www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

ธุรกิจในศตวรรษที่ 21 Cyber-Physical Systems (ตอนที่ 5): IoT Ecosystem

ธุรกิจในศตวรรษที่ 21  Cyber-Physical Systems (ตอนที่ 5): IoT Ecosystem
April 19
10:04 2017

“IoT เริ่มเข้ามามีอิทธิพลในทุกภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจ และไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าปรากฏการณ์ด้านเทคโนโลยีครั้งใหม่นี้จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงแนวทางการธุรกิจครั้งใหญ่ (Disruptive change) แต่ก่อนที่ธุรกิจจะได้รับประโยชน์จากIoTอยากเปิดประเด็นถึงคำว่า IoT Ecosystem หรือระบบนิเวศ IoTที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของ IoT”

3ในบทความตอนที่ผ่านมาได้เกริ่นนำถึง แนวทางที่ทำให้ได้ประโยชน์จาก IoT ซึ่งประโยชน์ของ IoT จะเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ในกระบวนการต้องอาศัย เกิดจาการทำให้คน เครื่องจักร สินทรัพย์ทางด้านกายภาพอื่นๆ รวมทั้งสิ่งแวดล้อมให้เป็น IoTเพื่อสร้างข้อมูลและสื่อสารกันระหว่าง IoT_และสิ่งแวดล้อม

ดังนั้น ในบทความตอนนี้จะลงลึกในรายละเอียดของ IoT_Ecosystem เพื่อสนับสนุนการทำงานแบบเครือข่าย รวมถึง หลักการของธุรกิจที่ใช้_IoT เพื่อการร่วมสร้างคุณค่าและร่วมเพิ่มผลิตภาพ

1. IoT Ecosystem เพื่อสนับสนุนการทำงานแบบเครือข่าย

ระบบที่ประกอบด้วย_IoT นั้นทำงานด้วยการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยอุปกรณ์เหล่านี้เป็น Data point ของสรรพสิ่ง แต่เนื่องจากระบบที่มีส่วนประกอบของ IoT นั้นมีทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่หลากหลายจำนวนมาก รวมทั้งระบบซอฟต์แวร์ประยุกต์ต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของ Total solution หรือ End-to-end solution นั้น

ผู้เกี่ยวข้องกับการจัดหาและจัดการอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีที่มีมากมาย ต่างคนต่างมีบทบาทที่จะทำงานร่วมกันเพื่อทำงานบรรลุผลตามเป้าหมาย การเชื่อมโยงดังกล่าวต้องคำนึงถึงมาตรฐานการเชื่อมโยง ภาษาที่ใช้สื่อสารระหว่างกัน ตลอดจนกฎกติกาและเงื่อนไขของการเชื่อมโยง องค์ประกอบทั้งหมดนี้รวมกันเรียกว่า“IoT_Ecosystem” หรือระบบนิเวศ_IoT

ส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ IoT_คือ Software Platform ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงกันทางเทคนิค ภายใน IoT_Ecosystem หนึ่งๆ มักจะมี Software Platform มากกว่าหนึ่ง Platform ที่ทำหน้าที่แตกต่างกัน เช่น IoT_Ecosystem ของระบบ Smart Manufacturing อาจประกอบด้วย Software Platform ของกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบ Supply Chain และมีอีก Platform หนึ่งสำหรับเชื่อมต่อเครื่องจักรของโรงงานกับระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทที่ให้บริการบำรุงรักษาเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ ยังมี Platform ที่เชื่อมโยงคลังสินค้าเพื่อบริหารจัดการคลังสินค้า นอกจากนี้ยังอาจมี Platform เชื่อมโยงกลุ่ม IoT_ที่เกี่ยวข้องกับการบริการโลจิสติกส์ เป็นต้น

IoT_Ecosystem จึงเป็นส่วนสำคัญของระบบธุรกิจยุคใหม่ที่ใช้ IoT_ที่จะขาดไม่ได้ ธุรกิจที่ทำกันแบบเครือข่าย เช่นระบบ Global supply chain จะมี IoT_Ecosystem ที่ประกอบด้วย Platform หลากหลายมาก การออกแบบและสร้าง IoT_Ecosystem และระบบ Platform เพื่อรองรับธุรกิจใหม่นี้ถือว่าเป็นนวัตกรรมที่เราต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

2. การร่วมสร้างคุณค่าและร่วมเพิ่มผลิตภาพ

ธุรกิจที่ใช้ Internet of Things เป็นธุรกิจที่ทำงานเป็นเครือข่าย ทั้งเครือข่ายภายในองค์กรและเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับพันธมิตร ทุกเครือข่ายจะเชื่อมโยงการทำงานระหว่างคนกับเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อหวังให้เกิดการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิพลได้ด้วยระบบอัตโนมัติที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้

เมื่อธุรกิจเริ่มเปลี่ยนจากการผลิตสินค้าและจำหน่ายสินค้ามาเป็นเน้นคุณค่าและ Outcome จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล เครือข่ายและ IoT_Ecosystem ช่วยให้เกิดการแบ่งปันทรัพยากรและใช้ทรัพยากรร่วมกัน การทำงานที่ร่วมมือกันระหว่างพันธมิตรจึงเป็นการนำทรัพยากรของทุกฝ่ายมาใช้ร่วมกันเพื่อให้เกิดประโยชน์และคุณค่ามากที่สุดแก่ทุกฝ่าย หลีกเลี่ยงการลงทุนซ้ำซ้อน ทำให้ Time to market ดีขึ้น ทรัพยากรมีตั้งแต่องค์ความรู้ ข้อมูล กระบวนการทำงาน และสินทรัพย์อื่นๆ

1ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เป็นเพราะ Internet of Things และระบบนิเวศของมัน การเข้าถึงทรัพยากรของพันธมิตรที่อยู่ภายในเครือข่ายจะทำให้เกิดการ Recombine ทรัพยากรจนนำไปสู่การสร้างทรัพยากรที่เป็นองค์ความรู้และทักษะใหม่ๆ เกิดเป็นคุณค่าและมูลค่าเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณแก่ทุกคนที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งจะนำไปสู่การประหยัดต้นทุนและค่าใช้จ่ายในที่สุดได้

โดยสรุป Internet of Things ช่วยให้ธุรกิจปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์จากการผลิตและจำหน่ายสินค้าไปเป็นการบริการที่เน้น Outcome การแข่งขันธุรกิจจากนี้ไปขึ้นอยู่ที่ความสามารถในการสร้างคุณค่าที่จับต้องได้ให้แก่ลูกค้า

ช่วยให้ธุรกิจดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น โรงงานสามารถดำเนินการผลิตโดยไม่หยุดชะงัก สามารถมีวัสดุเพื่อป้อนสายการผลิตได้อย่างไม่ติดขัด สามารถ Reconfigure เครื่องจักรในโรงงานเพื่อผลิตสินค้าตามสั่งได้อย่างทันท่วงทีและประหยัด จนถึงการเสนอคุณค่าอื่นๆ ตามความต้องการของลูกค้าได้

Internet of Things และ Software platform ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างข้อมูลและจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวกับสรรพสิ่งในระบบธุรกิจเพื่อการแลกเปลี่ยนสื่อสาร และวิเคราะห์เพื่อให้มีความรอบรู้ในเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นและกำลังจะเกิดขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจสามารถพัฒนาสินค้าบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการตามบริบทของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วและประหยัด กล่าวโดยรวม ธุรกิจจากนี้ไปควรต้องพิจารณานำ IoTไปใช้อย่างน้อยดังนี้

1) ปรับปรุงระบบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain System) เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการสั่งซื้อและได้มาซึ่งวัสดุเพื่อใช้ในการผลิต โดยสามารถเชื่อมโยงกับระบบงานของ Suppliers และพันธมิตรอื่นเพื่อให้มีทางเลือกมากขึ้น โดยเน้นการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต

2) ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น โดยอาศัย Internet of Things ทำให้เครื่องจักรส่งข้อมูลเกี่ยวกับสภาพของตัวเองในแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้คนที่เกี่ยวข้องสามารถแก้ไขสถานการณ์ล่วงหน้าก่อนที่จะเกิดเหตุขัดข้องจนเป็นเหตุให้สายการผลิตต้องหยุดชะงักและเกิดความเสียหาย นอกจากนี้ยังช่วยให้สามารถปรับเปลี่ยนสายการผลิตและกระบวนการผลิตให้เหมาะสมกับการสั่งจ้างการผลิตได้อย่างสะดวก รวดเร็วและประหยัด

3) เพิ่มประสิทธิภาพ (Optimize) ตลอดกระบวนการผลิต การจำหน่ายและการบริการ (Manufacturing value chain)โดยใช้ IoTกับเครื่องจักร อุปกรณ์ ระบบโลจิสติกส์ คลังสินค้า ตลอดจนถึงส่วนที่เกี่ยวกับการบริการลูกค้าเพื่อปรับเปลี่ยนแนววิธีดำเนินการที่ส่งผลให้เกิดการผลิตและจำหน่ายสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพในราคาที่แข่งขันได้

4) ใช้ IoT เสริมสร้างความใกล้ชิดกับพันธมิตรและลูกค้า จนเกิดความสัมพันธ์ที่ดี นำไปสู่การร่วมมือกันเพื่อสร้างคุณค่าร่วมกันด้วยความจริงใจระหว่างกัน

ประโยชน์ของ Internet of Things มีไม่จำกัด ขึ้นอยู่กับจินตนาการณ์ของเราว่าจะคิดสร้างสรรค์นำไปประยุกต์ใช้กับงานส่วนใดและอย่างไร IoTเริ่มเข้ามามีอิทธิพลในทุกภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจ คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าปรากฏการณ์ด้านเทคโนโลยีครั้งใหม่นี้จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงแนวทางการธุรกิจครั้งใหญ่ (Disruptive change) ที่ไม่มีใครอาจมองข้ามได้ ธุรกิจไม่ว่าจะขนาดใหญ่หรือขนาดเล็กต่างต้องเตรียมตัวเรียนรู้และพร้อมที่จะปรับตัวเองให้เข้ากับระบบธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ในโลกสองใบ นั่นก็คือโลกกายภาพและโลกดิจิทัลที่เชื่อมโยงกันด้วย Internet of Things นำไปสู่การเป็นธุรกิจส่วนหนึ่งของระบบห่วงโซ่คุณค่าระดับโลก (Global Value Chain) ได้ในที่สุด

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.