www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

การปฏิรูปธุรกิจ Business Transformation วิธีปรับเปลี่ยนธุรกิจ SMEs ในยุคดิจิทัล (ตอนที่ 8) กรณีตัวอย่างการปฏิรูปธุรกิจสู่ Industry 4.0

การปฏิรูปธุรกิจ Business Transformation วิธีปรับเปลี่ยนธุรกิจ SMEs ในยุคดิจิทัล (ตอนที่ 8) กรณีตัวอย่างการปฏิรูปธุรกิจสู่ Industry 4.0
November 22
16:17 2018

“ลองศึกษา กรณีตัวอย่างการปฏิรูปธุรกิจสู่ Industry 4.0 โดยสมมติ บริษัท ขนมไทย จำกัด ที่ตัดสินใจเลือกแก้ปัญหาและพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่ด้วยแนวคิดของ Value Creation โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเป็นขั้นเป็นตอนตาม Digital Business Transformation Framework”

จากบทความในตอนที่ผ่านมา การปฏิรูปธุรกิจ Business Transformation วิธีปรับเปลี่ยนธุรกิจ SMEs ในยุคดิจิทัล (ตอนที่ 7) เป็นการยกกรณีตัวอย่างการปฏิรูปธุรกิจสู่ Industry 4.0โดยสมมติ บริษัทขนมไทยจำกัด ขึ้น และได้อธิบายตัดสินใจเลือกแก้ปัญหาและพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่ด้วยแนวคิดของ Value Creation โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเป็นขั้นเป็นตอนตาม Digital Business Transformation Framework

ดร.มนูขั้นที่ 1 Vertical Integration

สถานภาพการใช้ไอซีทีของบริษัทขนมไทยปัจจุบันอยู่ในขั้นเริ่มทำ Vertical Integration ประกอบด้วยระบบหลักได้แก่ระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) และ Manufacturing Execution System (MES) แบบง่ายๆ

โดยระบบ ERP บันทึกรายการขายและค่าใช้จ่ายต่างๆ สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับการขาย การซื้อ ค่าใช้จ่ายด้านคนงานและบุคลากร สามารถทำการวางแผนการผลิต และนำไปสู่การทำแผนใช้วัสดุเพื่อการผลิต (Material Requirement Planning)

บริษัทเริ่มใช้ระบบ Manufacturing Execution System เพื่อติดตามเฝ้าระวังกระบวนการผลิตจากต้นน้ำสู่กลางน้ำลักษณะกึ่งเรียวไทม์ และสามารถควบคุณการใช้วัสดุ การจัดการแรงงาน การบำรุงรักษาเครื่องจักรหลักๆ ได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์มาก

เนื่องจากการบูรณาการยังไม่สมบูรณ์ ข้อมูลเพื่อการจัดการก็ยังไม่สมบูรณ์ บริษัทยังมีปัญหาในเรื่องต้นทุนการผลิตที่เก็บไม่ครบถ้วนและยังไม่ถูกต้องนัก การจัดการวัสดุคงคลังก็ยังขาดบ้างเกินบ้าง วัสดุที่ซื้อมากเกินความจำเป็นยังค้างสะต๊อกจนบ่อยครั้งต้องแทงจำหน่ายเป็นของเสียไปก็ไม่น้อย

บริษัท ขนมไทย เริ่มโครงการใช้ Internet of Things (IoT) เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน หวังที่จะควบคุมและลดค่าใช้จ่าย โดยเริ่มต้นติดตั้งอุปกรณ์ IoTและระบบซอฟต์แวร์ควบคุมด้านเปิดปิดการทำงานของอุปกรณ์และเครื่องจักรในจังหวะที่ไม่ใช้งาน และกลับมาเดินเครื่องปกติแบบอัตโนมัติ

โดยใช้ IoT ช่วยงานด้าน Preventive maintenance เพื่อให้อุปกรณ์และเครื่องจักรทุกตัวทำงานได้อย่างต่อเนื่อง สามารถแจ้งเหตุผิดปกติให้ผู้ควบคุมโรงงานรู้ล่วงหน้าก่อนที่อุปกรณ์และเครื่องจักรจะเกิดปัญหาจนเป็นเหตุให้สายการผลิตต้องหยุดชะงักได้

ขนมไทย ให้ความสนใจใช้เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยปรับปรุงการเชื่อมโยงระบบหลักๆ ให้ข้อมูลจากแต่ละระบบที่ทำงานเป็นอิสระรวมกันเป็น Integrated Database เพื่อสามารถจัดการข้อมูลขององค์กรให้เป็นภาพรวมอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังเริ่มพัฒนา Mobile apps ให้ผู้บริหารเข้าถึงระบบข้อมูล โดยเฉพาะต้นทุนสินค้าได้ด้วยตนเองอย่างง่ายๆ ทุกเวลา และมีระบบแจ้งเหตุ (Notification) ในเหตุการณ์สำคัญๆ แบบเรียลไทม์จากหน่วยงานหลัก เช่นฝ่ายการผลิต ฝ่ายบริหารวัสดุคงคลัง ฝ่ายบริหารลูกหนี้รายใหญ่ ฯลฯ

