www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

การฟื้นฟูหลังภาวะวิกฤต Post-Crisis Renovation

การฟื้นฟูหลังภาวะวิกฤต  Post-Crisis Renovation
December 07
14:00 2020

วิกฤต COVID-19 ได้สร้างผลกระทบรุนแรง จนนำไปสู่ความปกติใหม่ในมิติต่างๆ การฟื้นฟูประเทศหรือองค์กรจึงไม่ควรเป็นเพียงการซ่อมแซมให้กลับมาสู่สภาพเดิมเท่านั้น แต่ควรเป็นการปรับปรุงประกอบกันแนวใหม่ และการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบใหม่เพื่อมุ่งไปสู่อนาคตที่แตกต่างจากเดิม

 

หากเปรียบประเทศหรือองค์กรที่ต้องเผชิญผลกระทบจากวิกฤต COVID-19 เป็นเสมือนบ้านที่ประสบกับภัยธรรมชาติ จนตัวบ้านและเครื่องเรือนต่างๆ ได้รับความเสียหาย เมื่อสถานการณ์วิกฤตเริ่มคลี่คลายลง จึงถึงเวลาของการฟื้นฟูบ้านเรือนให้กลับมาอยู่อาศัยได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง

คำถาม คือ เราควรจะดำเนินการซ่อมแซมบ้าน (restoration) เพื่อให้กับมาใช้งานได้ หรือปฏิรังสรรค์/ปรับปรุงบ้านใหม่ทั้งหมด (renovation)?

ในความเห็นของผม วิกฤต COVID-19 ได้สร้างผลกระทบรุนแรง จนนำไปสู่ความปกติใหม่ในมิติต่างๆ การฟื้นฟูประเทศหรือองค์กรจึงไม่ควรเป็นเพียงการซ่อมแซมให้กลับมาสู่สภาพเดิมเท่านั้น แต่ควรเป็นการปรับปรุงประกอบกันแนวใหม่ และการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบใหม่เพื่อมุ่งไปสู่อนาคตที่แตกต่างจากเดิม

จากการติดตามและขบคิดเกี่ยวกับแนวทางและประสบการณ์การฟื้นฟูประเทศหลังภาวะวิกฤต โดยเฉพาะวิกฤต_COVID-19 ผมได้สรุปบทเรียนสำหรับผู้นำในการฟื้นฟูหลังภาวะวิกฤต ดังต่อไปนี้

1. สร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ

COVID-19 ได้สร้างความวิตกกังวลด้านสุขภาพและความไม่เชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจในอนาคตการฟื้นฟูประเทศในภาวะที่จิตวิทยามวลชนเป็นเช่นนี้ จำเป็นต้องฟื้นฟูความเชื่อมั่นและสร้างความไว้วางใจต่อการนำและการบริหารของผู้นำเป็นอันดับแรก เพื่อสร้างพลังและความร่วมมือในการฟื้นฟูประเทศ

ดังตัวอย่าง รัฐบาลจีนที่สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ด้วยการจัดการกับการแพร่ระบาดของโรคโควิดได้อย่างเบ็ดเสร็จ และเมื่อเห็นว่าสถานการณ์ควบคุมได้แล้ว ในวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2563 ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ได้ลงพื้นที่นครอู่ฮั่น โดยไม่มีกำหนดการล่วงหน้า เพื่อส่งสัญญาณว่า จีนสามารถจัดการกับการระบาดได้แล้วแม้ว่าในวันก่อนหน้านั้น ยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 19 ราย และผู้เสียชีวิต 17 รายก็ตาม

แน่นอนว่า ความเชื่อมั่นและไว้วางใจต่อผู้นำจีน ได้ก่อร่างสร้างขึ้นมายาวนานจากผลงานการบริหารประเทศในอดีตด้วย แต่ไม่เพียงเท่านั้น รัฐบาลจีนได้ตอกย้ำความเชื่อมั่น ด้วยการกำหนดเป้าหมายและแนวทางอย่างชัดเจนในการนำการฟื้นฟูประเทศในอนาคตด้วย

