www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

ธุรกิจในศตวรรษที่ 21 Cyber-Physical Systems (ตอนที่ 2)

ธุรกิจในศตวรรษที่ 21 Cyber-Physical Systems (ตอนที่ 2)
January 11
13:46 2017
ดร.มนู อรดีดลเชษฐ์
ดร.มนู อรดีดลเชษฐ์

คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ประธานกรรมการนโยบายไอซีที มหาวิทยาลัยศรีปทุม อดีตผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

“ในบทความชุด ธุรกิจยุคศตวรรษที่ 21 Cyber-Physical Systems เป็นการเปิดแนวคิดเพื่อทำความเข้าใจในบริบทของเทคโนโลยี พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป รวมถึงกระบวนการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะการทำความเข้าใจกับเทคโนโลยี IoTกับความจำเป็นในธุรกิจอย่างละเอียดและสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด”

HPE1 662x190

Internet of Things (IoT) หมายถึงสิ่งต่างๆ (Things) ที่ติดตั้งด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดพิเศษ มีระบบซอฟต์แวร์ฝั่งตัวและเซ็นเซอร์ เพื่อจัดทำและส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสิ่งที่มีกายภาพอื่นผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นผลให้สิ่งต่างๆ นั้นถูกรับรู้ได้ ติดตามได้ และควบคุมจากสถานที่ห่างไกลได้

2IoTจึงเป็นเทคนิคสำคัญที่ใช้เพื่อการเชื่อมโยงระหว่างสรรพสิ่งมี่มีกายภาพในโลกกับโลกคอมพิวเตอร์หรือโลกดิจิทัล โดยจะนำข้อมูลของสรรพสิ่งมาประมวลผลด้วยโปรแกรมซอฟต์แวร์ในโลกดิจิทัลเพื่อให้เกิดผลในเชิงบริหารจัดการ ติดตามประเมินผลแล้วตัดสินใจเลือกมาตรการเพื่อปฏิบัติต่อสรรพสิ่งเหล่านี้ตามสถานการณ์ ตั้งแต่การควบคุมเพื่อการทำงานโดยอัตโนมัติ การประเมินสถานภาพของเครื่องจักรกลเพื่อช่วยในเรื่องเกี่ยวกับการบำรุงรักษาและการเปลี่ยนอุปกรณ์ชิ้นส่วนเพื่อป้องกันการหยุดชะงักของเครื่องจักร ตลอดจนช่วยบริหารจัดการการไหลเวียนของชิ้นส่วนวัสดุภายในห่วงโซ่การผลิตไม่ให้หยุดชะงัก และอื่นๆ

เทคโนโลยี IoTจึงเป็นช่วงต่อสำคัญที่ทำให้เกิดการทำงานแบบปฏิสัมพันธ์กันระหว่าง Machine to Machine (M2M)Human-to-Machine (H2M) และ Machine-to-Human (M2H)เช่นนายแพทย์สามารถติดตามสุขภาพของผู้ป่วยที่ติดเครื่องกระตุ้นหัวใจจากที่ห่างไกลได้ เครื่องจักรกลที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมสามารถใช้ IoTเพื่อช่วยให้ตรวจสอบสภาพการทำงานและความผิดปกติของการทำงานในทุกระยะแทนหรือเสริมอุปกรณ์ PLC (Programmable Logic Controller) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สรรพสิ่งทุกชนิดตั้งแต่งสิ่งของและวัตถุชิ้นใหญ่ๆ จนถึงชิ้นเล็กๆ ที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นเช่นเครื่องกลเล็กๆ ที่ฝังตัวในร่างกายเพื่อการรักษาโรค สิ่งของและวัตถุเหล่านี้ถูกกำหนดให้มีเลขประจำตัวที่ไม่ซ้ำกัน (Unique Identification, UID) และเลขที่อยู่ในระบบอินเทอร์เน็ต (Internet Protocol (IP) Address) สิ่งของและวัตถุเหล่านี้เชื่อมโยงกันโดยอาศัยวงจรอิเล็กทรอนิกส์ขนาดต่างๆ กันตั้งแต่ RFID จนถึง Sensors ทุกรูปแบบ การสื่อสารทำได้ด้วยระบบไร้สายและมีสาย ทั้งระยะสั้นเช่น Bluetooth, Near Field Communication (NFC) และ Wi-Fi จนถึงระยะไกลเช่นระบบสื่อสารดาวเทียม และเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Cellular Network) วัตถุประสงค์ของการเชื่อมต่อกันก็เพื่อสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้ไปประมวลผลจนก่อเกิดประโยชน์นาๆ ประการอย่างที่ไม่สามารถทำได้ในอดีต

ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้โลกกายภาพกับโลกดิจิทัลถูกหล่อหลอมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ใช้ศักยภาพของแต่ละโลกสร้างคุณค่าให้แก่มนุษย์อย่างมหาศาล คุณค่านี้เกิดจากความสามารถที่คนกับเครื่องจักรเริ่มร่วมทำงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อาศัยจุดเด่นของคนที่ถนัดใช้ประสบการณ์และสมรรถนะรวมทั้งทักษะการตัดสินใจเพื่อสร้างคุณค่า ในขณะที่เครื่องจักรอาศัยความรวดเร็วในการบันทึกข้อมูลและความสามารถในการวิเคราะห์สังเคราะห์ข้อมูลมหาศาลทั้งในทางลึกและทางกว้าง ทั้งสองสิ่งต่างส่งเสริมกันทำให้เกิดประโยชน์ทั้งในระดับบุคคลและกับธุรกิจ

