www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

ประเทศไทยควรวัดความเจริญด้วยดัชนี GNH หรือไม่

ประเทศไทยควรวัดความเจริญด้วยดัชนี GNH หรือไม่
March 06
11:12 2015

“ประเทศไทยอาจเหมาะกับการวัดความเจริญของประเทศด้วย ความสุขมวลรวมประชาชาติ หรือ Gross National Happiness (GNH) ซึ่งมีข้อดีข้อเสีย ผู้เขียนได้ประมวลมาให้อ่านในบทความนี้แล้ว

[block]เมื่อกล่าวถึง ประเทศภูฐาน นอกจากจะนึกถึงความสวยงามของธรรมชาติในประเทศภูฐานแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนนึกถึงและให้ความสนใจ คือ การที่ภูฏานเป็นเพียงประเทศเดียวในโลกที่ใช้ “ความสุขมวลรวมประชาชาติ” หรือ Gross National Happiness (GNH) เป็นดัชนีวัดความเจริญของประเทศมาเป็นเวลานาน จนกลายเป็นที่นิยมชมชอบไปทั่วโลก

ในประเทศไทย มีนักวิชาการบางส่วนเคยเสนอว่า ประเทศไทยไม่ควรวัดความเจริญของประเทศด้วยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP แต่ควรวัดด้วย GNH ซึ่งผมเห็นว่าเป็นแนวคิดน่าสนใจ ในบทความนี้ ผมจะขอวิเคราะห์ถึงจุดเด่นและจุดด้อยของดัชนี GNH ของประเทศภูฏาน ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงดัชนีวัดการพัฒนาของประเทศไทยต่อไป

ที่มาของการวัด GNH ของภูฐาน
การวัด GNH ของภูฏาน เกิดจากข้อวิพากษ์ที่มีต่อ GDP กล่าวคือ ตัวเลข GDP เป็นมูลค่าเพิ่มของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในประเทศในปีหนึ่งๆ ซึ่งเป็นการวัดการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพียงเป้าหมายเดียว โดยตัวเลข GDP ยังไม่สะท้อนความกินดีมีสุขของประชาชนอย่างครบถ้วน เพราะ GDP เป็นผลรวมของทั้งกิจกรรมที่สร้างความอยู่ดีมีสุขและกิจกรรมที่อาจบั่นทอนความอยู่ดีมีสุข ข้อวิพากษ์ของภูฏานที่ว่า GDP มีข้อจำกัดในการวัดความอยู่ดีมีสุขของประชาชน จึงถือว่ามีประเด็น

วิธีการวัด GNH ของภูฐาน
ประเทศภูฏานได้ริเริ่มการวัด GNH โครงสร้างของดัชนี GNH ประกอบด้วยตัวชี้วัด 9 หมวด โดยมีตัวแปรย่อยๆ ทั้งสิ้น 124 ตัว อาทิ ความเป็นอยู่ที่ดีในเชิงจิตวิทยา (psychological wellbeing) สุขภาพ การศึกษา ความหลากหลายและการอนุรักษ์วัฒนธรรม ธรรมาภิบาล เป็นต้น

ตัวชี้วัดทั้ง 9 หมวดถูกให้น้ำหนัก (weight) เท่ากัน แต่ตัวแปรย่อยในแต่ละหมวดถูกให้น้ำหนักไม่เท่ากัน โดยตัวแปรที่วัดความเห็นหรืออัตวิสัย (subjective) มีน้ำหนักน้อยกว่าตัวแปรที่วัดข้อเท็จจริงหรือวัตถุวิสัย (objective) แต่ละตัวแปรจะมีการกำหนดเกณฑ์ความเพียงพอ (sufficiency threshold) โดยอ้างอิงจากมาตรฐานสากล แต่บางตัวแปรที่ไม่มีมาตรฐานสากลจะอ้างอิงจากมาตรฐานที่กำหนดขึ้นเอง[/block]

[block]

1

ผู้เขียนศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด  kriengsak@kriengsak.com, www.kriengsak.com

[/block]

[block]

shutterstock_243952078

ข้อมูลที่ใช้ในการคำนวณ GNH ได้จากการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างของประชากรภูฏาน ข้อมูลจากผู้ตอบแบบสอบถามแต่ละคนจะได้รับการประเมินว่า คะแนนของตัวชี้วัดแต่ละหมวดนั้นผ่านเกณฑ์ความเพียงพอหรือไม่ ผู้ตอบแบบสอบถามแต่ละคนยังได้รับการประเมินว่าเป็นผู้ที่มีความสุขหรือไม่ โดยพิจารณาจากระดับของความสุข หรือร้อยละของตัวชี้วัดที่ผ่านเกณฑ์ ผู้ที่มีความสุข คือผู้ที่มีตัวชี้วัดที่ผ่านเกณฑ์ตั้งแต่ร้อยละ 66 ขึ้นไป หรือมีตัวชี้วัดที่ผ่านเกณฑ์ 7 หมวดขึ้นไป

ตัวเลข GNH คำนวณจาก ร้อยละของประชาชนที่มีความสุข บวกด้วย ผลคูณของร้อยละของประชาชนที่ไม่มีความสุข และค่าเฉลี่ยของระดับความสุขของประชาชนกลุ่มที่ไม่มีความสุข

 

