www.cioworldmagazine.com

 Breaking News
  • Cyber security 2020 “CIO World&Business ได้รวบรวม การคาดการณ์ด้านการรักษาความปลอดภัยที่มีโอกาสจะเกิดขึ้นในปี 2563 จาก ผู้ให้บริการระบบการรักษาความปลอดภัยหลายๆ ราย ทั้งจาก พาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์, ฟอร์ติเน็ต และ เทรนด์ไมโคร ที่มีประโยชน์อย่างมากต่อผู้บริหารในสายเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึง C-Level ในสายงานอื่นๆ ทุกคน”...
  • CIO คือ ผู้นำองค์กรไปสู่ความสำเร็จในอนาคต “ผลการศึกษาฉบับล่าสุดชี้ให้เห็นว่าซีไอโอจะเป็นบุคคลสำคัญในการนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จในอนาคต และความสามารถของซีไอโอในการควบคุมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อสร้าง ขับเคลื่อน จัดการ เชื่อมต่อและปกป้อง คือ ปัจจัยสู่ความสำเร็จของธุรกิจ”...
  • ‘DES’ BIG MISSION DIGITIZING THAI ECONOMY เดินหน้าประเทศไทย สู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล วิสัยทัศน์ 15 คณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมขับเคลื่อนประเทศสู่ดิจิทัล ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เท่าเทียม ทั่วถึง เป็นธรรม...
  • สร้างกำไรธุรกิจ ยุค Digital Disruption ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลในระบบ eProcurement สัมภาษณ์พิเศษ อภิสิทธิ์ คุปรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พันธวณิช จำกัดกับการเปลี่ยนบทบาทของการจัดซื้อมาเป็นเชิงรุก จะทำให้องค์กรได้รับประโยชน์จากต้นทุนที่ลดลง นั่นหมายถึง Profit Margin ที่สูงขึ้น ถึงแม้ว่ารายได้จะยังคงเดิมก็ตาม...
  • เตรียมความพร้อมองค์กร สร้างมาตรฐานความน่าเชื่อถือระดับโลก รับ พ.ร.บ. ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ฯ “คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องมาตรการเฝ้าระวังทางไซเบอร์เตรียมความพร้อมองค์กรและหลักการพิจารณาโซลูชั่นระบบการรักษาความปลอดภัยช่วยองค์กรตอบข้อกำหนดของพ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และพ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้”...

โอกาสของไทยในการร่วมมือกับจีน

โอกาสของไทยในการร่วมมือกับจีน
December 10
12:33 2019

“บทวิเคราะห์ในมุมมองของผู้เขียน เกี่ยวกับโอกาสด้านความร่วมมือระหว่างไทยและจีน โดยพิจารณาในมุมมองของไทย เกี่ยวกับโอกาสที่ไทยจะได้ประโยชน์จากจีน มีอย่างน้อย 3 ด้าน ที่ประเทศไทยและจีนสามารถร่วมมือกันได้”

บทความครั้งที่ผ่านมา ผมได้วิเคราะห์แนวโน้มความสัมพันธ์ระหว่างจีนและอาเซียนในทศวรรษหน้า ในบทความนี้ผมจะขอวิเคราะห์เจาะจงเกี่ยวกับโอกาสด้านความร่วมมือระหว่างไทยและจีน โดยพิจารณาในมุมมองของไทย เกี่ยวกับโอกาสที่ไทยจะได้ประโยชน์จากจีน ซึ่งในความเห็นของผม มีอย่างน้อย 3 ด้าน ที่ประเทศไทยและจีนสามารถร่วมมือกันได้

1. เกษตรกรรมสมัยใหม่
ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกเกษตรกรรมชั้นนำของโลก โดยเป็นผู้ส่งออกอันดับต้นๆ ของโลกในหลายผลิตภัณฑ์ และมีผลผลิตหลายชนิดที่มีคุณภาพสูงเป็นที่ต้องการของตลาดจีน แต่ภาคเกษตรของไทยก็มีแนวโน้มขาดแคลนแรงงานเกษตรมากขึ้น เพราะแรงงานในภาคเกษตรของไทยโดยส่วนใหญ่ค่อนข้างมีอายุมากและขาดการศึกษา แต่ลูกหลานหันไปทำงานในภาคเศรษฐกิจอื่นมากขึ้น

ดร.เกรียงศักดิ์ในขณะที่ประเทศจีนต้องเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะการผลิตอาหารให้เพียงพอกับความต้องการของประชากร 1.4 พันล้านคน ประกอบกับประชาชนมีกำลังซื้อสูงขึ้น ทำให้มีความต้องการสินค้าเกษตรจำนวนมากขึ้น หลากหลายมากขึ้น และคุณภาพสูงขึ้น ด้วยความท้าทายดังกล่าว จีนจึงลงทุนในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรเป็นจำนวนมาก เพื่อเพิ่มผลิตภาพและคุณภาพของผลผลิตในประเทศ รวมทั้งออกไปลงทุนทำการเกษตรในต่างประเทศ เช่น การทำฟาร์มเกษตรในทะเลทรายในตะวันออกลาง โดยใช้เทคโนโลยีเรือนกระจก (greenhouse) เป็นต้น

ไทยและจีนจึงมีโอกาสในการสร้างความร่วมมือด้านเกษตรกรรม โดยเฉพาะการเชื่อมโยงสายโซ่แห่งคุณค่า (value chain) ในการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรกับประเทศจีน เพื่อการพัฒนาผลิตภาพและคุณภาพของการผลิต การเก็บรักษา การแปรรูป การค้าและการขนส่งสินค้าเกษตรของไทย ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศจีนด้วย เช่น การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ และการเกษตรแบบแม่นยำสูง (precision agriculture) การใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในการควบคุมและตรวจสอบมาตรฐานการผลิตภาคเกษตรทุกขั้นตอน เป็นต้น

