www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

ICT Trend Watch (ตอนที่ 43) การมาของเทคโนโลยีรู้จำใบหน้าในการสร้างเมืองอัจฉริยะ

ICT Trend Watch (ตอนที่ 43) การมาของเทคโนโลยีรู้จำใบหน้าในการสร้างเมืองอัจฉริยะ
May 12
16:07 2017

“อีกหนึ่งเทคโนโลยีตัวหนึ่งที่ถูกมองว่ามีความสำคัญในการพัฒนาเมืองให้เข้าสู่สมาร์ทซิตี้คือ เทคโนโลยีการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลด้วยการรู้จำใบหน้า หรือ Face Recognitionที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ในหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรักษาความปลอดภัย จนถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการรู้จำใบหน้าในเชิงพาณิชย์”

1ในยุคปัจจุบันที่ประเทศของเรามีแผนยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลนั้น เป้าหมายที่สำคัญอย่างหนึ่งคือการนำเทคโนโลยีทางไอซีทีมาทำการเชื่อมโยงระบบโครงสร้างพื้นฐานของเมืองเข้าด้วยกันแบบบูรณาการ เพื่อพัฒนามุ่งสู่เมืองอัจฉริยะหรือสมาร์ทซิตี้ ที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยมีคุณภาพในชีวิตที่ดี เป็นเมืองที่ปลอดภัยและน่าอยู่อาศัย อีกทั้งยังมีการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม

Banner_CIO_big one_version2

ในเมืองไทยเอง ก็มีการผลักดันโครงการผ่านจังหวัดนำร่องของสมาร์ทซิตี้อย่างเช่นภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่นโดยต่างในรายละเอียดสิ่งที่แต่ละเมืองจะทำ รวมถึงเทคโนโลยีที่ควรจะถูกนำมาใช้ก็คงมีความแตกต่างกันไปตามลำดับความต้องการและความจำเป็นของเมืองตนเอง อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีตัวหนึ่งที่ถูกมองว่ามีความสำคัญในการพัฒนาเมืองให้เข้าสู่สมาร์ทซิตี้คือ เทคโนโลยีการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลด้วยการรู้จำใบหน้า หรือFace Recognitionซึ่งเราจะได้แนะนำกันในครั้งนี้ครับ

ในความเป็นจริง การรู้จำใบหน้านั้นไม่ได้เป็นเรื่องใหม่สำหรับมนุษย์เลย เพราะเราเองก็รู้จำคนอื่นๆผ่านกระบวนการนี้อยู่แล้วตามธรรมชาติ เมื่อเราพบผู้คนในชีวิตประจำวัน ในขั้นแรกเราก็ใช้ตาในการมองหน้าของบุคคลคนนั้นและทำให้เราทราบลักษณะเด่นของใบหน้าของเขาเช่นโครงสร้างใบหน้า ตาจมูกปากต่างๆ ขั้นต่อมา เราก็จะทำการเปรียบเทียบใบหน้าที่มีลักษณะเด่นตามที่เห็นนั้น กับหน้าของคนที่เราได้พบมาก่อนหน้า ทำให้เราสามารถค่อนข้างแน่ใจว่าเรารู้หรือไม่รู้จักบุคคลที่อยู่ต่อหน้าในขณะนั้น และก็จะทำการตอบสนองต่อบุคคลนั้นตามความเหมาะสมต่อไป

เทคโนโลยีการรู้จำใบหน้าก็ทำงานบนหลักการที่คล้ายกันเช่น ในขั้นตอนแรกตัวระบบหรือซอฟต์แวร์สำหรับรู้จำใบหน้าก็จะทำรับภาพหรือวิดีโอที่มีบุคคลเป้าหมายที่ต้องการรู้จำใบหน้าอยู่ด้วย (อาจเป็นวิดีโอที่มาจากกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ตามท้องถนน สนามบิน ท่าเรือหรือด่านตรวจต่างๆ โดยอาจจะเป็นวิดีโอที่กำลังบันทึกอยู่ในขณะนั้นเพื่อทำการตรวจจับแบบ real time หรือเป็นวิดีโอที่ถูกบันทึกก่อนหน้านี้เพื่อทำการตรวจสอบย้อนหลัง หรืออาจจะเป็นภาพถ่ายที่ได้มา หรืออาจจะเป็นวิดีโอหรือภาพที่ถ่ายจากกล้องในสมาร์ทโฟนของเราก็ได้) และทำการกำหนดส่วนที่เป็นใบหน้าที่จะนำมาตรวจสอบต่อไป(ซึ่งในหนึ่งภาพนั้นอาจมีใบหน้าของบุคคลมากกว่าหนึ่งคนได้ เช่นในกรณีของกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ตามท้องถนน)

ขั้นตอนต่อมาทางระบบหรือซอฟต์แวร์ก็จะทำการเปรียบเทียบหน้าที่ถูกตรวจจับมาขั้นแรก กับหน้าของบุคคลอื่นๆที่มีอยู่ในฐานข้อมูลของระบบ โดยอาจแสดงในรูปแบบของลิสต์ของหน้าบุคคลในฐานข้อมูลที่มีความคล้าย(ซึ่งอาจแสดงเป็นค่าตัวเลขอย่างเช่น เปอร์เซ็นต์ค่าของความคล้าย)กับหน้าของบุคคลที่ระบบกำลังจะตรวจสอบหรือรู้จำอยู่ในระดับคะแนนสูงสุด หรือสูงเป็นอีกกี่ลำดับถัดลงมา จากนั้นระบบหรือซอฟต์แวร์ก็จะทำการตอบสนองตามผลการตรวจสอบที่ได้ ถ้าในกรณีที่พบว่าบุคคลที่มีภาพอยู่ในกล้องวงจรปิดขณะนี้เป็นบุคคลอันตรายที่อยู่ในลิสต์ที่ต้องเฝ้าระวัง ก็จะทำการส่งอีเมล์หรือข้อความหรืออื่นๆเพื่อทำการแจ้งเตือนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง

ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการพิสูจน์อัตลักษณ์ของบุคคลด้วยเทคโนโลยีประเภทอื่นเช่น การตรวจสอบจากลายนิ้วมือ ดีเอ็นเอ ต่างๆ ข้อดีหลักๆของการพิสูจน์อัตลักษณ์ของบุคคลจากการรู้จำใบหน้าดังกล่าวข้างต้น คือความง่ายและการไม่เป็นภาระต่อบุคคลเป้าหมายในการรู้จำใบหน้า โดยไม่ต้องเรียกให้หยุดหรือบังคับให้ทำกิจกรรมเพื่อการตรวจสอบเช่น แตะนิ้วมือเข้ากับเครื่องสแกนลายนิ้วมืออย่างเช่นในกรณีการตรวจสอบลายนิ้วมือ

อ่านต่อหน้า2

Pages: 1 2

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3
SDWAN NSS Lab
CEBIT 300x250

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com