www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

บทสรุปการเปลี่ยนผ่านประเทศไทย

บทสรุปการเปลี่ยนผ่านประเทศไทย
February 15
11:27 2016
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์

ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (IFD) นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เชี่ยวชาญในสาขา เศรษฐศาสตร์ นโยบายการศึกษา การต่างประเทศ สังคม การเมือง การศึกษา kriengsak@kriengsak.com

“บทความต่อเนื่องในหัวเรื่อง จะเปลี่ยนผ่านประเทศไทยได้อย่างไร โดยในฉบับนี้จะอธิบายถึงแนวการเปลี่ยนผ่านอีก 2 ประการ นั่นคือ การเปลี่ยนผ่านจากผูกขาดวิถีสู่สมดุลวิถี (Rebalance) และการเปลี่ยนผ่านจากต่างคนต่างทำ สู่การร่วมมือกันทำ (Reorganize)เพื่อการอนาคตที่สมบูรณ์”

Banner_CIO_big one_version2

บทความตอนที่ผ่าน ผมได้นำสิ่งที่ประเทศไทยจะต้องมีการเปลี่ยนผ่าน คือ การเปลี่ยนผ่านการคิดจากการนำทางอำนาจสู่การนำทางปัญญารู้คิด (Rethink) การเปลี่ยนผ่านจากมูลค่า สู่คุณค่า (Revalue) และการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างจากปริมาณ สู่คุณภาพ (Restructure)ซึ่งในบทความนี้ผมขอนำเสนอการเปลี่ยนแปลงอีก 2 ประการ เพื่อการเปลี่ยนผ่านที่สมบูรณ์ ดังต่อไปนี้

ประการที่สี่ารเปลี่ยนผ่านจากผูกขาดวิถีสู่สมดุลวิถี (Rebalance) เพราะความไม่เท่าเทียมกันเป็นสาเหตุสำคัญของความขัดแย้งและวิกฤตทางการเมืองในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนผ่านประเทศจึงควรสร้าง “สมดุลวิถี” คือ การสร้างสมดุล 3 ด้าน ประกอบด้วยสมดุลทางอำนาจการเมือง สมดุลทางเศรษฐกิจ และสมดุลทางสังคม ให้กับ 5 ภาคีที่เป็นผู้เล่นหลักในสังคมไทย ได้แก่ การเมือง ราชการ ธุรกิจ วิชาการ และประชาชน เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับการเฉลี่ยอำนาจ ผลประโยชน์ และมีที่ยืนทางสังคมอย่างเหมาะสม
1การสร้างสมดุลทางอำนาจอาจ ทำได้โดยการออกแบบการเมืองเพื่อป้องกันการผูกขาดทางอำนาจอาทิ การมีระบบตรวจสอบถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพ การสร้างอำนาจต่อรองของภาคประชาชนในการตรวจสอบ การเสริมกำลังภาคีวิชาการในการประเมินนโยบายสาธารณะ และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างถูกต้อง เพื่อให้มีความสามารถตอบสนองความต้องการของท้องถิ่นที่มีความหลากหลายได้
การสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจ ทำได้โดยการกระจายความเจริญ โดยพัฒนาความเป็นเมืองในต่างจังหวัดทำให้เกิดเมืองกระจายทั่วประเทศ ซึ่งจะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ดึงดูดการลงทุน ทำให้โอกาสการจ้างงานเพิ่มขึ้น ทั้งนี้การรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมระหว่างประเทศจะสนับสนุนการกระจายความเจริญไปยังพื้นที่ใหม่ๆ

