www.cioworldmagazine.com

 Breaking News
  • CiRA CORE แพลตฟอร์ม AI สัญชาติไทย อัพเกรดโครงสร้างพื้นฐานพร้อมขยายฐานไปสู่เอสเอ็มอี ความสำเร็จของแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์สัญชาติไทย CiRA CORE เดินหน้าปรับบิสซิเนสโมเดล อัพเกรดโครงสร้างพื้นฐานด้วย NVIDIA DGX A100 ที่ให้ความเร็วระดับ 5 Petaflops เตรียมพร้อมขยายฐานไปสู่เอสเอ็มอีเช่าใช้งาน...
  • วริษา อนันตรัมพร กับภารกิจสร้าง อินเตอร์ลิ้งค์ 4.0 สัมภาษณ์พิเศษ วริษา อนันตรัมพร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ดิจิทัลเนทีฟตัวจริง ที่ก้าวขึ้นมาสานต่อภารกิจของ สมบัติ–ชลิดา อนันตรัมพร เพื่อนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จแบบมืออาชีพอีกครั้ง และอีกครั้ง...
  • Key Processes of PDPA เก็บเกี่ยวความรู้จาก ดร.รัฐิติ์พงษ์ พุทธเจริญ หนึ่งในผู้คร่ำหวอดในวงการวางกลยุทธ์การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ถึงแนวคิดและหัวใจสำคัญของการปรับกระบวนการขององค์กรให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และหาคำตอบถึงกลไกที่ทำให้องค์กร ประสบความสำเร็จในการสร้างกระบวนการให้สอดคล้องกับ PDPA...
  • สำรวจความพร้อม KTC บนถนนสายดิจิทัล สำรวจความพร้อมของ KTC ในมุมมองของ วุฒิชัย เจริญผล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – Information Technology บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) การก้าวไปสู่ธุรกิจดิจิทัล กับยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อพลิกโฉมให้มี Digital service, Digital product และ Digital channel เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าและการแข่งขันในโลกดิจิทัล...
  • 10 แนวโน้มเทคโนโลยีในกิจการภาครัฐ 10 อันดับแนวโน้มเทคโนโลยีพลิกโฉมกิจการภาครัฐแห่งปี 2564 ประกอบด้วย เทคโนโลยีด้านความปลอดภัย การควบคุมค่าใช้จ่าย และการจัดการความท้าทายด้านประสบการณ์ของประชาชนต่อภาครัฐ...

ถึงเวลาสร้างสังคมแห่งปัญญานิยม

ถึงเวลาสร้างสังคมแห่งปัญญานิยม
November 14
11:53 2017

“ถึงเวลาที่ประเทศไทยจะต้องพัฒนาและสร้างสังคมปัญญานิยมให้เกิดขึ้นให้ได้ ด้วยการสร้างแหล่งเรียนรู้ของเมือง เปิดโอกาสประชาชนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพในทุกช่วงชั้น มีโอกาสได้เรียนรู้ตลอดชีวิตตามความถนัดและสนใจ สามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต”

1ปัญหาความเหลื่อมล้ำอยู่คู่กับประเทศไทยมาเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำทางรายได้ การศึกษา การเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐาน สวัสดิภาพและสวัสดิการทางสังคม รวมไปถึง ความเหลื่อมล้ำทางปัญญาถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องพัฒนาและสร้างสังคมปัญญานิยมให้เกิดขึ้นให้ได้ หากประเทศไทยยังนิ่งเฉย จะยิ่งทำให้เกิดช่องว่างความแตกต่างด้านสังคมแห่งปัญญาระหว่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ

ผมได้เสนอแนวคิด เมือง 10 สเพื่อสร้างกรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่ใน 10 มิติหนึ่งในนั้น คือ เป็นเมืองสมองสร้างสรรค์ กล่าวคือ เป็นเมืองที่ผู้คนมีโอกาสได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพในทุกช่วงชั้น มีโอกาสได้เรียนรู้ตลอดชีวิตตามความถนัดและสนใจ โดยมีโรงเรียนที่มีคุณภาพ มีแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับคนทุกช่วงวัยที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้สะดวกและรวดเร็ว และประชาชนมีส่วนร่วมใช้ความรู้และความสามารถในการพัฒนาและปรับปรุงเมืองในด้านต่างๆ

ผมมองว่าเราสามารถนำข้อเสนอในระดับจังหวัดที่เป็นเมืองหลวงของประเทศ มาใช้ในระดับประเทศได้ โดยการสร้างสังคมที่ดำเนินด้วยปัญญาควรเริ่มตั้งแต่พัฒนาให้ทุกคนมีปรัชญาการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง พัฒนาให้ทุกคนมีเป้าหมายในการดำเนินชีวิต พัฒนาให้ทุกคนค้นพบเอกลักษณ์และเห็นคุณค่าในความเป็นมนุษย์ พัฒนาให้ทุกคนได้ใช้ส่วนดีในตัวได้เต็มศักยภาพ โดยผมขอนำเสนอนโยบายที่คิดว่า สามารถนำมาปรับใช้ได้ในระดับประเทศ ได้แก่

1. สร้าง Brain Bank Park– สวนสาธารณะเพื่อการเรียนรู้
หนึ่งในนโยบายหาเสียงที่ผมเคยเสนอไว้ คือ การสร้างสวนสมองคนเมืองหรือแหล่งเรียนรู้ของคนในเมือง โดยผมมองว่า ในการขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ จำเป็นต้องพัฒนาคนให้เป็นคนแห่งการเรียนรู้ เพื่อเผชิญหน้ารับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างเท่าทัน สามารถปรับตัว อยู่รอด และแข่งขันได้

