www.cioworldmagazine.com

 Breaking News
  • กลุ่ม ปตท. ร่วมกับ ไรส์’ จัด D-Next: Demo Day 2018 บริษัท พีทีที ดิจิตอล โซลูชั่น จำกัด (PTT Digital) ร่วมกับ RISE สถาบันเร่งสปีด นวัตกรรมองค์กร และสตาร์ทอัพระดับภูมิภาค โชว์ผลงาน Prototype ของ 15 ทีม สตาร์ทอัพระดับโลก ที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วม Bootcamp พัฒนาศักยภาพ ขยายการเติบโตธุรกิจตลอดระยะเวลา 3 เดือน ต่อผู้บริหารกลุ่ม ปตท. นักลงทุนและนักธุรกิจชั้นนำในวงการสตาร์ทอัพกว่า 300 ท่าน...
  • HPE Flash Forward 2018 ให้ HPE เป็นคู่คิดและพันธมิตรในการผลักดันธุรกิจของคุณให้ก้าวไปอย่างรวดเร็ว ถึงเวลาก้าวให้ทันโลกดิจิทัลที่กำลังเคลื่อนไปเร็วราวกับสายฟ้าด้วยระบบจัดเก็บข้อมูลแฟลชที่ทันสมัยและรองรับการทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด...
  • แผนดูแลลูกค้ายุคดิจิทัลของ AIS Technology มาพร้อมกับ Human Touch AIS เดินหน้าตามยุทธศาสตร์ Digital for Thais เผยกลยุทธ์ดูแลลูกค้ายุคดิจิทัล ผสาน Technology กับ Human Touch ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม ครบทุกด้าน รวดเร็ว สะดวกสบาย ปลอดภัย...
  • AI For the Data Center Workshop HPE ขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัส สุดยอดเทคโนโลยีและโซลูชั่นของเทรนด์ใหม่ของ Big Data และ Analytic จาก HPE...
  • สร้างความแข็งแกร่งของ Web Application Firewall ด้วย AI “ฟอร์ติเน็ตใช้แมชชีนเลิร์นนิ่งใน FortiWeb Web Application Firewall ตรวจจับภัยคุกคามขั้นสูงเรียนรู้ด้วยระบบ AI แบบสองขั้นตอนช่วยปรับปรุงความแม่นยำในการตรวจหาการโจมตีผ่านเว็บแอพพลิเคชั่น”...

ธุรกิจในศตวรรษที่ 21 บทบาทของภาครัฐในการส่งเสริมอุตสาหกรรม 4.0

ธุรกิจในศตวรรษที่ 21 บทบาทของภาครัฐในการส่งเสริมอุตสาหกรรม 4.0
November 22
13:42 2017

“การแปลงธุรกิจไปสู่ธุรกิจดิจิทัลมีความจำเป็นอย่างยิ่งถ้าโจทย์คือการต้องการสร้างความอยู่รอดในอนาคต แต่บนเส้นทางไปสู่จุดนั้นมีหลายองค์ประกอบที่ต้องช่วยผลักดันให้เกิดขึ้นเป็นมาตรฐาน ในบทความนี้ขอแนะนำแนวคิดในเรื่องบทบาทของภาครัฐในการส่งเสริมอุตสาหกรรม 4.0ที่ต้องผลักดันให้เกิดให้ได้”

 

HPE1 662x190

3เป้าหมายของรัฐบาลภายใน 10-20 ปี นับจากนี้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจทุกกิจกรรมจะต้องเชื่อมต่อภายในและระหว่างประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล นำประเทศไทยไปเป็นส่วนสำคัญของระบบห่วงโซ่คุณค่าโลก (Global Value Chain) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ประเทศไทยต้องเริ่มสนับสนุนให้ธุรกิจไทย โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางขนาดย่อมDigitize ตนเองให้เป็น Digital Business เพื่อให้เกิดความพร้อมที่จะเชื่อมโยงกับเครือข่ายธุรกิจต่างประเทศต่อไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยภาครัฐจะต้องเตรียมให้การสนับสนุนภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ในสิ่งต่อไปนี้

