www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

การท่องเที่ยวยุคหลัง COVID-19

การท่องเที่ยวยุคหลัง COVID-19
July 21
20:42 2020

ผลกระทบของวิกฤตโควิดที่ลึก กว้าง และไกล จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของการท่องเที่ยว จนกลายเป็นความปกติใหม่ ที่อาจไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิม ผู้คาดการณ์ว่า การท่องเที่ยวหลังยุค COVID-19 จะมีอยู่ 8 กลุ่มที่มีลักษณะต่างกัน

 

ภาคการท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 อย่างรุนแรง กว้างขวาง และยาวนาน เนื่องจากมีผู้เล่นที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก และพึ่งพารายได้จากต่างประเทศเป็นหลัก มาตรการ lock down ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวเป็นศูนย์บาท ขณะที่การฟื้นตัวขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกเป็นส่วนใหญ่ อาทิ การระบาดในต่างประเทศ ภาวะเศรษฐกิจโลกและนโยบายระหว่างประเทศ

ผลกระทบของวิกฤตโควิดที่ลึก กว้าง และไกล จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของการท่องเที่ยว จนกลายเป็นความปกติใหม่ ที่อาจไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิม ทั้งนี้ ผมคาดการณ์ว่า การท่องเที่ยวหลังยุคโควิดจะมีลักษณะดังต่อไปนี้

1. การท่องเที่ยวแบบอิสระ (Independent Tourism)

การท่องเที่ยวจะเป็นแบบส่วนตัวมากขึ้น นักท่องเที่ยวจะวางแผน หาข้อมูล จองตั๋วเครื่องบิน และจองโรงแรมด้วยตัวเองทำให้แผนการท่องเที่ยวมีความเฉพาะตัวลักษณะนักท่องเที่ยวอาจเป็นผู้เดินทางเพียงลำพังครอบครัว หรือนักท่องเที่ยวกลุ่มเล็กที่รู้จักสนิทสนมกัน

การท่องเที่ยวแบบอิสระเป็นผลมาจาก ความกังวลด้านสุขภาพจากการเดินทางไปกับกรุ๊ปทัวร์ขณะที่เทคโนโลยีดิจิทัลเอื้อต่อการเข้าถึงข้อมูลการท่องเที่ยว การวางแผน และการท่องเที่ยวแบบอิสระ อาทิ เทคโนโลยีแผนที่และระบบนำทาง แพลตฟอร์มจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม รถเช่า และเครือข่ายสังคมออนไลน์ด้านการท่องเที่ยวฯลฯ

2. การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (Experiential Tourism)

นักท่องเที่ยวจะให้ความสำคัญกับประสบการณ์จากการท่องเที่ยวมากขึ้น โดยสนใจทำกิจกรรมหรือเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่เน้นการท่องเที่ยวแบบมีส่วนร่วมกับวิถีชีวิต และวัฒนธรรมของประชาชนในท้องถิ่นและในชนบทมากขึ้น และมีระยะเวลาการพักนานขึ้น

หลังโควิด คนหนุ่มสาวจะเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มแรก ๆ ที่ออกเดินทาง เพราะมีความเสี่ยงด้านสุขภาพต่ำกว่าเด็กและคนสูงอายุซึ่งคนกลุ่มนี้มีความต้องการประสบการณ์การท่องเที่ยวที่แปลกใหม่และการขยายตัวของเศรษฐกิจแบ่งปัน (sharing economy) ทำให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงการท่องเที่ยวในท้องถิ่นได้ง่ายขึ้น

3.การท่องเที่ยวที่ปลอดภัย (Safety Tourism)

การระบาดของโควิดทำให้ผู้คนมีความตระหนักด้านสุขภาพมากขึ้น นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวที่สะอาดปลอดภัยแม้ในอนาคต รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการปิดประเทศแล้ว นักท่องเที่ยวต่างประเทศอาจจะยังไม่กลับมาหากไม่เชื่อมั่นด้านความสะอาดของบริการด้านท่องเที่ยวในประเทศไทย

ด้วยเหตุนี้ ภาคการท่องเที่ยวหลังยุคโควิดจึงต้องพัฒนามาตรฐานด้านสุขอนามัยทั้งระบบ ซึ่งไม่เพียงแต่มาตรฐานในแต่ละองค์กรและแต่ละบริการเท่านั้น แต่รวมถึงมาตรฐานสุขอนามัยในชุมชนหรือพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวมาตรฐานตลอดห่วงโซ่อุปทานของการท่องเที่ยวและมาตรฐานตลอดโปรแกรมหรือเส้นทางการท่องเที่ยว

4. การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health Tourism)

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะได้รับความนิยมมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) ซึ่งเน้นบริการรักษาพยาบาลด้วยการแพทย์สมัยใหม่ การท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ (Wellness Tourism) โดยใช้ทั้งวิทยาศาสตร์สมัยใหม่และภูมิปัญญาดั้งเดิม นอกจากนี้ ในระยะยาว การท่องเที่ยวและบริการการดูแลผู้สูงอายุจะมีความต้องการมากขึ้น

ประเทศไทยมีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมากขึ้น เนื่องจากวิกฤตโควิดทำให้ความตระหนักด้านการดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้น และสัดส่วนผู้สูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นขณะที่ประเทศไทยมีชื่อเสียงด้านบริการสุขภาพ เพราะมีบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพในราคาไม่แพง มีภูมิปัญญาการแพทย์แผนโบราณ และคนไทยมีใจแห่งการบริการ รวมทั้งยังสามารถควบคุมการระบาดของโควิดได้อย่างมีประสิทธิผล

5. การท่องเที่ยวบูรณาการการทำงานและการพักผ่อน (Wleisure Tourism)

ผมได้สร้างศัพท์คำว่า Wleisure Tourism ซึ่งต่างจากคำศัพท์เดิม คือ Bleisure Tourism ที่หมายถึง การเดินทางไปทำงานหรือติดต่อธุรกิจ แต่ใช้โอกาสนี้ไปท่องเที่ยวด้วยแต่ Wleisure Tourism คือ การเปลี่ยนสถานที่ทำงานและพักผ่อนไปพร้อมกัน เพื่อค้นหาแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานนักท่องเที่ยวสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยไม่ขึ้นอยู่กับฤดูกาลหรือวันหยุดราชการ

Wleisure Tourism จะได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะคนทำงานจากบ้านจะเพิ่มจำนวนขึ้น ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้ธุรกิจหันไปจ้างงานบุคคลภายนอก (outsource to individual) มากขึ้นขณะที่คนว่างงานจำนวนมากจะหันไปประกอบอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ และค้าขายออนไลน์มากขึ้น ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้มีความยืดหยุ่นด้านกาลเทศะในการทำงาน

6. การท่องเที่ยวอัจฉริยะ (Smart Tourism)

เทคโนโลยีใหม่จะถูกนำมาใช้ในภาคการท่องเที่ยวมากขึ้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว เช่น การใช้หุ่นยนต์หรือปัญญาประดิษฐ์เพื่อลดการสัมผัสและปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล การใช้ระบบอัตโนมัติลงทะเบียนนักท่องเที่ยว เพื่อจำกัดจำนวนและรักษาระยะห่างของนักท่องเที่ยว การใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้า (facial recognition) ติดตามและตรวจสอบย้อนกลับการเดินทางของนักท่องเที่ยว เป็นต้น

เทคโนโลยีใหม่ยังช่วยทำให้การบริการนักท่องเที่ยวมีความสะดวก รวดเร็วช่วยสร้างคุณค่าและประสบการณ์การท่องเที่ยวที่แปลกใหม่ เช่น การจัดระบบเช็คอินและโหลดกระเป๋าอัตโนมัตินอกสนามบิน การให้บริการการท่องเที่ยวเสมือนจริง (virtual tourism) โดยใช้วิดีโอ 360 องศาหรือ virtual reality หรือการพัฒนาบริการมัคคุเทศก์ออนไลน์หรือมัคคุเทศก์ปัญญาประดิษฐ์ เป็นต้น

7. การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (Green Tourism)

การท่องเที่ยวหลังยุค COVID-19 จะเป็นการท่องเที่ยวที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น และสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง ความนิยมในการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์จะเพิ่มขึ้นอาทิ การท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติการทำกิจกรรมกลางแจ้งการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีอากาศสะอาด เป็นต้น

วิกฤตโควิดทำให้เกิดความตระหนักด้านการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเพราะประชาชนได้เห็นผลดีจากการปิดแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งทำให้ธรรมชาติฟื้นฟูตัวเองจนกลับมาสมบูรณ์มากขึ้นวิกฤตโควิดยังเป็นโอกาสจัดระเบียบการท่องเที่ยวโดยเฉพาะการรักษาระยะห่างทางกายภาพทำให้ต้องจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวซึ่งช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

8. การท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short Distance Tourism)

แนวโน้มการท่องเที่ยวระยะใกล้จะเพิ่มขึ้น จากนักท่องเที่ยวในประเทศจากประเทศเพื่อนบ้านและจากประเทศในภูมิภาครูปแบบการท่องเที่ยวอาจเป็นแบบไปเช้า-เย็นกลับมากขึ้น โหมดของการเดินทางจะเป็นการโดยสารเครื่องบินระยะสั้นและการเดินทางทางบกมากขึ้นโดยเฉพาะรถยนต์ส่วนตัว

การท่องเที่ยวระยะใกล้เป็นผลจากความกังวลในการเดินทางพร้อมกับคนจำนวนมาก โดยเฉพาะการเดินทางระยะไกลที่จำเป็นต้องรับประทานอาหารระหว่างการเดินทางทำให้มีความเสี่ยงติดเชื้อมากขึ้น ขณะที่การเว้นระยะห่างของผู้โดยสาร จะทำให้ต้นทุนของการเดินทางเพิ่มสูงขึ้นการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า

สถานการณ์ COVOD-19 จะอยู่กับเราอย่างน้อย 2 ปีแม้ว่าการระบาดในประเทศจะควบคุมได้แล้วแต่ในต่างประเทศยังมีการระบาดอยู่ดังนั้นการท่องเที่ยวไทยจะยังได้รับผลกระทบไปจนกว่าจะมีวัคซีนผมจึงขอให้กำลังใจผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคการท่องเที่ยวขอให้มีสติ เรียนรู้ และปรับตัว เพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ไปได้

Tags

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.