www.cioworldmagazine.com

 Breaking News
  • AIS ได้รับใบอนุญาต 700 เมกะเฮิรตซ์ รองรับบริการ 5G AIS โดย แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค ได้สิทธิในการได้รับอนุญาต ให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ สร้างความพร้อมสำหรับการให้บริการ 5G ที่จะเกิดขึ้นภายใน 2-3 ปีข้างหน้า...
  • คณะ ICT มหิดล ฯ เปิดอบรม เสริมแกร่งมืออาชีพด้านไอซีที “คณะ ICT ม.มหิดล เปิดโปรแกรมอบรม Retraining & Coaching ICT Professionals พัฒนาบุคลากรมืออาชีพด้าน ICT ให้แข็งแกร่งในยุค Thailand 4.0 โดยคณาจารย์ผู้สอนมากประสบการณ์บวกวิชาการ หลักสูตร ICT Project Management และ Data Science for Business เปิดคลาส กรกฎาคมนี้”...
  • Ricoh กับการแข่งขันในยุค Digital Workplace “บทสัมภาษณ์ พรชัย วรอังกูร ผู้บริหาร Ricoh ผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมอุปกรณ์สำนักงานและเทคโนโลยีไอที กับการแข่งขันที่บริบทเปลี่ยนไปสู่ดิจิทัลและการปฏิรูปธุรกิจ เพื่อก้าวไปสู่ความเป็น Dynamic Workplace Intelligence SI”...
  • KTC ปรับบริการสินเชื่อบุคคล เบิกเงินสดออนไลน์ โอนเข้าบัญชีเรียลไทม์ KTC เดินหน้าขับเคลื่อนสินเชื่อบุคคล เปิดตัวสินเชื่อมีวัตถุประสงค์ สร้างเครือข่ายพันธมิตร คัดกรองและรักษาพอร์ตคุณภาพลูกหนี้เติบโตยั่งยืน สรา้งบริการดิจิทัล เบิกถอนเงินสดออนไลน์ รับเงินโอนเข้าบัญชีแบบเรียลไทม์...
  • เอสซีจีโลจิสติกส์จับมือสตาร์ทอัพ MyCloud เสริมตลาด Fulfillment เอสซีจีโลจิสติกส์ ร่วมมือกับสตาร์ทอัพ MyCloud Fulfillment เดินหน้าใช้เทคโนโลยีดิจิทัลวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เสริมบริการ Fulfillment by SCG Logistics ช่วยพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์พัฒนาธุรกิจให้ตอบโจทย์ลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น รองรับ E-Commerce ที่เติบโตสูงขึ้นกว่าร้อยละ 12 จากปีที่แล้ว พร้อมขยายบริการสู่ตลาดอาเซียนและจีน...

การปฏิรูปธุรกิจ Business Transformation วิธีปรับเปลี่ยนธุรกิจ SMEs ในยุคดิจิทัล (ตอนที่ 7) กรณีตัวอย่างการปฏิรูปธุรกิจสู่ Industry 4.0

การปฏิรูปธุรกิจ Business Transformation วิธีปรับเปลี่ยนธุรกิจ SMEs ในยุคดิจิทัล (ตอนที่ 7) กรณีตัวอย่างการปฏิรูปธุรกิจสู่ Industry 4.0
October 16
11:39 2018

“กรณีศึกษาจริง สำหรับการปฏิรูปธุรกิจสู่ Industry 4.0 ที่มีเป้าหมายไม่เฉพาะสร้างสมรรถนะด้านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมแต่ต้องสามารถปรับเปลี่ยนธุรกิจให้เป็น Sustainable Single Bottom Line (SSBL)”

การปฏิรูปหรือปรับเปลี่ยนธุรกิจไทยจะเอาแบบฝรั่งมาใช้ทั้งหมดคงไม่ได้เพราะต้องขึ้นอยู่กับความพร้อม ประเด็นปัญหาที่ต้องการแก้ เป้าประสงค์ของธุรกิจและที่สำคัญคือวัฒนธรรมของทั้งองค์กรและตัวบุคคลถึงแม้ในประเทศเดียวกันก็ตาม ยังมีวิธีคิดและวิธีปฏิรูปแตกต่างกัน

Banner_CIO_big one_version2

แต่สิ่งที่เหมือนกันคือความพยายามนำเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือเพื่อสร้างความแตกต่าง ประหยัดค่าใช้จ่ายและต้นทุน และสร้างโอกาสจากการเปลี่ยนแนวความคิดให้มีจิตบริการที่ไม่เน้นผลกำไรเป็นที่ตั้ง แต่นำประโยชน์และคุณค่าของลูกค้าเป็นตัวสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และเมื่อทำได้ ผลกำไรก็จะตามมา และธุรกิจจะยั่งยืนกว่า

