www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

ธุรกิจในศตวรรษที่ 21 Cyber-Physical Systems:การปฏิรูป GWU(ตอนที่ 7)

ธุรกิจในศตวรรษที่ 21  Cyber-Physical Systems:การปฏิรูป GWU(ตอนที่ 7)
June 19
11:47 2017

“ผลพวงของการปฏิรูปการดำเนินเศรษฐกิจ ธุรกิจเข้าสู่โลกดิจิทัล ทำให้เกิดปรากฏการณ์ซึ่งมีผลต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม และทำให้โครงสร้างของระบบเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปได้ทั้งเกิดระบบอัตโนมัติในการทำงาน ปัญหาคนว่างงานเพิ่มขึ้นทำให้ค่าใช้จ่ายของรัฐด้านสวัสดิการเพิ่มมากขึ้น”

3ในบทความก่อนหน้านี้ได้กล่าวถึง การปฏิรูประบบเศรษฐกิจจากอิทธิพลของเทคโนโลยี ที่อธิบายไปแล้ว 2 หัวข้อคือ 1. การปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหม่และ 2. Automation กับการปฏิรูปทางเศรษฐกิจซึ่งเป็นสาเหตุทำให้การใช้แรงงานและการจ้างงานน้อยลง โดยเฉพาะแรงงานที่อาศัยความรู้และทักษะแบบเดิมๆเพราะเกิดการใช้ระบบทำงานแบบอัตโนมัติ (Automation) เพิ่มมากขึ้น ทั้งในระดับ Horizontal integration และ Vertical integration

Banner_CIO_big one_version2

ระบบอัตโนมัติในบริบทใหม่ที่อาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลนี้ถือว่าเป็นระบบอัตโนมัติที่ได้พัฒนามาเป็นยุคที่ 3 เป็นระบบอัตโนมัติที่อาศัยอินเทอร์เน็ตและ IoTระบบอัตโนมัติในภาคอุตสาหกรรมได้พัฒนามาแล้วสามยุคดังนี้
1) ระบบอัตโนมัติยุคที่1: Mechanical Automationหมายถึงระบบอัตโนมัติที่อาศัยเครื่องจักรกลโดยเฉพาะเครื่องจักรไอน้ำ เป็นระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนเครื่องจักรเพื่อช่วยผ่อนแรงคน
2)ระบบอัตโนมัติยุคที่ 2: Electrical Automationเป็นระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า ความสามารถทำงานอัตโนมัตินี้สามารถถูกโปรแกรมเพื่อควบคุมการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ และ 3)ระบบอัตโนมัติยุคที่ 3: Pervasive Digital Automationในยุคเทคโนโลยีดิจิทัลที่ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและสังคมอยู่ในขณะนี้ ระบบอัตโนมัติได้พัฒนาเข้าสู่ยุคที่ 3 ยุคที่เรียกว่า Pervasive Digital Automation ซึ่งหมายถึงระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลประกอบด้วยอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีอื่นเช่น Cloud computing, Big data, และ IoTที่กระจายไปทั่ว

3.การปฏิรูปทางเศรษฐกิจกับการพัฒนาแรงงาน
เทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่ที่ขับเคลื่อนระบบอัตโนมัติยุคที่ 3 ทำให้การทำงานในทุกภาคส่วนเปลี่ยนแปลงไป ทั้งภายในองค์กรและภายนอกกับกลุ่มพันธมิตร ทั้งในระดับ Horizontal integration และ Vertical integration ตั้งแต่ Top floor ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในรูปแบบที่นิยมเรียกว่า Information Technology (IT) จนลงไปสู่ Shop floor ที่ใช้เทคโนโลยีในรูปแบบที่นิยมเรียกว่า Operation Technology (OT)

เป็นเหตุให้คนทำงานเดิมถูกทดแทนด้วยเครื่องจักรและระบบสารสนเทศที่มีความฉลาดมากขึ้น ทั้งในระดับแรงงาน รวมถึงในระดับใช้สมองก็จะถูกทดแทนด้วยระบบอัตโนมัติที่มีความสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง คนว่างงานก็จะเพิ่มมากขึ้น

นอกจากปรากฏการณ์นี้แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่จะทำให้คนตกงานเพิ่มขึ้นอีกด้วย กล่าวคือในยุคนี้มีแนวโน้มว่าคนรุ่นใหม่นิยมเลือกที่จะทำมาหากินอิสระ ไม่กินเงินเดือนประจำของบริษัท คนรุ่นใหม่กลุ่มนี้ไม่ว่าจะมาในแบบของผู้ชำนาญเฉพาะด้านที่ทำงานอิสระที่เรียกว่า Freelance หรือเป็นธุรกิจเกิดใหม่ (Startups) ก็ตาม คนในกลุ่มนี้ถ้าตราบใดยังไม่มีรายได้และไม่เข้าระบบภาษีของรัฐ ก็ถือว่าเป็นกลุ่ม Unemployment ด้วย

