www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

โอกาสและอุปสรรคที่ต้องจับตา กับโครางการ One Belt and One Road

โอกาสและอุปสรรคที่ต้องจับตา กับโครางการ One Belt and One Road
September 16
11:51 2015
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์

ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (IFD) นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เชี่ยวชาญในสาขา เศรษฐศาสตร์ นโยบายการศึกษา การต่างประเทศ สังคม การเมือง การศึกษา kriengsak@kriengsak.com

“วิเคราะห์โครงการใหญ่ของมหาอำนาจจีนOne Belt and One Roadหรือ OBOR ในมุมที่นำมาซึ่งโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจของอาเซียน แต่ความร่วมกับจีน ทำให้อาจต้องเผชิญแรงกดดันจากประเทศมหาอำนาจเดิมมากขึ้น สังเกตได้ชัดจากแรงกดดันจากชาติตะวันตกเมื่อไทยมีท่าทีใกล้ชิดกับจีนมากขึ้น”

HPE1 662x190

ถ้ากล่าวถึงโครงการ “One Belt and One Road” (OBOR)อาจไม่คุ้นหูเท่าไหร่นัก แต่ถ้าบอกว่า โครงการนี้คือ การรื้อฟื้นเส้นทางสายไหม น่าจะทำให้รู้สึกคุ้นเคยมากขึ้น OBOR ได้ถูกกล่าวถึงเป็นครั้งแรก2556 ปีเมื่อ นายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง ร่วมการประชุมผู้นำจีน-อาเซียนที่ประเทศบรูไน

OBOR เป็นความริเริ่มของรัฐบาลจีนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรื้อฟื้นเส้นทางสายไหมในอดีต ซึ่งเชื่อมโยงทวีปเอเชีย ยุโรป และแอฟริกาเส้นทางสายไหมประกอบด้วย 2 เส้นทาง คือ เส้นทางทะเล (the Maritime silk road) และเส้นทางบก (the Silk Road Economic Belt) ซึ่งผมได้รับเชิญไปบรรยายที่ประเทศมาเลเซีย ในหัวข้อหลักของการประชุมในปีนี้ คือ “One Belt and One Road” & Asian Energy/Resources Cooperation”

2ความริเริ่ม OBOR เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของจีนในการกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจไปสู่ภาคใต้และภาคตะวันตกของจีนที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล และสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการเข้าถึงทรัพยากรผ่านการเชื่อมโยงเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ

จีนพยายามเชื้อเชิญอาเซียนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ OBOR โดยริเริ่มความช่วยเหลือและความร่วมมือด้านต่างๆ กับอาเซียน เพราะอาเซียนเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงสำหรับจีน ทั้งในแง่การเป็นแหล่งพลังงานและทรัพยากร ตลาด ฐานการผลิต และเส้นทางออกสู่ทะเล

โอกาสสำหรับอาเซียน: OBOR กำหนดเป้าหมายในการขยายการค้าระหว่างกันเป็น 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2563 จากเดิม 4.436 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2556 และจะเพิ่มการลงทุนในอาเซียนจาก 5.74พันล้านดอลลาร์ เป็น 1 แสนล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาดังกล่าว

จีนได้เสนอให้ยกระดับความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน เพื่อเปิดเสรีการค้าและการลงทุนระหว่างกันมากขึ้น รัฐบาลจีนยังส่งเสริมให้วิสาหกิจของจีนออกไปลงทุนต่างประเทศ และได้จัดตั้งเขตความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าในต่างประเทศเพื่อรองรับการลงทุนจากจีน

และเพื่อการเชื่อมโยงระหว่างประชาชนกับประชาชนโดยกระชับความร่วมมือด้านการศึกษาและวัฒนธรรมระหว่างกัน ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนจะสร้างโอกาสในการพัฒนาด้านการศึกษาและการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งทำให้การท่องเที่ยวระหว่างกันขยายตัวมากขึ้น

