www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

การส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล (ตอนที่ 17) ข้อเสนอแนะการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

การส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล (ตอนที่ 17) ข้อเสนอแนะการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
September 05
15:16 2016

ดร.มนู อรดีดลเชษฐ์
ดร.มนู อรดีดลเชษฐ์

คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ประธานกรรมการนโยบายไอซีที มหาวิทยาลัยศรีปทุม อดีตผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) [/team

HPE1 662x190

“ผู้เขียนขอฝากข้อเสนอแนะการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล รัฐบาลจำเป็นต้องมีโครงการส่งเสริมใน 5 ประเด็นหลักที่ได้ประมวลไว้ วาระนี้เองเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะพลิกให้ประเทศไทยพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง”

1จากบทความที่ผ่านมาหลายฉบับ ได้อธิบายถึง“การส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล”ที่เสนอความหมายของเศรษฐกิจดิจิทัล ความจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจดิจิทัล และแนวทางการส่งเสริมธุรกิจเพื่อการแข่งขันในยุคดิจิทัล จากแนวคิดการส่งเสริมธุรกิจเพื่อการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลดังที่ได้กล่าวมาทั้งหมด บทความตอนใหม่นี้จะสรุปเป็นข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

ข้อเสนอแนะการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
ในโอกาสที่รัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ พวกเราควรใช้โอกาสนี้ช่วยรัฐบาลคิดดูว่ามีแนวทางใดที่รัฐควรให้ความสำคัญเป็นกรณีพิเศษ จุดเริ่มต้นที่ดีควรพิจารณาว่าเราจะนำดิจิทัลมาสนับสนุนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศฉบับที่ 12 ปี (2560–2564) ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้เปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ได้อย่างไร โดยเฉพาะประเด็นที่จะผลักดันให้ประเทศไทยพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง (Middle income trap) ลดความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน โดยได้ตั้งเป้าว่าจะให้จีดีพีขยายตัวไม่ต่ำกว่าปีละ 5%ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะให้ประเทศไทยหลุดพ้นจาก Middle income trap กลายเป็นประเทศพัฒนาได้

ในมุมมองของผู้เขียน รัฐบาลจำเป็นต้องมีโครงการส่งเสริมอย่างน้อย 5เรื่องได้แก่1) การอำนวยความสะดวกต่อการทำธุรกิจ2) การส่งเสริมให้ใช้มาตรฐานข้อมูลเพื่อการทำธุรกิจออนไลน์ในระดับโลก3) การส่งเสริม SMEs ให้สามารถทำธุรกิจออนไลน์แบบครบวงจร4)การส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถด้านดิจิทัลยุคใหม่ สามารถสร้างนวัตกรรมเพื่อการแข่งขันที่ยั่งยืน และ 5) การส่งเสริมธุรกิจให้สร้างมูลค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการเดิม

1.การอำนวยความสะดวกต่อการทำธุรกิจ
การพัฒนาเศรษฐกิจให้แข่งขันได้อย่างยั่งยืนในยุคใหม่จากนี้ไป นอกจากต้องคำนึงถึงการลดต้นทุน ยังต้องคำนึงถึงการแข่งขันที่รวดเร็ว มีความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยนยุทธวิธีให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของตลาดที่มีพลวัตรสูง ที่สำคัญต้องให้ธุรกิจไทยไม่สูญเสียโอกาสจากกระบวนการทำงานภายในห่วงโซ่คุณค่าที่ล้าสมัยและยังมีการเดินงานด้วยเอกสารที่เป็นกระดาษเป็นส่วนใหญ่ ต้องผ่านขั้นตอนการอนุมัติที่ยืดยาว โดยเฉพาะกระบวนการทางการค้าที่ต้องขออนุญาตจากภาครัฐ การยกระดับการอำนวยความสะดวกของรัฐนั้นกลายเป็นสิ่งสำคัญและอย่างน้อยต้องพิจารณาทำในสิ่งต่อไปนี้

1)กระบวนการและการควบคุมเกี่ยวกับการค้าข้ามแดน (Trade Facilitation)หมายถึง ระบบสนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและส่งออกสินค้าที่ครบวงจรผ่านระบบ National Single Window (NSW) ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงกระบวนการทำธุรกิจของภาคเอกชนกับกระบวนการของภาครัฐ สามารถแลกเปลี่ยนเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนำเข้าและส่งออกได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และลดขั้นตอนการดำเนินงานที่เป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจในยุคดิจิทัล
สิ่งที่ต้องรีบเร่งปรับปรุงคือการเชื่อมโยงการทำงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องไม่ต่ำกว่า 36 หน่วยงานผ่านระบบออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ธุรกิจสามารถยื่นคำขอและรับเอกสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนำเข้าและส่งออกแบบครบวงจรได้อย่างรวดเร็ว ยังต้องขยายการเชื่อมโยงกับหน่วยงานของรัฐบาลในกลุ่มอาเซียนและประเทศคู้ค้าอื่นๆ ของประเทศด้วย