ขั้นที่ 2 Horizontal Integration

บริษัทขนมไทยให้ความสนใจที่จะเชื่อมโยงกับโลกภายนอกมากขึ้น การเชื่อมโยงกับพันธมิตรผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล เปลี่ยนแนวทางการทำธุรกิจจาก Closed System เป็น Open System น่าจะช่วยแก้ปัญหาระยะยาวที่กล่าวข้างต้นได้ ผู้บริหารตัดสินใจปรับรูปแบบระบบ Order Fulfillment ที่บริการกลุ่ม Superstore ด้วยการรับใบสั่งซื้อแบบออนไลน์

และปรับเปลี่ยนมาใช้ e-Invoice และ e-Payment ที่เป็น Electronic transaction แบบมาตรฐานเพื่อลดต้นทุน นอกจากนี้ยังเตรียมที่จะปรับระบบให้ใช้ใบกำกับภาษีตามมาตรฐานที่ประกาศโดยกรมสรรพกรในทันทีที่กรมสรรพกรพร้อมที่เปิดให้บริการ

ภายหลังจากได้ปรับเปลี่ยนระบบ Order Fulfillment แบบออนไลน์ร่วมกับกลุ่ม Superstores แล้ว บริษัทเตรียมจะขยายการทำธุรกรรมออนไลน์กับ Suppliers และคู่ค้าอื่นๆ เป็นการขยายผลการทำ Horizontal Integration ตลอดห่วงโซ่คุณค่า การปรับกระบวนการทั้งหมด

นอกจากเน้นการลดต้นทุนในระยะแรก ยังเป็นการเตรียมความพร้อมให้มีระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลรองรับการปรับเปลี่ยนธุรกิจที่เน้นการสร้างคุณค่าให้ลูกค้า (Customer Value Creation)

shutterstock_574359604

ต่อไป การทำ Horizontal Integration นี้เริ่มด้วยระบบงานหลักๆ เช่นระบบที่เกี่ยวกับการบริการ Online Replenishment ระบบที่ทำงานร่วมมือกับโรงงานอาหารอื่นในการ Optimize ระบบโลจิสติกส์เชื่อมโยงกับ Distribution Centers และคลังสินค้าที่กระจายอยู่ทั่วประเทศของแต่ละโรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ

เกิดการประหยัดให้แก่ทุกโรงงานที่อยู่ในเครือข่าย แต่ทั้งนี้บริษัทจะต้องปรับปรุงระบบคลังสินค้าให้มีความ Smart มากขึ้นโดยใช้ RFID และระบบ Robotics ช่วยในการกำหนดตำแหน่งสินค้าและการขนสินค้าขึ้นรถด้วยระบบอัตโนมัติ

ขั้นที่ 3 Servitization

ขั้นที่ 1 และขั้นที่ 2 ที่กล่าวข้างต้นเป็นการ Digitize กระบวนการทำงานทั้งระดับ Vertical Integration และ Horizontal Integration เพื่อให้ระบบงานภายในบริษัทมีประสิทธิภาพ เน้นที่ลดต้นทุนและร่วมมือกับพันธมิตรซึ่งจำเป็นถ้าธุรกิจต้องการปรับเปลี่ยนให้ธุรกิจที่มีทักษะด้าน Value Creation เป็นจุดเริ่มต้นที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจจาก Product-centric เป็น Customer-centric

เนื่องจากบริษัทขนมไทยตั้งใจที่จะลดการพึ่งพากลุ่ม Superstores และหันมาสร้างธุรกิจจากกลุ่มร้านค้าย่อยทั่วประเทศที่มีผลตอบแทนสูงกว่าการสร้างกลยุทธ์เพื่อให้เกิด Customer value แก่กลุ่มร้านค้าย่อยจึงเป็นปัจจัยสำคัญแห่งความสำเร็จ ประกอบด้วย

– เพิ่มจำนวนรถแวน (Van) นำสินค้าไปขายตรงตามร้านค้าย่อยกลยุทธ์นี้ถือได้ว่าเป็นการบริการขายถึงที่เพื่อเติมสินค้าเป็นรายวัน
– บริษัทได้รับอนุญาตจากกรมสรรพกรให้ใช้เครื่อง Mobile POS ต่อออนไลน์กับระบบคอมพิวเตอร์ของสำนักงานใหญ่ เพื่อออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดขายได้ รายการขายทั้งหมดจะถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลกลางของบริษัทผ่านอินเทอร์เน็ตไร้สาย
– บริษัทจะทำรายงานวิเคราะห์การขายของแต่ละร้านค้า เพื่อแนะนำการสะต๊อกสินค้ากลุ่มที่ขายดีและกำไรดี เพื่อให้ร้านค้าย่อยมีกำไรสูงสุด

สำหรับกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ คือกลุ่ม Superstores นั้น บริษัทยังเสนอบริการผลิตสินค้า OEM ตีตราของ Superstore เองด้วย อีกทั้งบริการร่วมออกแบบสินค้ารวมทั้งการออกแบบ Packing ตามความต้องการของ Superstore ทั้งหมดสามารถทำงานร่วมกันผ่านระบบออนไลน์ได้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการให้บริการแบบ Mass Customization ที่เป็น Customer value อย่างแท้จริง

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.