1. สนับสนุนให้อุตสาหกรรมปรับตัวให้เป็นธุรกิจดิจิทัล

การ Digitize ให้เป็นธุรกิจดิจิทัลนั้นต้องเริ่มจากการช่วยให้ปรับขั้นตอนการทำงาน (Business processes) เป็นดิจิทัล และสามารถเชื่อมโยงกับคู่ค้าโดยเฉพาะผู้ซื้อรายใหญ่เพื่อทำรายการค้า (Business Transaction) แบบออนไลน์ ในเบื้องต้นควรครอบคลุมรายการค้าสำคัญพื้นฐาน 4 ชนิดคือรายการสั่งซื้อ (Purchasing Order, PO)รายการขาย (Invoice)รายการสั่งจ่ายเงิน (Payment)และ รายการรับเงิน (Receive)

จุดเริ่มต้นเพื่อเตรียมตัวสู่อุตสาหกรรม 4.0 นี้รัฐบาลต้องเร่งสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมอย่างน้อยในเรื่องต่อไปนี้

1)สนับสนุนให้ใช้มาตรฐานข้อมูลและ Standard Messagesประกอบด้วย
* มาตรฐานรหัสสินค้าสากล ซึ่งขณะนี้ภาครัฐและเอกชนได้ตกลงเลือกมาตรฐาน Global Trade Item Number (GTIN 13 หลัก) ของ GS1
* มาตรฐานรหัสแยกกลุ่มสินค้า ซึ่งขณะนี้ได้ตกลงใช้รหัส UNSPSC ของสหประชาชาติ (UN Development Programme (UNDP)) ภายใต้การจัดการของ GS1 รหัส UNSPSC เป็นมาตรฐานรหัสแยกกลุ่มสินค้าและบริการหลายระดับ ซึ่งมีความสำคัญมากสำหรับการบริหารจัดการการค้าระดับสากล
* มาตรฐานใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ ที่ขับเคลื่อนโดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ธนาคารแห่งประเทศไทย กรมสรรพากร และสภาอุตสาหกรรม โดยใช้มาตรฐานที่อิงกับมาตรฐานของ UN/CEFACTมาตรฐานใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์นี้ครอบคลุมถึงเอกสารรายการค้าอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ เช่น ใบกำกับภาษี (e-Tax Invoice) ใบเสร็จรับเงิน (e-Receipt) และอื่นๆ การใช้มาตรฐานรายการค้าอิเล็กทรอนิกส์ชุดนี้จะทำให้การค้าออนไลน์ของไทยแบบ End-to-end ทำได้สมบูรณ์ขึ้น
* มาตรฐานข้อมูลการชำระเงิน ธนาคารแห่งประเทศได้ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ร่วมพัฒนามาตรฐานกลางข้อความการชำระเงิน (Nation Payment Message Standard) ที่จะส่งผลให้ข้อมูลการค้าและข้อมูลการชำระเงินเชื่อมโยงกันได้โดยอัตโนมัติแบบ Straight-Through Processing ซึ่งจะช่วยเพิ่มความรวดเร็วและลดต้นทุนในกระบวนการทางธุรกิจ ประเทศไทยได้เลือกใช้มาตรฐาน ISO 20022

2)สนับสนุนให้พัฒนาระบบซอฟต์แวร์ธุรกิจสำหรับธุรกิจขนาดกลางขนาดย่อม
ธุรกิจขนาดกลางขนาดย่อม (SMEs) ทำธุรกิจด้วยขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อนเหมือนธุรกิจขนาดใหญ่ ขั้นตอนของงานค่อนข้างจะเรียบง่ายแต่ก็ครอบคลุมงานภายในห่วงโซ่คุณค่า ทั้งกระบวนการหลัก (Core processes) จากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ และกระบวนการสนับสนุน (Supporting processes) เหมือนกับธุรกิจขนาดใหญ่กระบวนงานนั้นมีความหลากหลายในแนวกว้าง แต่งานทุกขั้นตอนไม่ลงลึกมากเหมือนธุรกิจขนาดใหญ่

2เมื่อเป็นเช่นนี้ ระบบ Enterprise Resource Planning หรือ ERP โดยย่อ ที่ให้บริการอยู่ในตลาดปัจจุบัน ถึงแม้จะเป็นระบบเล็กก็ตาม ก็ยังมีความซับซ้อนมากเกินความต้องการของ SMEs และมี Functions/Features เกินความจำเป็น นอกจากจะทำให้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการใช้ระบบงานเหล่านี้สูงเกินไป ยังเสียเวลาในการเรียนรู้โดยไม่จำเป็น

