www.cioworldmagazine.com

 Breaking News
  • Digitalized Economy คาดการณ์ไอทีสำหรับองค์กรในปี 2562 “ไอดีซีประเทศไทยเปิดเผยการคาดการณ์ไอทีสำหรับองค์กรในปี 2562 และปีต่อไปเศรษฐกิจดิจิทัลจะนำไปสู่การแข่งขันที่ทวีความรุนแรง เกิดการปรับตัวใช้งานเทคโนโลยีไอทีและดิจิทัลกับองค์กรระดับกลางในประทศมากขึ้น ผู้นำต้องเร่งพิจารณาเทคโนโลยีมาสร้างโอกาสในการเติบโตทางเศรษฐกิจยุคใหม่”...
  • dtac ร่วมสนับสนุนความก้าวหน้าวงการ E-Sports dtac ตอบรับกระแสเกม ร่วมสนับสนุนวงการ E-Sports จับมือ การีนา เปิดตัวงานแข่งขัน Free Fire Thailand Championship 2019 Presented by dtac...
  • กสทช.รณรงค์เลือกใช้แบตเตอรี่มีมาตรฐาน กสทช. ลงพื้นที่รณรงค์ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจแก่นักศึกษา-ประชาชนทั่วไปเรื่องมาตรฐานของแบตเตอรี่ในโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายใต้แนวคิด “ปลอดภัยใช้ดี เลือกแบตเตอรี่มีมาตรฐาน” หวังสร้างความตระหนักและลดการสูญเสียพร้อมผนึกความร่วมมือกับศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ทางไฟฟ้า สวทช. กับอุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์...
  • ธุรกิจของไทยต้องเร่งนำ AI มาใช้งาน สร้างนวัตกรรมและเสริมประสิทธิภาพ งานวิจัยของไมโครซอฟท์และไอดีซี แนะนำธุรกิจของไทยควรเร่งนำ AI มาใช้งาน ยกระดับศักยภาพในด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเสริมประสิทธิภาพการทำงาน ...
  • Security Transformation หลักการสำคัญขององค์กรในยุคดิจิทัล “แนวคิดของการรักษาความปลอดภัยที่ต้องปรับเปลี่ยนไปสู่ Security Transformation เป็นทั้งโอกาสความเสี่ยงที่เกิดขึ้นเมื่อธุรกิจเปลี่ยนเป็นดิจิทัล CIO ต้องวางแผนอย่างไรเพื่อปรับให้องค์กรมีความปลอดภัยสูงสุดและตอบโจทย์ธุรกิจได้”...

การปฏิรูปธุรกิจ Business Transformation วิธีปรับเปลี่ยนธุรกิจ SMEs ในยุคดิจิทัล(ตอนที่ 4)

การปฏิรูปธุรกิจ Business Transformation วิธีปรับเปลี่ยนธุรกิจ SMEs ในยุคดิจิทัล(ตอนที่ 4)
July 12
10:26 2018

“เรียนรู้ ทำความเข้าใจ กรอบการปฏิรูปธุรกิจ (Business Transformation Framework) เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยแนะแนวเพื่อการปรับเปลี่ยนธุรกิจตามบริบทของแต่ละองค์กรอย่างเป็นขั้นเป็นตอน และเป็นแนวทางในการเดินหน้าไปสู่ Business Transformation”

ในบทความตอนที่ผ่านมา ของเรื่อง วิธีปรับเปลี่ยนธุรกิจขนาดกลางขนาดย่อมในยุคดิจิทัลได้กล่าวถึงหลักคิดของการปรับเปลี่ยนธุรกิจ ประกอบด้วยการปรับเปลี่ยน 3 เรื่อง คือเรื่องเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน (Business Processes) ปรับเปลี่ยนเรื่องที่เกี่ยวกับตัวสินค้า และปรับเปลี่ยนในเรื่องที่เกี่ยวกับคุณค่า (Value) ซึ่งเกี่ยวโยงกับการสร้างประสบการที่ดีให้ลูกค้า (Customer Experiences)