GNH มีจุดเด่นและจุดอ่อนอย่างไร
จุดเด่นของ GNH ของภูฏาน คือ ดัชนีนี้มีศูนย์กลางที่ความอยู่ดีมีสุขของประชาชน ถึงแม้ว่าดัชนีไม่ได้วัดความสุขโดยตรง เพราะความสุขเป็นอัตวิสัยส่วนบุคคลซึ่งวัดได้ยาก แต่ดัชนี GNH ของภูฏานเป็นการวัดปัจจัยหรือบริบทแวดล้อมที่เชื่อว่าอาจจะนำไปสู่ความอยู่ดีมีสุข

ดัชนี GNH พยายามลบจุดอ่อนของ GDP ที่มุ่งเน้นการวัดด้านเศรษฐกิจแต่เพียงด้านเดียว จึงมีตัวชี้วัดต่างๆ ที่มีความครอบคลุม ทั้งด้านเศรษฐกิจ สุขภาพ วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม จิตวิทยา ความสัมพันธ์ในชุมชน การใช้เวลา การเมืองและการปกครอง

ส่วนจุดอ่อนของดัชนี GNH นั้น เนื่องจากยังไม่มีการศึกษาวิจัยที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วกันว่า ฟังก์ชันความสุขเป็นอย่างไร กล่าวอีกนัยหนึ่ง เรายังไม่รู้อย่างแน่ชัดว่า ความสุขมีความสัมพันธ์กับปัจจัยอะไรบ้าง แต่ละปัจจัยมีอิทธิพลต่อความสุขเพียงใด และปัจจัยแต่ละตัวมีความสัมพันธ์ในลักษณะสนับสนุนหรือหักล้างกันหรือไม่

ดังตัวอย่างการศึกษาความสัมพันธ์ของรายได้กับความสุข งานวิจัยชิ้นสำคัญของ Richard Easterlin ในปี 1974 พบว่า การมีรายได้สูงมีความสัมพันธ์กับความสุข แต่เมื่อรายได้สูงถึงระดับหนึ่ง การเพิ่มขึ้นของรายได้ไม่มีความสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของความสุข หรือเรียกความย้อนแย้งนี้ว่า “Easterlin paradox” แต่งานวิจัยในระยะหลังกลับไม่พบความย้อนแย้งในลักษณะดังกล่าว

จุดอ่อนประการต่อมา คือ ตัวชี้วัด GNH ของภูฏานขาดความเป็นสากล กล่าวคือ ตัวชี้วัดมีความเฉพาะเจาะจงกับบริบทของประเทศภูฏาน เช่น ตัวชี้วัดในหมวดการศึกษาส่วนหนึ่งเป็นการวัดความรู้เกี่ยวกับประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่นของภูฏาน หรือตัวชี้วัดในหมวดวัฒนธรรมที่วัดทักษะการใช้ภาษาและทักษะทางวัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นต้น ทำให้ไม่สามารถนำไปใช้วัดความอยู่ดีมีสุขในประเทศอื่นและเปรียบเทียบระหว่างประเทศได้

อีกประการหนึ่ง ตัวแปรจำนวนมากในดัชนี GNH เป็นการสอบถามความเห็นของประชาชนเกี่ยวกับความอยู่ดีมีสุขหรือเป็นการรายงานข้อมูลโดยผู้ตอบแบบสอบถามเอง ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะได้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงและไม่คงเส้นคงวา เนื่องจากผู้ตอบแบบสอบถามบางส่วนอาจไม่ต้องการเปิดเผยข้อเท็จจริง หรืออาจให้ความเห็นบนข้อมูลที่มีจำกัด ความเห็นของประชาชนยังสามารถเปลี่ยนแปลงตามการรับรู้ข้อมูล ทัศนคติ และค่านิยมของประชาชนด้วย

จุดอ่อนประการสุดท้าย คือ ตัวเลข GNH มีข้อจำกัดในการวัดความสุขที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มคนที่มีความสุข กล่าวคือ GNH จะเพิ่มขึ้นเมื่อร้อยละของประชาชนกลุ่มที่มีความสุขเพิ่มขึ้น หรือประชาชนกลุ่มที่ไม่มีความสุขมีระดับความสุขเพิ่มขึ้น แต่หากประชาชนกลุ่มที่มีความสุขมีระดับความสุขเพิ่มขึ้นจะไม่ทำให้ตัวเลข GNH เพิ่มขึ้น

จะเห็นได้ว่า การวัดความเจริญของประเทศด้วย GNH เป็นแนวคิดที่น่าสนใจ เพราะคำนึงถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ครอบคลุมมากกว่า GDP ที่พิจารณามิติเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว และเป็นการวัดที่เป้าหมายสุดท้ายของการพัฒนาประเทศคือความอยู่ดีมีสุขของประชาชน

อย่างไรก็ตาม การที่ประเทศไทยจะนำดัชนี GNH มาใช้ ต้องได้รับการพิจารณาอีกมาก ต้องพิจารณาในเรื่องกรอบทฤษฎีเกี่ยวกับความสุขและปัจจัยที่มีผลต่อความสุข วิธีการเก็บข้อมูลให้มีความถูกต้อง ความเป็นสากลของดัชนี และการออกแบบดัชนีให้สามารถวัดความสุขของประชาชนได้ตามความเป็นจริง

[/block]

 

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.