มีแหล่งเรียนรู้และกิจกรรมที่หลากหลายน่าสนใจ และเป็นระบบ เพื่อให้ผู้คนได้รับการพัฒนาความรู้ตามที่ตนเองถนัดและสนใจได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

2. มีแหล่งเรียนรู้ทุกตารางกิโลเมตร
ผมเสนอให้ทุก 1 ตารางกิโลเมตรในพื้นที่ กทม. มีแหล่งเรียนรู้อย่างน้อย 1 แห่ง โดยพื้นที่ กทม. มี 1,562.2 ตารางกิโลเมตร ดังนั้นแหล่งเรียนรู้ใน กทม. ต้องมีอย่างน้อย 1,562 แห่งทุกๆ ที่สามารถทำเป็นแหล่งเรียนรู้ได้ ไม่ว่าจะเป็นป้ายรถเมล์ ต้นไม้ทุกต้น ถนนทุกสาย

พื้นที่ใดที่เก่าแก่หรือมีประวัติและเรื่องเล่าที่น่าสนใจควรทำให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเช่น รื้อฟื้นแหล่งวิถีชีวิตชุมชนดั้งเดิม เพื่อจัดทำเป็นถนนสายวัฒนธรรม ถนนคนเดิน เพื่อให้คนในพื้นที่มีต้นทุนในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ต่ำที่สุด สามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้สะดวก และรวดเร็ว

shutterstock_397663171

3. แหล่งเรียนรู้ทุกประเภทสำหรับทุกวัย
การจัดให้มีแหล่งเรียนรู้ตั้งแต่ ปฐมวัย ถึง ผู้สูงวัย กระจายแหล่งเรียนรู้และรูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับแต่ละวัยผมเคยนำเสนอ ศูนย์เรียนรู้ 4 มุมเมืองมีวัตถุประสงค์คือ เพื่อกระจายแหล่งเรียนรู้สำหรับทุกเพศทุกวัย ให้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพในด้านที่ตนสนใจ โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นในศูนย์ฯ ต้องเป็นสิ่งที่คนเมืองสนใจ มีความหลากหลาย มีความทันสมัย และเปิดโอกาสให้คิดสร้างสรรค์

นอกจากนี้ ผมยังได้นำเสนอ ห้องสมุดอัจฉริยะ 50 เขตโดยแต่ละเขตต้องมีห้องสมุดทันสมัย 1 แห่ง ที่ใช้ไอทีนำเสนอความรู้ ปฏิรูปห้องสมุดให้น่าเข้าใช้บริการ มีระบบให้บริการทางอินเทอร์เน็ต มีการจัดกิจกรรมตลอดปี จัดหาหนังสือ และ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัย หรือพัฒนาเป็น ห้องสมุดเฉพาะทางเช่น ห้องสมุดเกษตร ห้องสมุดดนตรี ห้องสมุดการแสดง ห้องสมุดกีฬา ห้องสมุดรีไซเคิล ห้องสมุดนักการเมือง ฯลฯ

4. พัฒนาแหล่งเรียนรู้บนพื้นฐาน “จุดแกร่ง” ของชุมชน ให้มีชื่อเสียงที่สุดในโลก
ผมเคยนำเสนอว่า ในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ควรผสานจุดเด่นของเรา ให้กลายเป็นจุดดึงดูด ให้คนทั้งโลกอยากมาเรียนรู้ด้วยเช่น การพัฒนาสวนหลวง ร.9 ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ดอกไม้เขตร้อนที่ใหญ่ที่สุด หลากหลายและสวยที่สุดในโลก การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ว่าวที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก โดยเชื่อมโยงกับแหล่งผลิตว่าว เช่น ชุมชนสามัคคี ที่เขตมีนบุรี มีการจัดแข่งขัน ประกวดและพัฒนานวัตกรรมการผลิตและเล่นว่าว

การมีศูนย์หัตถกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกแสดงกิจกรรมผลิตและพัฒนานวัตกรรมด้านหัตถกรรม หรือศูนย์อาหารแห่งชาติที่อร่อยและใหญ่ที่สุดในโลก มีกิจกรรมประจำทั้งปีในการจัดแสดง แข่งขัน จำหน่าย และสอน ทำอาหารและขนมไทยที่อร่อยและใหญ่ที่สุดในโลก เป็นต้น

5. จัดตั้งศูนย์รับผิดชอบแหล่งเรียนรู้และจัดกิจกรรม
ศูนย์รับผิดชอบแหล่งเรียนรู้และจัดกิจกรรมเพื่อทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานแหล่งเรียนรู้ พัฒนาฐานข้อมูลและการให้บริการมีระบบชักชวนหรือจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่แหล่งเรียนรู้ พัฒนาระบบระดมทุนเพื่อให้อยู่ได้ด้วยตนเอง มีระบบวัดประเมินผล และ พัฒนาแหล่งเรียนรู้และกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

มากกว่านั้น ศูนย์นี้มีหน้าที่ที่สำคัญ คือ กระจายความรับผิดชอบในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้โดยให้ภาคส่วนต่างๆ มีส่วนร่วมเป็น “เจ้าภาพ” เจาะจงในการรับผิดชอบแต่ละแหล่งเรียนรู้ โดยแบ่งตามความเชี่ยวชาญ และรัฐควรสร้างแรงจูงใจ เช่น มาตรการด้านภาษีการให้สิทธิประโยชน์อื่นๆ รวมถึงการอุดหนุนการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ตามความเชี่ยวชาญ ฯลฯผมมองว่า ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัยจำเป็นต้องถูกสร้างอย่างเหมาะสมเพื่อให้เกิดเป็นสังคมปัญญานิยม มิฉะนั้นสังคมไทยจะกลายเป็นสังคมปัญหานิยมแทนครับ

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Interview: Digital Disruption

Interview: New Roles CISO

Interview: Next Gen SOC

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com