HPE1 662x190

ดร.มนูในฉบับที่ผ่านมาได้อธิบายถึง การใช้ Transformation Framework เพื่อการปรับเปลี่ยนธุรกิจเอสเอ็มอีโดยธุรกิจไม่ว่าจะขนาดใหญ่หรือเล็กต่างมีจุดมุ่งหมายในการปรับเปลี่ยนหรือปฏิรูปธุรกิจเหมือนกัน คือให้ทันยุคสมัยที่จะตอบโจทย์ความต้องการ (Needs) ของผู้บริโภค และความต้องการที่ยังไม่ปรากฏ (Latent needs) ซึ่งพร้อมจะบริโภคถ้ามีสิ่งจูงใจแรงพอ แนวคิดหลักของธุรกิจจึงหันมุ่งความสำคัญไปที่ผลิตภัณฑ์ที่มี Extrinsic Value (คุณค่าจากภายนอกตัวสินค้า) มากกว่าเพียง Intrinsic value (คุณค่าจริง หรือคุณค่าจากภายในตัวสินค้า)

ฉบับนี้เป็นตอนต่อที่จะอธิบายถึง ใช้ดิจิทัลบูรณาการระบบห่วงโซ่คุณค่าในแนวราบ

การใช้ดิจิทัลบูรณาการระบบห่วงโซ่คุณค่าในแนวราบ
กรอบการปฏิรูปธุรกิจส่วนที่สองนี้เน้นการปรับเปลี่ยนกระบวนการ (Business Processes) ที่เกี่ยวกับห่วงโซ่อุปสงค์ (Demand chain)เป็นเรื่องว่าด้วยการตลาด การจัดจำหน่าย และการบริการลูกค้าด้วยระบบไอซีที และการเชื่อมโยงกับพันธมิตรเพื่อร่วมมือกันในการทำธุรกิจ เช่นร่วมกันออกแบบสินค้าและบริการ การทำ Outsourcing และ Insourcing ในกิจกรรมบางอย่างที่ต่างคนต่างมีความถนัดกว่ากันเพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย

แต่ทั้งนี้ยังทำอยู่บนพื้นฐานของยุทธศาสตร์เดิมที่เน้น Product-centric เป็นหลัก (ดูรูป การปรับเปลี่ยนธุรกิจในระดับ Horizontal Integration ในห่วงโซ่คุณค่า) จากที่แกน X ครอบคลุมเนื้องานส่วนที่เป็น External processes แกน Y ครอบคลุมธุรกิจส่วนที่เป็น Product ส่วนแกน Z นั้นแบ่งมีสองส่วน ส่วน “A” หมายถึงใช้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อบริการลูกค้า และ “B” หมายถึงใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเชื่อมโยงกับลูกค้าและพันธมิตรเพื่อทำงานแบบบูรณาการภายในห่วงโซ่คุณค่าเต็มรูปแบบ

1) Computerize external processes (Cube A)
ในขั้นนี้ ธุรกิจให้ความสำคัญกับกระบวนการในส่วนของห่วงโซ่อุปสงค์ (Demand chain) ตามที่กล่าวข้างต้น สร้างกระบวนการทำงานที่เชื่อมโยงกับลูกค้าด้วยระบบสารสนเทศเพื่อบริการเรื่อง Order Fulfillment ตั้งแต่การสอบถามราคา จนถึงการจัดส่งสินค้าได้รับความสะดวกและรวดเร็วที่สุด ในส่วนของห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain) นั้น ธุรกิจใช้ระบบออนไลน์เชื่อมโยงกับกระบวนการทำงานของผู้จำหน่ายวัสดุเพื่อให้การไหลเวียนวัสดุสู่สายการผลิตมีประสิทธิภาพและลดความสูญเสีย

ในขั้นนี้ ธุรกิจจะกำหนดส่วนที่เป็น Core Business Capabilities เพิ่มเติม เช่น การเรียนรู้ความต้องการและปัญหาของลูกค้า (Customer’s Journey)การกำหนดจุดสัมผัสกับลูกค้าที่ต้องการบริการเป็นกรณีพิเศษ การทำธุรกิจด้วยระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