2. อุตสาหกรรมนวัตกรรม
ประเทศจีนมีการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ด้วยการพัฒนาทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในประเทศ การส่งคนเก่งไปศึกษาในสถาบันที่ดีที่สุดในโลก การดึงนักวิทยาศาสตร์จีนที่อยู่ในต่างประเทศกลับมาทำงานในประเทศ และการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาจำนวนมหาศาล รวมทั้งการเข้าไปซื้อธุรกิจเทคโนโลยีในต่างประเทศ รัฐบาลจีนยังกำหนดวิสัยทัศน์ให้ประเทศจีน เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสำคัญของโลกในปี 2020 และเป็นผู้นำโลกด้านนวัตกรรมและวิทยาศาสตร์ในปี 2050

ปัจจุบัน ประเทศจีนมีจำนวนการตีพิมพ์ผลงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แซงหน้าสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป แต่ผลงานยังไม่ถูกอ้างอิงมากนัก จำนวนบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และการวิจัยและพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มหาวิทยาลัยหลายแห่งในจีนมีคุณภาพติดอันดับโลก จีนยังมีแนวโน้มเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของโลกหลายสาขา อาทิ เทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล โดยเฉพาะ 5G เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง เทคโนโลยีพลังงานสะอาด เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ ฯลฯ

ในขณะที่ ประเทศไทยต้องการก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง โดยการพัฒนาการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การลงทุนในการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมที่มีนวัตกรรม เพื่อปรับโครงสร้างการผลิตไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ที่มีนวัตกรรม ทั้งนี้รัฐบาลไทยมีนโยบายประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0) โดยโครงการที่เป็นเรือธงของนโยบายนี้ คือ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ Eastern Economic Corridor (EEC) ซึ่งให้สิทธิพิเศษส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย

ประเทศไทยมีโอกาสร่วมมือกับจีนในการพัฒนาอุตสาหกรรมนวัตกรรม เนื่องจากรัฐบาลจีนมีนโยบาย ผลิตในประเทศจีน 2025 (Made in China 2025) ซึ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมที่ไทยต้องการดึงดูดการลงทุน ได้แก่ อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม ดิจิทัล การแพทย์ครบวงจร การบินและโลจิสติกส์ และยานยนต์สมัยใหม่ ทั้งนี้ความร่วมมืออาจอยู่ในรูปแบบที่ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศน์นวัตกรรมของจีน เพื่อสร้างความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนา การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมนวัตกรรม

3. บริการมูลค่าเพิ่มสูง
การขยายตัวทางเศรษฐกิจและการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนชนชั้นกลางในประเทศจีนและเอเชีย ทำให้มีความต้องการบริการที่มีคุณภาพสูงขึ้น และมีการให้บริการข้ามพรมแดนมากขึ้น จึงเป็นโอกาสสำหรับไทยและจีนในการร่วมมือกันพัฒนาบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เพื่อตอบสนองความต้องการที่ขยายตัวขึ้นในอนาคต

ตัวอย่างของบริการมูลค่าเพิ่มสูงที่ทั้งสองประเทศสามารถร่วมมือกันได้ คือ บริการด้านการค้าและโลจิสติกส์ เนื่องจากปัจจุบันจีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยและอาเซียน มีมูลค่าการค้าผ่านระบบออนไลน์ขยายตัวขึ้น ประเทศไทยยังมีตำแหน่งที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในขณะที่จีนต้องการเชื่อมต่อเส้นทางคมนาคมมายังอาเซียนตามยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 จึงเป็นโอกาสที่ทั้งสองประเทศจะร่วมมือกันในการพัฒนาบริการการค้าและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ

อีกตัวอย่างหนึ่ง คือ บริการการท่องเที่ยวมูลค่าเพิ่มสูง เนื่องจากประเทศไทยเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวระดับโลก ในปี 2561 มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้าไทยประมาณ 38 ล้านคน ติดอันดับ 9 ของโลก โดยนักท่องเที่ยวจีนเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติอันดับหนึ่งในประเทศไทย ประเทศไทยจึงควรร่วมมือกับจีนในการพัฒนาภาคการท่องเที่ยว โดยการผนวกกิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงเข้าไปในกิจกรรมการท่องเที่ยว เช่น บริการทางการแพทย์และการดูแลสุขภาพและความงาม ที่พำนักและการบริการสำหรับผู้สูงอายุ การศึกษาและฝึกอบรม เป็นต้น

ปัจจุบัน มีนักลงทุนจากประเทศจีนเข้ามาทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและบริการอื่นๆ ในประเทศไทยมากขึ้น เช่น นักลงทุนจากจีนมาซื้อมหาวิทยาลัยในประเทศไทย เพื่อรองรับนักศึกษาจากจีน เป็นต้น อย่างไรก็ดี การลงทุนของจีนในธุรกิจการท่องเที่ยวบางส่วนยังขาดคุณภาพมาตรฐานและผิดกฎหมาย ดังนั้นไทยและจีนควรร่วมมือกันในการพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานสูง เช่น การส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจท่องเที่ยวคุณภาพสูง การพัฒนามัคคุเทศก์และบุคลากรในธุรกิจบริการ การพัฒนาด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เป็นต้น

การก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจของจีน นับเป็นโอกาสสำหรับประเทศไทยในการแสวงหาประโยชน์จากความร่วมมือกับจีน และพัฒนาประเทศไปสู่ประเทศรายได้สูง ทั้งนี้ทั้งนั้น เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อน และความต้องการของทั้งสองประเทศ เพื่อที่จะออกแบบความร่วมมือที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกัน

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com