ดร.มนูธุรกิจก่อนยุค Industry 4.0 เป็นธุรกิจที่เน้น Single Bottom Line (SBL) แต่ Industry 4.0 นอกจากเป็นธุรกิจที่เน้นใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าให้สูงขึ้น แต่ก็ต้องให้เป็นธุรกิจที่เน้น Sustainable Single Bottom Line (SSBL), SBL เน้นผลกำไรและผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นเป็นที่ตั้ง แต่ SSBL เน้น Customer Experience เป็นเป้าหมายหลักผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นเป็นรอง

การปฏิรูปธุรกิจสู่ Industry 4.0 จึงมีเป้าหมายไม่เฉพาะสร้างสมรรถนะด้านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมแต่ต้องสามารถปรับเปลี่ยนธุรกิจให้เป็น Sustainable Single Bottom Line (SSBL)กรณีตัวอย่างต่อไปนี้ เป็นโรงงานที่ปรับเปลี่ยนแนวทางการทำธุรกิจจากวิธีเดิมไปสู่Sustainable Single Bottom Line ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม

ประเด็นปัญหาของธุรกิจ
บริษัทขนมไทยจำกัด หรือ ขนมไทย โดยย่อ (บริษัทสมมุติ) เป็นโรงงานทำขนมหลากหลายชนิดส่งจำหน่ายทั่วประเทศ มียอดจำหน่ายปีหนึ่งประมาณหนึ่งพันล้านบาทถือเป็น SME ขนาดใหญ่ร้อยละ 70 ทำผ่านกลุ่ม Superstores ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ส่วนที่เหลือจัดจำหน่ายผ่านตัวแทน ผู้บริหารเริ่มกังวลด้านผลกำไร เพราะการจำหน่ายสินค้าผ่าน Superstores มีกำไรต่ำมากเพราะถูกกดราคาลงอยู่เรื่อยๆ ถึงจุดที่แทบจะไม่มีกำไรเลยจะไม่ผ่านร้านค้าใหญ่กลุ่มนี้ก็ไม่ได้ เพราะไม่มีวิธีอื่นที่จะระบายสินค้าจำนวนมากได้ดีเท่า อย่างไรก็ตาม บริษัทจะคงรูปแบบธุรกิจเช่นปัจจุบันก็ไม่ได้เพราะไม่ยั่งยืน ผู้บริหารขนมไทยต้องหาทางออก และต้องทำอย่างรวดเร็ว

ทางหนึ่งที่พอเป็นไปได้คือขายตรงไปยังกลุ่มร้านค้าปลีกเล็กๆ หรือร้านค้าชาวบ้านที่กระจายอยู่ทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ทุกตำบล และทุกหมู่บ้านทั่วประเทศสำรวจแล้วพบว่ามีกว่าสี่แสนรายแต่การจำหน่ายสินค้าตรงไปยังกลุ่มร้านค้าย่อยนี้มีประเด็นปัญหาหลายอย่างที่เป็นความเสี่ยงของธุรกิจ เช่น