2)การอำนวยความสะดวกด้านบริการโลจิสติกส์ หมายถึงการเชื่อมโยงออนไลน์ระหว่างระบบบริการโลจิสติกส์กับระบบบริหารจัดการภายในองค์กร ซึ่งปัจจุบันถือได้ว่าเป็นจุดอ่อนประการหนึ่งของธุรกิจไทย ทำให้กระบวนการจัดส่งสินค้า รับสินค้า และการส่งมอบวัตถุดิบ ใช้เวลานาน มีขั้นตอนและกระบวนการที่ไม่จำเป็นมากมาย ตลอดจนขาดระบบที่สามารถตรวจสอบติดตามการจัดส่งสินค้าที่เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งส่งผลกระทบที่สำคัญต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ
กิจกรรมที่ต้องเร่งปรับปรุงคือ 1)การกำหนดมาตรฐานของกระบวนการ (Process) และมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูล (Data Interchange) เกี่ยวกับบริการโลจิสติกส์2)การส่งเสริมการพัฒนาบริการและขยายเครือข่ายบริการโลจิสติกส์ภายในประเทศให้มีความเชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่อุปทานในรูปแบบ Single Modal Transportation และ 3)การยกระดับการให้บริการโลจิสติกส์ไปสู่การบริหารจัดการและการให้บริการโลจิสติกส์ในรูปแบบ Multi-Modal Transportation

3)การอำนวยความสะดวกด้านกระบวนการทางภาษี หมายถึง การปรับเปลี่ยนกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับใบกำกับภาษีเข้าสู่ระบบออนไลน์ เพื่อลดขั้นตอนการดำเนินงาน ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและจัดเก็บภาษีอย่างเป็นระบบ ปัจจุบันธุรกิจไทยยังต้องยื่นภาษีและพิมพ์ใบกำกับภาษีเก็บรักษาไว้เป็นกระดาษตามกฎหมาย ซึ่งเป็นภาระในด้านการบริหารจัดการและเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับภาคธุรกิจโดยไม่จำเป็น
ซึ่งกรมสรรพากรได้ผลักดันในการพัฒนาและติดตั้งระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) รวมถึงพัฒนาระบบจดทะเบียนและมาตรฐานการยืนยันตัวตน (Identification: ID) เพื่อใช้สิทธิในการใช้ e-Tax Invoice เพื่อลดขั้นตอนและการดำเนินงานที่ไม่จำเป็นดังกล่าว ภาคธุรกิจสามารถยื่นใบกำกับภาษีออนไลน์ได้ เพิ่มความสะดวกให้กับการจัดเก็บภาษี อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและติดตามให้กับหน่วยงานภาครัฐ

4)การอำนวยความสะดวกด้านการชำระเงิน หมายถึง ความสามารถในการชำระเงินด้วยระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่จุดเดียว (National Payment System: NPMS) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของการจัดการชำระเงินระหว่างธุรกิจด้วยการสั่งจ่าย โอนเงิน หักบัญชี และทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบออนไลน์ระหว่างธนาคารได้ โดยในระยะแรกสถาบันการเงินทั้งธนาคารพาณิชย์และธนาคารแห่งประเทศไทยต่างกำลังเร่งผลักดันให้เกิดการพัฒนาระบบ NPMS เพื่อช่วยลดขั้นตอนการทำธุรกรรมทางการเงินให้กับภาคธุรกิจ และส่งเสริมให้ธุรกิจสามารถทำการค้าด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างครบวงจรตลอดห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การขาย การจัดส่งสินค้า และการชำระเงิน ภายใน 5 ปีจะมีการให้บริการ Payment Gateway ที่มีระบบการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และมี Payment Gateway รองรับการทำธุรกิจออนไลน์ทั้งแบบ B2B และ B2C

5)การอำนวยความสะดวกด้านการค้าอื่นที่เกี่ยวข้องกับหน่วยราชการ หมายถึง ส่วนสนับสนุนที่ทำให้ภาคธุรกิจได้รับประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจและบริการของรัฐ ซึ่งเป็นส่วนสนับสนุนการเชื่อมโยงระบบการให้บริการของภาครัฐที่ทำให้ภาคเอกชนลดต้นทุนการผลิตและการดำเนินงาน เช่น การติดต่อกับหน่วยงานราชการสามารถทำได้ผ่านระบบออนไลน์ ไม่จำเป็นต้องใช้สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนการค้า เป็นต้น
การอำนวยความสะดวกนี้เป็นการปรับเปลี่ยนการให้บริการของภาครัฐให้สอดคล้องกับการทำงานของภาคเอกชนในขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต การสั่งซื้อสินค้า การนำส่งสินค้า การชำระเงิน เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงและลดขั้นตอนการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่าให้กับภาคธุรกิจ รวมถึงต้องพิจารณาส่งเสริมให้มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการลดใช้กระดาษของภาครัฐ หรือ Paper Elimination Act เพื่อให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com