจจับบุคคลต้องสงสัยแล้วเรายังสามารถนำไปใช้เพื่อค้นหาเด็กหายได้ด้วย โดยเมื่อผู้ปกครองของเด็กมาแจ้งพร้อมรูปของเด็ก(เช่นที่ผู้ปกครองมีถ่ายเก็บไว้ในสมาร์ทโฟน) เราสามารถค้นหาจากภาพของกล้องวิดีโอเพื่อดูว่าเด็กคนนั้นไปปรากฏตัวอยู่ที่กล้องใด จากนั้นก็แจ้งไปยังผู้ดูแลความปลอดภัยที่อยู่ใกล้สุดไปยังสถานนั้นเพื่อพยายามพาเด็กกลับมา เป็นต้น

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

BannerWeb_CIOworld_3

Like Us On Facebook

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com

Categories