Digital Capabilities ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับงานนี้ ประกอบด้วย การตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) การจัดจำหน่ายผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การใช้ระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ระบบเครือข่ายสังคมเพื่อปฏิสัมพันธ์และสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้าและพันธมิตร

2)Integrate external processes (Cube B)
ในขั้นนี้ ธุรกิจมีสมรรถนะที่จะใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อทำงานบูรณาการกับลูกค้าและพันธมิตรเต็มรูปแบบ โดยแต่ละกระบวนการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลประกอบด้วยอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีอื่นเช่น Cloud computing, Big data, และ IoTการทำงานแบบบูรณาการในแนวราบอาจหมายถึงธุรกิจที่มีระบบผลิตสินค้าเชื่อมโยงกับระบบจัดวางแผน ระบบจัดซื้อวัสดุ และระบบโลจิสติกส์แบบเรียลไทม์ กระบวนการผลิตอาจเชื่อมโยงกับกับการตลาดและการขายเพื่อผลิตสินค้าตามสั่งของลูกค้าจากมุมใดของโลกก็ได้

2สินค้าอาจจะถูกออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์จากที่ใดในโลกก็ได้ความเป็นอัตโนมัติไม่ได้จำกัดอยู่ที่กระบวนการผลิต แต่รวมทั้งกระบวนการโลจิสติกส์ กระบวนการขาย และกระบวนการบริการหลังการขายโดยอาศัยความสามารถของดิจิทัลเช่น Internet of Things (IoT)อย่างไรก็ตาม รูปแบบธุรกิจยังมีลักษณะเป็น Product-centric ที่เน้นที่ผลิตและจำหน่ายสินค้า และให้ความสำคัญกับการค้าข้ามชาติโดยอาศัยความสามารถของเทคโนโลยีดิจิทัล

Business Capabilities ในระดับนี้เป็นการสร้างสมรรถนะขององค์กรให้สามารถทำงานแบบ Decentralization เพื่อเกิดความคล่องตัวในการบริการลูกค้าที่รวดเร็ว สามารถบังคับใช้ข้อมูลและรายการค้าที่เป็นมาตรฐานสากลเพื่อการเชื่อมโยงกับคู่ค้านาๆชาติได้ Digital Capability ที่จะสนับสนุนการทำงานเชื่อมโยงแบบออนไลน์ต้องเป็นระบบสารสนเทศที่ทำงานกับรายการค้ามาตรฐานและข้อมูลมาตรฐานระดับสากลเช่น มาตรฐานรหัสสินค้าสากล Global Trade Item Number (GTIN 13 หลัก) ของ GS1 และมาตรฐานรหัสแยกกลุ่มสินค้า UNSPSC ของสหประชาชาติ (UN Development Programme (UNDP))

ส่วนเรื่อง Standard Messages นั้นอย่างน้อยต้องใช้มาตรฐานของธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ ที่อิงกับมาตรฐาน UN/CEFACTมาตรฐานใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์นี้ครอบคลุมถึงเอกสารรายการค้าอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ เช่น ใบกำกับภาษี (e-Tax Invoice) ใบเสร็จรับเงิน (e-Receipt) และอื่นๆ การใช้มาตรฐานรายการค้าอิเล็กทรอนิกส์ชุดนี้จะทำให้การค้าออนไลน์ของไทยแบบ End-to-end ทำได้สมบูรณ์ขึ้น

นอกจากนี้ ยังต้องใช้มาตรฐานข้อมูลการชำระเงิน เช่นมาตรฐาน ISO 20022ทั้งหมดนี้เป็นมาตรฐานสำคัญที่จะสนับสนุนการทำงานในห่วงโซ่คุณค่าแบบบูรณาการในแนวราบและเตรียมพร้อมที่จะให้ธุรกิจ SMEs ไทยเป็นส่วนหนึ่งของ Global Value Chain ได้

A1

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3
communication

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com