• บริษัทต้องจัดหารถจำหน่ายสินค้าเพื่อนำสินค้าไปส่งตามร้านค้าย่อย และขายเป็นเงินสด เนื่องจากการขายเงินเชื่อมีต้นทุนสูงและมีความเสี่ยงเรื่องหนี้สูญสูงมาก การบริหารจัดการรถขายตรงจำนวนมากทำได้ค่อนข้างยาก ถ้าไม่มีระบบควบคุมที่ดีจะทำให้ต้นทุนสูงจนถึงขั้นไม่คุ้มค่า หรือมิฉะนั้นก็ต้องขายผ่านร้านตัวแทนในภูมิภาค ในกรณีหลังนี้ บริษัทก็ขาดอำนาจในการควบคุมและชี้นำในเชิงตลาด การแข่งขันกับสินค้าแบรนด์อื่นทำได้ยากกว่า
• ร้านค้าย่อยเฉลี่ยขายได้วันละประมาณ 3,000-5,000 บาท และจะรับซื้อสินค้าเพิ่มเติมเพื่อจำหน่ายในแต่ละวันตามปริมาณเงินสดที่มีถ้ารถส่งสินค้าเกิดหลงทาง หรือไม่มีสินค้าจะส่ง หรือร้านค้าย่อยไม่มีเงินหมุนเวียนที่จะซื้อสินค้าก็จะเสียโอกาสขาย ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า
• รถจำหน่ายสินค้าต้องเบิกสินค้าแต่ละวันให้ได้ชนิดและปริมาณที่ใกล้เคียงกับความต้องการของร้านค้า มิฉะนั้นร้านค้าก็จะไม่ซื้อสินค้าเข้าร้านเต็มกำลังความสามารถทำให้บริษัทไม่ได้ยอดขายเท่าที่ควร
• บริษัทต้องมีมาตรการควบคุมเงินสดที่ขายได้ในแต่ละวันจากรถจำหน่ายสินค้า เพราะมีบ่อยครั้งที่คนขับซึ่งเป็นคนจำหน่ายสินค้าอาจยักยอกเงินไม่ส่งเงินสดที่ขายสินค้าได้ตามกำหนด การบริหารเงินสดรายวันจากรถขายสินค้าจำนวนมากไม่ให้ตกหล่นนั้นเป็นงานที่ท้าทายมาก
• ธุรกิจทำขนมมีการแข่งขันสูง การผลิตและขายตรงสู่ร้านค้ารายย่อยมีต้นทุนและค่าใช้จ่ายสูง จึงจำเป็นต้องมีมาตรการขวบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพื่อให้ยังคงผลกำไรในอัตราส่วนที่พอรักษาธุรกิจให้เติบโตได้อย่างมั่นคง

1บริษัทจำเป็นต้องมีมาตรการแก้ไขประเด็นปัญหาที่กล่าวข้างต้นโดยอาศัยแนวคิดการปรับเปลี่ยนธุรกิจบนพื้นฐานการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ยุทธศาสตร์ใหม่นี้จะยั่งยืนได้ต้องไม่เพียงแค่ส่งสินค้าจำหน่ายให้ร้านค้าในแต่ละวันเท่านั้น ยังต้องมีวิธีที่จะช่วยแก้ปัญหาให้ร้านค้าให้มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย (Customer Experience และ Customer Value Creation) ให้ร้านค้าย่อยทั่วประเทศมีกำไรและเพิ่มโตไปพร้อมกัน

แนวทางปรับเปลี่ยนธุรกิจของบริษัทขนมไทยจำกัด
บริษัทขนมไทยจำกัดตัดสินใจเลือกแก้ปัญหาและพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่ด้วยแนวคิดของ Value Creation โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเป็นขั้นเป็นตอนตาม Digital Business Transformation Framework ดังนี้

ขั้นที่ 1 Vertical Integration
สถานภาพการใช้ไอซีทีของบริษัทขนมไทยปัจจุบันอยู่ในขั้นเริ่มทำVertical Integration ประกอบด้วยระบบหลักได้แก่ระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) และ Manufacturing Execution System (MES) แบบง่ายๆ โดยระบบ ERP บันทึกรายการขายและค่าใช้จ่ายต่างๆ สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับการขาย การซื้อ ค่าใช้จ่ายด้านคนงานและบุคลากร สามารถทำการวางแผนการผลิต และนำไปสู่การทำแผนใช้วัสดุเพื่อการผลิต (Material Requirement Planning)

บริษัทเริ่มใช้ระบบ Manufacturing Execution System เพื่อติดตามเฝ้าระวังกระบวนการผลิตจากต้นน้ำสู่กลางน้ำลักษณะกึ่งเรียลไทม์ และสามารถควบคุณการใช้วัสดุ การจัดการแรงงาน การบำรุงรักษาเครื่องจักรหลักๆ ได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์มาก เนื่องจากการบูรณาการยังไม่สมบูรณ์ ข้อมูลเพื่อการจัดการก็ยังไม่สมบูรณ์ บริษัทยังมีปัญหาในเรื่องต้นทุนการผลิตที่เก็บไม่ครบถ้วนและยังไม่ถูกต้องนัก การจัดการวัสดุคงคลังก็ยังขาดบ้างเกินบ้าง วัสดุที่ซื้อมากเกินความจำเป็นยังค้างสะต๊อกจนบ่อยครั้งต้องแทงจำหน่ายเป็นของเสียไปก็ไม่น้อย (ต่อฉบับหน้า)

4F39FF60-E4BD-48D1-B96F-4EC67D202F1C

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3
300x250 (B2)
Banner (320x250 Pixel) EDIT
CEBIT_webbanner_320x250pxl_TH

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com