โดยเฉพาะการให้คำรับรอง 6 ประการ (6 Guarantees)ได้แก่ การสร้างงาน การให้เงินเพื่อการดำรงชีวิต การปกป้อง SMEs ความมั่นคงด้านอาหารและพลังงานเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทาน และการปฏิบัติงานในระดับรากหญ้า

2. สร้างการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคต

วิกฤตการณ์ส่วนหนึ่งเกิดจาก จุดอ่อนของคนและระบบเดิม หรือความเปลี่ยนแปลงจากภายนอกที่ทำให้คนและระบบเดิมไม่สามารถรับมือได้ ขณะที่วิกฤตได้ทำให้องค์ประกอบของระบบเดิมเสียหาย ผู้นำจึงต้องตระหนักว่า การฟื้นฟูไม่ใช่การย้อนยุค แต่ต้องมุ่งไปข้างหน้าเพื่อก้าวไปสู่สิ่งใหม่ที่ดีกว่าเดิม

วิกฤตการณ์_COVID-19 ยังเป็นโอกาสสำหรับการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ซึ่งไม่สามารถทำได้ง่ายนักในภาวะปกติ เช่น การพัฒนาที่เน้นด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การพัฒนาระบบตาข่ายรองรับทางสังคมที่ครอบคลุมมากขึ้น หรือการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัล เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลของประเทศชั้นนำจึงฉวยโอกาสปรับทิศทางการพัฒนาหลังโควิดเพื่อมุ่งไปสู่อนาคต อาทิรัฐบาลจีน เยอรมัน และฝรั่งเศส ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว เป็นต้น

ผู้นำการฟื้นฟูจึงต้องมีความสามารถคาดการณ์อนาคต มองเห็นโอกาสและผลกระทบจะที่เกิดขึ้น รวมทั้งเข้าใจจุดแข็งและจุดอ่อนของประเทศหรือองค์กรที่อยู่ในการดูแล เพื่อจะกำหนดพิมพ์เขียวที่ชัดเจนและเส้นทางการฟื้นตัวที่นำไปสู่ภาวะที่ดีกว่าเดิมหลังจากวิกฤตผ่านพ้นไป

3. สร้างความเชื่อมโยงระหว่างระยะสั้นและระยะยาว

การฟื้นฟูประเทศจากวิกฤต_COVID-19 มีความท้าทายที่ผู้นำต้องเผชิญเช่น การชั่งน้ำหนักระหว่างการเปิดรับนักท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ต้องเผชิญความเสี่ยงจากการระบาดระลอกสอง ซึ่งอาจส่งผลกระทบรุนแรงกว่ารอบแรก หรือการสร้างสมดุลระหว่างการกู้เงินเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระยะสั้น และการสร้างหนี้สาธารณะที่ต้องชดใช้ในระยะยาว เป็นต้น

ในความท้าทายเช่นนี้ ผู้นำที่ดีควรมีการตัดสินใจที่แม่นยำในการให้น้ำหนักกับเป้าหมายต่างๆ อย่างสมดุล แต่ผู้นำที่ดีที่สุดจะมีความชาญฉลาดในการพัฒนากลยุทธ์ที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายต่างๆ ไปพร้อมกันได้มากที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแก้ปัญหาและฟื้นฟูประเทศหรือองค์กรในระยะสั้น แต่ส่งผลที่เอื้อต่อการสร้างชาติและพัฒนาองค์กรในระยะยาวด้วย

อย่างไรก็ดี การฟื้นฟูหลังวิกฤตการณ์โดยส่วนใหญ่ มักมุ่งเน้นผลระยะสั้นมากกว่าผลระยะยาว ดังตัวอย่างของประเทศจีน แม้จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ โดยการลงทุนของภาครัฐมูลค่าสูงถึง 7 ล้านล้านดอลลาร์ แต่สัดส่วนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานใหม่ทางเทคโนโลยีกลับมีเพียงร้อยละ 13 ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนสร้างถนนนับเป็นการเสียโอกาสในการใช้งบประมาณเพื่อสนับสนุนเป้าหมายระยะยาว

