www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

การส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล (ตอนที่ 18) ข้อเสนอแนะการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

การส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล (ตอนที่ 18) ข้อเสนอแนะการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
October 13
13:02 2016
ดร.มนู อรดีดลเชษฐ์
ดร.มนู อรดีดลเชษฐ์

คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ประธานกรรมการนโยบายไอซีที มหาวิทยาลัยศรีปทุม อดีตผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

“เป็นเรื่องต่อเนื่องจากฉบับก่อนหน้าที่อธิบายถึง ข้อเสนอแนะการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศโดยในตอนนี้จะอธิบายถึง การส่งเสริมการใช้มาตรฐานข้อมูลเพื่อการทำธุรกิจออนไลน์ในระดับโลกและการส่งเสริม SMEs ให้สามารถทำธุรกิจออนไลน์แบบครบวงจรได้ซึ่งย้ำว่าเป็นขอเสนอที่มุ่งหวังจะให้ประเทศก้าวข้ามจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง (Middle income trap) ลดความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน”
เนื้อ

HPE1 662x190

1จากบทความที่ผ่านมาหลายฉบับ ได้อธิบายถึง“การส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล”ที่เสนอความหมายของเศรษฐกิจดิจิทัล ความจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจดิจิทัล และแนวทางการส่งเสริมธุรกิจเพื่อการแข่งขันในยุคดิจิทัล จากแนวคิดการส่งเสริมธุรกิจเพื่อการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลดังที่ได้กล่าวมาทั้งหมด บทความตอนใหม่นี้จะสรุปเป็นข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

ผู้เขียนขอนำ ข้อเสนอแนะการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศในมุมมองของผู้เขียน ที่รัฐบาลจำเป็นต้องมีโครงการส่งเสริมอย่างน้อย 5 เรื่องได้แก่ 1) การอำนวยความสะดวกต่อการทำธุรกิจ 2) การส่งเสริมให้ใช้มาตรฐานข้อมูลเพื่อการทำธุรกิจออนไลน์ในระดับโลก 3) การส่งเสริม SMEs ให้สามารถทำธุรกิจออนไลน์แบบครบวงจร 4) การส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถด้านดิจิทัลยุคใหม่ สามารถสร้างนวัตกรรมเพื่อการแข่งขันที่ยั่งยืน และ 5) การส่งเสริมธุรกิจให้สร้างมูลค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการเดิม

โดยในฉบับก่อนหน้า ได้อธิบายเรื่องแรก (การอำนวยความสะดวกต่อการทำธุรกิจ) ไปแล้ว ฉบับนี้มาต่อกัน

2. ส่งเสริมการใช้มาตรฐานข้อมูลเพื่อการทำธุรกิจออนไลน์ในระดับโลก
ภาคธุรกิจเอกชนโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องส่งเสริมการใช้รหัสสินค้าและข้อมูลสินค้ามาตรฐานจากฐานข้อมูลกลาง (Trusted Source of Product Information Data Pool) เพื่อให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และเจ้าของสินค้า สามารถบริหารจัดการข้อมูลสินค้าให้แก่ผู้ซื้อได้อย่างถูกต้อง สร้างความมั่นใจและน่าเชื่อถือในตัวสินค้าได้มากขึ้น

รวมถึงเชื่อมโยงข้อมูลไปสู่กลุ่มธุรกิจต่างๆ ที่ต้องการนำข้อมูลสินค้าไปใช้ในการพัฒนาศักยภาพของธุรกิจ มุ่งเน้นการพัฒนาธุรกรรมการค้าระหว่างหน่วยงานธุรกิจและธุรกิจ Business-to-Business (B2B) หรือหน่วยงานธุรกิจและกลุ่มผู้บริโภค Business-to-Consumer (B2C) องค์กรแต่ละองค์กรสามารถเชื่อมโยง และมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ ระหว่างกันได้ในระบบสารสนเทศขององค์กรต่างๆ เหล่านั้น รัฐบาลจำเป็นต้องเข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมให้เกิดการยอมรับและขยายการใช้มาตรฐานข้อมูลเพื่อการทำธุรกิจออนไลน์ในระดับโลกในวงกว้าง

ในปัจจุบันสินค้าต่างๆ ได้ถูกผลิตออกมาเพื่อจัดจำหน่ายอย่างมากมาย ซึ่งสินค้าต่างๆ เหล่านี้ มีทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภคแต่ในประเทศไทยยังไม่มีหน่วยงานหรือองค์กรใดที่ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลสินค้าให้เป็นระบบระเบียบอย่างชัดเจน ทำให้เกิดปัญหาสินค้าลอกเลียนแบบ สินค้าที่ไม่มีการรับรองจากหน่วยงานภาครัฐ