อีกทั้งระบบ ERP เหล่านี้ไม่สามารถปรับตัวให้ทำงานตามความต้องการของธุรกิจได้เร็วตามความจำเป็น อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายสูง ทำให้ธุรกิจ SMEs มีความรู้สึกว่าระบบ ERP เหล่านี้ไม่เหมาะสมกับธุรกิจขนาดกลางขนาดย่อม เป็นผลให้ SMEs ส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีไอซีทีและไม่พร้อมที่จะปรับธุรกิจเข้ากับสภาพการทำธุรกิจแบบออนไลน์ดังเช่นธุรกิจขนาดใหญ่

แต่ด้วยเหตุที่ธุรกิจ SMEs เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจทุกขนาด เมื่อระบบเศรษฐกิจระดับโลกกำลังจะปรับตัวเข้าสู่การทำธุรกิจออนไลน์แบบ End-to-end ตลอดห่วงโซ่คุณค่ากลุ่มธุรกิจ SMEs จึงจำเป็นต้องถูก Digitized ซึ่งหมายถึงต้องปรับกระบวนการทำงานทั้งระบบภายในและส่วนที่ทำธุรกรรมกับบุคคลภายนอกด้วยกระบวนงานที่ใช้ดิจิทัลต้องสามารถรองรับการแข่งขันที่อาศัยความรวดเร็ว (Speed) ปรับเปลี่ยนได้คล่องตัวตามพลวัตรของตลาด (Agility) และสามารถเข้าถึงตลาดได้กว้างไกล (Market reach) ด้วยต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ต่ำได้

ระบบสารสนเทศที่เหมาะกับธุรกิจ SMEs ในยุคดิจิทัลต้องมีลักษณะที่บริการด้วย Cloud Computing มีระบบซอฟต์แวร์ที่เลือกและปรับตัวได้ตามความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างง่าย และมีให้เลือกที่หลากหลาย ด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำผู้ใช้ไม่ต้องใช้เวลาเรียนรู้นาน และสามารถทำงานได้ด้วยอุปกรณ์พกพาที่มีอยู่ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องลงทุนอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ หรือถ้ามีก็มีไม่มาก เป็นระบบสารสนเทศที่สามารถปรับให้ทำงานในสภาพแวดล้อมของธุรกิจทุกรูปแบบ เทคโนโลยีซอฟต์แวร์แบบ Microserviceจึงเหมาะที่จะพัฒนาเพื่อการ Digitize ธุรกิจของ SMEs ตามแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0

ในระยะ 10-20 ปีที่ผ่านมา เรามีเทคโนโลยีลักษณะคล้ายกับ Microservicesที่รู้จักในชื่อว่า SOA หรือ Service Oriented Architecture แต่ SOA ในยุคแรกมีความสลับซับซ้อนมาก และผลผลิตคือชิ้นส่วนของซอฟต์แวร์ (Software components) นั้นใช้ยาก เพราะต้องอาศัยเทคโนโลยีระดับสูง นอกจากนี้ยังต้องลงทุนมาก ซึ่งแน่นอน เป็นเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะกับธุรกิจ SMEs ด้วยนาๆ ประการ

SOA ถือได้ว่าเป็นก้าวแรกที่คนเราพยายามหาวิธีที่ทำให้ซอฟต์แวร์ถูกสร้างได้ง่ายและใช้ง่ายและมีค่าใช้จ่ายต่ำ แต่ก็พบอุปสรรค์ด้วยเหตุที่เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ยาก ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกฝนอย่างชำนาญ และใช้เวลาพัฒนาค่อนข้างยาวเทคโนโลยี Microserviceถือได้ว่าเป็นผลจากการปรับปรุงเพื่อให้แนวคิดการสร้างซอฟต์แวร์เป็นชิ้นๆ นั้นทำได้ง่ายขึ้น ด้วยค่าใช้จ่ายต่ำMicroserviceจึงเหมาะสำหรับการ Digitize ธุรกิจ SMEs เพื่อให้ SMEs จะได้กลายเป็นกลุ่มหนึ่งของเครือข่ายการค้าโลกที่นับวันจะพัฒนาการค้าสู่ระบบดิจิทัลมากขึ้น

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_1

Like Us On Facebook

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com

Categories