ในทางธุรกิจ IoTทำให้เครื่องจักรในโรงงานสามารถติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับรถขนสิ่งสินค้า ทำให้รู้ปริมาณวัสดุหรือชิ้นส่วนและเวลาที่สิ่งของจะส่งมาถึงโรงงาน เพื่อจะได้เตรียมล่วงหน้าในการจัดกระบวนการผลิตให้เหมาะสม เครื่องจักรในโรงงานสามารถติดต่อสื่อสารกับคลังสินค้าเพื่อคลังสินค้าจะได้รับรู้ปริมาณสินค้าที่จะถูกส่งมาเก็บรักษาเพื่อจะได้บริหารจัดการการจัดส่งให้ลูกค้าปลายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างชิ้นเล็กๆ ที่ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นกับสังคมมนุษย์อันเกิดจากอิทธิพลของเทคโนโลยีสมัยใหม่

เพื่อให้เข้าใจลักษณะการทำงานของ Internet of Things ในภาพใหญ่ ลองจินตนาการณ์ว่าอินเทอร์เน็ตเป็นเสมือนสายไฟที่เชื่อมโยงกลุ่ม IoTเสมือนหนึ่ง Wiring เส้นเล็กๆ ที่เชื่อมโยงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ บนแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic circuit board) ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรากฏ

3

บนแผงวงจรเปรียบเสมือน Internet of Things ที่ประกอบด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมโยงกับสิ่งของหรือวัตถุต่างๆ ในโลกกายภาพ ทำให้สรรพสิ่งเหล่านี้กลายเป็น Data Point ที่รับส่งข้อมูลจากสรรพสิ่งอื่นๆ ในโลกได้ผ่านอินเทอร์เน็ต ผลที่ได้คือทั้งคน เครื่องจักร สินค้า สถานที่ และอื่นๆ สามารถถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกันเพื่อมุ่งหวังผลอย่างใดอย่างหนึ่งเปรียบเสมือนกับแผงวงจรไฟฟ้าที่ถูกออกแบบให้ทำงานด้วยวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน

ดังนั้น IoTจึงเป็นองคประกอบสำคัญของการออกแบบระบบงานสมัยใหม่เพื่อให้เกิดการปฏิสัมพันธ์กันระหว่างสรรพสิ่งในโลกกายภาพกับข้อมูล กระบวนการ และการบริการต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในโลกดิจิทัล นำไปสู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ทำให้เกิดคุณค่าแก่ผู้ในเกี่ยวข้องอย่างไม่มีที่สิ้นสุดในยุคของเศรษฐกิจดิจิทัล

การออกแบบระบบงานที่ใช้ IoTอุปมากับแผงวงจรไฟฟ้า นอกจากจะได้ประโยชน์มากมายตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ข้อมูลที่ถูกส่งออกสู่ภายนอกจาก Data Points ซึ่งก็คือสรรพสิ่งที่ถูกทำให้เป็น Internet of Things นั้น จะช่วยให้เราติดตาม (Track) สถานภาพการทำงานของสรรพสิ่งแบบเรียลไทม์ได้อย่างต่อเนื่องแล้ว โดยเฉพาะการแปลงบุคคลที่พกพาสมาร์ทโฟนติดตัวให้เป็น Data Points ได้ด้วยนั้นเป็นสิ่งอัศจรรย์ที่ก่อเกิดประโยชน์มหาศาลรวมทั้งทำให้เกิดการปฏิรูปธุรกิจครั้งใหญ่ที่จะตามมา

ความสามารถที่จะทำการสกัดข้อมูลจากสิ่งของทางกายภาพรอบตัวเราตั้งแต่อุปกรณ์ เครื่องจักร ของใช้ในครัวเรือน และสินค้าต่างๆ ทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภคจะช่วยให้เราทำการวิเคราะห์และสังเคราะห์จากข้อมูลมหาศาลนี้เพื่อเกิดประโยชน์ในการรับรู้สิ่งที่ได้เกิดขึ้นและสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างมีหลักการแทนที่จะใช้วิธีเดาสุมอย่างในอดีต ทำให้เราสามารถเรียนรู้แนวทางปฏิบัติในอดีตและแนวโน้มของอนาคตตลอดจนพฤติกรรมของผู้ที่เกี่ยวข้องกับกิจการงานด้านต่างๆ

ทั้งหมดนี้เป็นองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์มหาศาลต่อการวางแผนในทุกๆ ระดับ สรรพสิ่งและอุปกรณ์ที่เชื่อมโยงกันจะส่งข้อมูลเป็นการรายงานผลการทำงาน สภาพทั่วๆ ไปเกี่ยวกับตนเอง รวมทั้งข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่ถูกกำหนด ข้อมูลมหาศาลเหล่านี้ถูกนำไปวิเคราะห์และนำไปสู่การกำหนดแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม และเมื่อนำข้อมูลเหล่านี้มารวมกับข้อมูลอื่นจากเครือข่ายสังคม และจาก Data Points อื่นๆ เช่นอุปกรณ์ Sensors และตัวคนเราด้วย ทำให้เกิดประโยชน์นาๆ ประการยากเกินกว่าจะจินตนาการณ์

และเมื่อรวมกับความสามารถที่มีอยู่เดิม เช่นการทำงานแบบอัตโนมัติ ความสามารถในการคาดคะเนล่วงหน้า (Predictive analytics) ความสามารถในการใช้ Artificial Intelligent กับเครื่องจักรกล ทำให้แนวทางแข่งขันการทำธุรกิจจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง แน่นอนธุรกิจที่สามารถปรับใช้ความสามารถของ Internet of Things และการใช้ Data Analytics ได้ดีย่อมจะมีศักยภาพการแข่งขันที่สูงกว่าอย่างแน่นอน

A1

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_2

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com