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจึงได้ดำเนินการโครงการดังกล่าวเพื่อรวบรวมข้อมูลและรายละเอียดสินค้าต่างๆ ที่จำหน่ายในท้องตลาดจัดเก็บฐานข้อมูลกลางของสินค้า (Trusted Source of Product Information Data Pool) เพื่อสร้างฐานข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือเป็นฐานข้อมูลกลาง ทำให้ข้อมูลสินค้ามีความทันสมัยอยู่เสมอ ลดความซ้ำซ้อน ลดเวลา และค่าใช้จ่ายในการแลกเปลี่ยนข้อมูลกลางสินค้าระหว่างคู่ค้า นอกจากนี้การมีฐานข้อมูลกลางของสินค้ายังมีประโยชน์ต่อการส่งเสริมธุรกิจในภาครวมดังนี้

1)ผู้บริโภคมีโอกาสได้เข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เช่น วัตถุดิบที่ใช้ ขนาด/ปริมาณการผลิต ข้อห้าม/ข้อควรระวัง และอื่นๆ
2)การบริการโลจิสติกส์ได้ประโยชน์จากข้อมูลสินค้าที่เป็นมาตรฐาน เช่น ขนาด น้ำหนัก ลักษณะหีบห่อ ข้อระวังการขนส่ง เป็นต้น
3)เป็นฐานข้อมูลกลางเกี่ยวกับสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยเพื่อการทำธุรกรรม E-Commerce ทำให้สินค้าไทยเป็นที่น่าเชื่อถือเพราะมีข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่ถูกต้อง เป็นมาตรฐาน

3.การส่งเสริม SMEs ให้สามารถทำธุรกิจออนไลน์แบบครบวงจรได้
การยกระดับขีดความสามารถเพื่อการแข่งขันให้กับภาคธุรกิจและกระตุ้นระบบเศรษฐกิจของประเทศในยุคนี้จำเป็นต้องอาศัยการทำธุรกิจผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ การค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์หรือดิจิทัลไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การขายของผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) แต่เพียงอย่างเดียว หากหมายรวมถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบและกระบวนการดำเนินธุรกิจ (Business Process) บนพื้นฐานของการทำการค้าออนไลน์ตลอดห่วงโซ่คุณค่า (End-to-End Supply Chain) เพื่อสร้างประสิทธิภาพและลดต้นทุนให้กับภาคธุรกิจ

โดยการมุ่งเน้นให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสอดแทรกอยู่ในทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิตไปจนกระทั่งสินค้าและบริการส่งมอบถึงมือผู้บริโภค และยังคงมีบทบาทในการติดตามข้อมูลและพฤติกรรมของผู้บริโภคหลังจากสินค้าและบริการถูกส่งมอบไปถึงผู้บริโภคแล้ว เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นกลับมาใช้ปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าครั้งต่อไปได้อย่างแม่นยำ

เนื่องจากธุรกิจกลุ่ม SMEs เป็นกลุ่มธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีน้อยมาก และที่ผ่านมาส่วนใหญ่ยังไม่เห็นความจำเป็นต้องใช้ไอซีที แต่ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ธุรกิจ SMEs จะเป็นกลุ่มสำคัญภายในเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานที่ต้องทำธุรกิจออนไลน์แบบครบวงจร จึงจำเป็นที่รัฐต้องเข้ามาช่วยเหลือในระยะแรก การยกระดับขีดความสามารถไอซีทีของธุรกิจ SME มุ่งเน้นการส่งเสริมให้ธุรกิจ SME มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ICT เพื่อการผลิตและลดต้นทุนการดำเนินงาน โดยการปรับเปลี่ยนรูปแบบและกระบวนการดำเนินงานของธุรกิจ SME ตลอดห่วงโซ่คุณค่า (ICT Enabling Whole Value Chain) ทั้งนี้ กลยุทธ์ในการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้กับกลุ่มธุรกิจ SME แบ่งออกเป็น 3 มาตรการ ดังนี้

1)ส่งเสริมการใช้ ICT เพื่องานภายในองค์กร (ระบบบัญชี/ระบบ ERP) ธุรกิจภายใต้เศรษฐกิจดิจิทัลต่างต้องปรับกระบวนการทำงานให้พร้อมรองรับการทำธุรกรรมออนไลน์แบบครบวงจร
2)ส่งเสริมการใช้ระบบมาตรฐานสินค้ากลาง เพิ่มความสะดวกในการค้นหาผู้ขายสินค้าและบริการแต่ละประเภทในระบบห่วงโซ่อุปทาน ทั้งสินค้าสำเร็จรูป กึ่งสำเร็จรูป และวัตถุดิบ เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายการค้าแบบออนไลน์ในระดับสากล ส่งผลต่อโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศให้กับธุรกิจ SME ไทย อีกทั้ง ยังช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการในภูมิภาคและตลาดโลก
3)ส่งเสริมให้ธุรกิจ SME ปรับตัวเข้าสู่ระบบการค้าผ่านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-commerce) นอกจากนี้ ธุรกิจ SME ยังต้องสามารถใช้ประโยชน์จากช่องทางการตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) ได้

ฉบับหน้าจะให้รายละเอียดในหัวเรื่องที่ 4.การส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถด้านดิจิทัลยุคใหม่ สามารถสร้างนวัตกรรมเพื่อการแข่งขันที่ยั่งยืนและ 5. การส่งเสริมธุรกิจให้สร้างมูลค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการเดิม

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com