คนว่างงานเพิ่มขึ้นทำให้ค่าใช้จ่ายของรัฐด้านสวัสดิการเพิ่มมากขึ้น รัฐจึงจำเป็นต้องหามาตรการเพิ่มรายได้ด้วยวิธีต่างๆ รายได้ของรัฐที่นำมาใช้จ่ายในกิจการของภาครัฐ รวมทั้งสวัสดิการและค่าใช้จ่ายเพื่อแก้ปัญหาคนว่างงานนี้เพิ่มขึ้นปีต่อปีจนมีนัยสำคัญต่อ GDP ของประเทศ

จึงถือได้ว่าปรากฏการณ์นี้จะมีผลต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม ทำให้โครงสร้างของระบบเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปได้ นักเศรษฐศาสตร์ยังไม่สามารถตั้งชื่อเรียกปรากฏการณ์นี้ที่เหมาะสม แต่ขณะนี้เรียกกันว่า ยุคของ GWU (Government, Welfare, Unemployment)และเริ่มเกิดขึ้นกับประเทศตะวันตกแล้วที่ได้พัฒนาด้านผลิตภาพในทุกๆ ด้านด้วยเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก

สำหรับประเทศที่กำลังพัฒนานั้น การปฏิรูปที่เรียกว่า GWU คงยังไม่เกิดขึ้นภายในเร็ววัน เนื่องจากยังมีการจ้างงานอย่างมากในทั้งสามภาคของเศรษฐกิจ การนำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ในภาคเกษตร ภาคการผลิตและภาคบริการถึงแม้จะทำให้เพิ่มผลิตภาพ แต่ก็ยังต้องอาศัยแรงงานจำนวนมากไม่เหมือนประเทศที่เจริญแล้วในภาคตะวันตก การว่างงานของประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่ยังอยู่ในลักษณะที่ควบคุมและจัดการได้

1

อย่างไรก็ตามทุกประเทศต่างก็ยังให้ความสนใจที่จะเพิ่มผลิตภาพด้วยการใช้เทคโนโลยีทุกรูปแบบและเพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันแต่เนื่องด้วยข้อจำกับด้านเงินลงทุนและการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ทักษะที่จำเป็น การใช้เทคโนโลยีระดับสูงก็ยังมีน้อยมาก การพัฒนาเพิ่มผลิตผลจึงยังทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป

นอกจากปัญหาของคนว่างงานอันเนื่องจากการปฏิรูปทางเศรษฐกิจตามที่กล่าวข้างต้น ภาคธุรกิจยังอาจเสี่ยงต่อการขาดแคลนแรงงานประเภทใหม่ที่เกิดจากการปรับเปลี่ยนแนวทางทำธุรกิจด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ภายในระยะสิบปีจากนี้ไป ตำแหน่งงานใหม่และทักษะใหม่ที่ตลาดแรงงานต้องการอาจประกอบด้วยทักษะที่เป็น Soft skills ส่วนใหญ่อาทิComplex Problem Solving,Critical Thinking,Creativity,People Management,Coordinating with Others

สำหรับปัญหาแรงงานที่ถูกทดแทนด้วยระบบงานอัตโนมัติ เป็นเหตุให้เกิดการว่างงานนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งจัดมาตรการฝึกฝนทักษะและสมรรถนะแบบใหม่ที่ตลาดต้องการ ประกอบด้วยทักษะและสมรรถนะอย่างน้อยเจ็ดเรื่องเพื่อให้สามารถกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ดังนี้

1)สมรรถนะในการทำงานกับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ สามารถปรับตัวจากกระดาษมาเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
2)สมรรถนะที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่นผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้
3)สมรรถนะในการสื่อสารด้วยระบบดิจิทัลและสามารถบริหารจัดการกับข้อมูลที่เกิดจากการติดต่อสื่อสารผ่านระบบสื่อสารดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4)มีจริยธรรมในการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์และระบบอิเล็กทรอนิกส์
5)มีสมรรถนะในการสืบค้นข้อมูลจากระบบต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต
6)มีสมรรถนะในการปรับใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างเหมาะสม
7)มีสมรรถนะในการบริการจัดการความปลอดภัยในการใช้ระบบงานอิเล็กทรอนิกส์

การปฏิรูปทางเศรษฐกิจครั้งใหม่นี้ จึงต้องให้ความสำคัญกับการสร้างทักษะและความสามารถ (Capabilities) ให้แก่แรงงานของประเทศทั้งสองด้าน คือฝึกทักษะให้แก่กลุ่มแรงงานเดิมที่ล้าสมัยลงเพราะการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ และพัฒนา Digital Workforce เพื่อรองรับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยตามความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

banner mahidol 660

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3
300x250 (B2)
CEBIT_webbanner_320x250pxl_TH

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com