สำหรับประเทศไทย การฟื้นฟูการท่องเที่ยวเป็นความท้าทายมาก เพราะทั่วโลกยังมีการระบาดรุนแรงขณะที่มาตรการกักตัว 14 วัน เป็นอุปสรรคต่อการเข้ามาท่องเที่ยว

ผมจึงเสนอว่า ประเทศไทยควรเปิดรับนักท่องเที่ยวระยะยาวที่ยินดีถูกกักตัวซึ่งแนวทางนี้สอดคล้องกับแนวคิดของผมที่ได้เสนอให้ประเทศไทยเป็นดุมล้อโลกด้านการท่องเที่ยวทางการแพทย์และสุขสภาพและการดูแลผู้สูงอายุของโลกในระยะยาว

4.สร้างความร่วมมือในการฟื้นฟู

การฟื้นฟูหลังภาวะวิกฤตมักมีเงื่อนไขที่ต้องการความเร่งด่วนและความทั่วถึง เนื่องจากความเดือดร้อนของผู้คนเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ ผู้นำจึงต้องมีความสามารถสร้างความร่วมมือ และร่วมแรงร่วมใจของผู้คน เพื่อระดมการช่วยเหลือและทรัพยากรจากทุกภาคส่วน

รวมทั้งมีการจัดระบบในการกำกับทิศทาง การกระจายความรับผิดชอบ การติดตามตรวจสอบ ประเมินผล และแทรกแซง เพื่อแก้ไขปัญหา ขจัดอุปสรรค และบังคับบัญชาให้ทิศทางการฟื้นฟูเป็นไปตามนโยบายและระยะเวลาที่กำหนดไว้ได้

เมื่อพิจารณาประเทศจีน GDP ของจีนกลับมาขยายตัวได้ถึงร้อยละ 3.2 ในไตรมาสที่ 2 ของปี พ.ศ.2563 ซึ่งเป็นผลจากการลงทุนของรัฐบาลท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อันเป็นผลจากโครงสร้างการปกครองที่มีการกระจายอำนาจอยู่ก่อนแล้ว และการให้เงินกู้แก่รัฐบาลท้องถิ่นเพื่อการลงทุนเพิ่มมากขึ้น

ในกรณีของประเทศไทย การฟื้นฟูยังมีข้อจำกัดมาก เนื่องจากกระบวนการด้านงบประมาณที่ล่าช้า และโครงสร้างภาครัฐที่ค่อนข้างรวมศูนย์ทำให้การใช้จ่ายงบประมาณล่าช้า นอกจากนี้ ความพยายามในการระดมความร่วมมือและทรัพยากรจากภาคกิจอื่นๆ ยังไม่ปรากฏชัดเจนมากนัก ทำให้บทบาทการฟื้นฟูเป็นของภาครัฐกิจเสียเป็นส่วนใหญ่

ผู้นำการฟื้นฟูจำเป็นต้องคิดนอกกรอบมากยิ่งขึ้น เพื่อแหวกวงออกจากข้อจำกัดและแสวงหาความร่วมมือจากภาคส่วนอื่นๆ มากขึ้น แต่ในระยะยาว การออกแบบระบบที่มีความยืดหยุ่นพร้อมปรับตัวในยามวิกฤตและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่กว้างขวาง ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ประเด็น และกลุ่มคนต่างๆ จะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น สำหรับการรับมือกับวิกฤตการณ์ในอนาคต

วิกฤตการณ์เป็นสถานการณ์ที่ต้องการผู้นำที่มีคุณภาพ มีการตัดสินใจที่แม่นยำ มีความสามารถในการบริหารจัดการในภาวะวิกฤต และมีความเห็นอกเห็นใจในความยากลำบากของผู้คน การเลือกหรือแต่งตั้งผู้นำจึงมีความสำคัญมาก กระบวนการขึ้นสู่อำนาจ จึงไม่ควรสร้างอุปสรรคที่ปิดกั้นคนดี เก่ง กล้า ก้าวขึ้นไปเป็นผู้นำของประเทศหรือองค์กร

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.