ความริเริ่ม OBOR ยังเป็นตัวเร่งให้เป้าหมายการเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)สำเร็จเพราะแผนของ OBOR สอดคล้องกับแผนแม่บทการเชื่อมโยงของอาเซียน (Master Plan of ASEAN Connectivity) และแหล่งเงินทุนที่จีนจัดตั้งขึ้นจะทำให้อาเซียนมีทางเลือกมากขึ้นในการจัดหาเงินทุนเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศและเชื่อมโยงระหว่างประเทศ

การรื้อฟื้นเส้นทางสายไหมทางทะเลจะเป็นโอกาสสำหรับอาเซียนในการแก้ปัญหาการเดินเรือในภูมิภาคอาเซียนเพราะปัจจุบัน เส้นทางการขนส่งทางทะเลในอาเซียนมีปัญหาหลายด้าน เช่น ภัยโจรสลัด ความคับคั่งของการเดินเรือในช่องแคบมะละกาการขาดประสิทธิภาพในการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการเดินเรือ

รัฐบาลจีนได้เข้าไปพัฒนาท่าเรือในหลายประเทศในอาเซียนและเอเชียใต้ และจัดตั้งกองทุนความร่วมมือทางทะเลระหว่างจีนและอาเซียน (China?ASEAN Maritime Cooperation Fund) เพื่อร่วมมือด้านการวิจัยทางทะเลและปกป้องสิ่งแวดล้อมการเดินเรือเพื่อความปลอดภัยการเชื่อมโยงเส้นทางเดินเรือการค้นหาและการให้ความช่วยเหลือตลอดจนการต่อสู้กับภัยคุกคามข้ามชาติ

1อุปสรรคสำหรับอาเซียน: ความริเริ่ม OBOR ตั้งอยู่บนฐานของผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างจีนและประเทศอื่นๆ แต่การผลักดันความร่วมมือเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีอุปสรรคเสียทีเดียว เพราะในอีกแง่หนึ่ง ยุทธศาสตร์นี้ของจีนอาจถูกมองว่าเป็นความพยายามแผ่ขยายอิทธิพลของจีน ทำให้หลายประเทศเกิดความวิตกกังวลและระมัดระวังในการร่วมมือกับจีนรวมถึงคำถามเกี่ยวกับความคุ้มค่าในการลงทุน

เนื่องจากโครงการที่ริเริ่มและได้รับการสนับสนุนจากจีนอาจไม่ได้ก่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อประชาชนเจ้าของประเทศมากเท่ากับจีนซึ่งเป็นประเทศผู้ให้กู้ หรืออาจต้องแลกกับผลประโยชน์อื่นที่นำมาซึ่งการครอบงำหรือผูกขาดโดยวิสาหกิจของจีน
นอกจากนี้ การร่วมมือกับจีน ทำให้อาจต้องเผชิญแรงกดดันจากประเทศมหาอำนาจเดิมมากขึ้น สังเกตได้ชัดจากแรงกดดันจากชาติตะวันตกเมื่อไทยมีท่าทีใกล้ชิดกับจีนมากขึ้น

ความริเริ่ม OBOR นำมาซึ่งโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจของอาเซียน แต่ความร่วมมือแบบทวิภาคีระหว่างจีนกับประเทศต่างๆ ตามเส้นทางสายไหม เป็นความร่วมมือบนความแตกต่างของอำนาจต่อรอง ซึ่งอาจทำให้โครงการความร่วมมือต่างๆ ไม่ได้ก่อประโยชน์อย่างแท้จริงกับประเทศที่ร่วมมือกับจีน

แน่นอนว่า ความริเริ่มของรัฐบาลจีนเป็นโอกาสที่อาเซียนและประเทศไทยต้องฉวยเอาไว้ แต่เราต้องไม่ละเลยการศึกษาและพิจารณาโครงการต่างๆ ด้วยความรอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน รวมถึงเราต้องพยายามสร้างอำนาจต่อรอง ทั้งโดยการร่วมมือกันระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่อเจรจากับจีนเกี่ยวกับแผนงานและโครงการภายใต้ OBOR และโดยการเปิดให้มีทางเลือกของความร่วมมือกับประเทศมหาอำนาจอื่นเข้ามาแข่งขันหรือเปรียบเทียบกับความริเริ่มของจีน เช่น อินเดีย ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ เป็นต้น

 

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3

Like Us On Facebook

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com

Categories