อีกประการหนึ่ง คือ การกระจายโอกาสเข้าถึงทรัพยากร โดยลดการกระจุกตัวของความเป็นเจ้าของทรัพยากร ผู้เขียนเห็นด้วยกับแนวคิดการเก็บภาษีที่ดินเพื่อให้ผู้ที่กักตุนที่ดินไว้ต้องใช้ประโยชน์จากที่ดินหรือขายที่ดินออกมา ผมเสนอให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทุกประเภทอย่างคุ้มค่าและใช้พื้นที่ดิน น้ำ อากาศ ทุกตารางนิ้วอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ควรเก็บไว้โดยไม่ใช้ประโยชน์แต่ควรหาวิธีการใช้ประโยชน์จากพื้นที่เหล่านี้โดยไม่ทำลายสภาพแวดล้อม นอกจากนี้ ประเทศไทยควรจัดเก็บต้นทุนการใช้ทรัพยากร โดยเฉพาะน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอาทิ การกำหนดสิทธิการใช้น้ำและจัดระบบให้มีการซื้อขายสิทธิการใช้น้ำ ฯลฯ
การสร้างความสมดุลทางสังคม คือ การสร้างสังคมที่ทุกคนมีความเท่าเทียมเชิงโอกาส ปัจจุบัน สังคมไทยมีแต่ “ความฝันของชนชั้นนำ(Elite Dream)” แต่ไม่มี “ความฝันของประเทศไทย” (Thailand Dream) ซึ่งเป็นสังคมที่ทุกคนมีที่ยืนในสังคม และมีการแข่งขันที่เป็นธรรม คนที่ดี เก่ง ขยัน ฉลาด อดทน กล้าหาญ จะต้องมีโอกาสประสบความสำเร็จได้โดยไม่ต้องใช้เส้นสายโอกาสที่เท่าเทียมจะเกิดจากการสร้างมาตรฐานที่ชัดเจนของการให้บริการของภาครัฐ การดำเนินนโยบายการแข่งขันที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการผูกขาดหรือใช้อำนาจเหนือตลาด การอำนวยความยุติธรรมแก่ทุกกลุ่มคนโดยไม่เลือกปฏิบัติ และการสร้าง “รัฐสวัสดิภาพ”ที่ทำให้สังคมสามารถพึ่งตนเองได้ ไม่ใช่รัฐสวัสดิการที่ประชาชนต้องให้รัฐอุ้ม

ประการที่ห้า การเปลี่ยนผ่านจากต่างคนต่างทำ สู่การร่วมมือกันทำ (Reorganize) เพราะประเทศไทยมีปัญหาการทำงานเป็นทีม ขาดการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ มีงานที่ซ้ำซ้อนและตกหล่นค่อนข้างมาก และมีการใช้คนไม่ตรงกับงานเพราะมีการเล่นพรรคเล่นพวกมากเกินไป การขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านประเทศจึงควรมีการจัดองคาพยพกันใหม่ โดยมีการขับเคลื่อนในภาพรวม ร่วมมือกัน และแบ่งงานกันทำ เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมช่วยกันสร้างสรรค์บ้านเมืองตามศักยภาพของตน

การส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือกันพัฒนาประเทศนั้น จะต้องมีการกำหนดวิสัยทัศน์ของการพัฒนาประเทศให้ชัดเจน เพื่อส่งสัญญาณให้ทุกภาคส่วนขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันและจัดระบบความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ ภาครัฐต้องมีระบบที่บริหารงานในภาพรวมมีระบบวางแผนการทำโครงการร่วมกัน และมีระบบจัดการข้อมูลที่ทุกหน่วยงานเข้าถึงได้และทราบว่าหน่วยงานใดทำอะไรบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนหรือตกหล่นของการทำงานของหน่วยงานรัฐ

ประเทศไทยต้องจัดองคาพยพใหม่ ทั้งรัฐกิจ ธุรกิจ และประชากิจ ต้องร่วมคิด ร่วมวิสัยทัศน์ ร่วมยุทธศาสตร์ ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติการ ร่วมประเมิน ร่วมรับผิดชอบ ร่วมแก้ไข ร่วมปรับเปลี่ยนประเทศอย่างแท้จริง ความต้องการในสังคมมีหลากหลาย ภาครัฐไม่สามารถตอบสนองได้ทั้งหมดภาครัฐควรมองภาพรวมของความต้องการทั้งประเทศ และจัดระบบเพื่อส่งเสริมให้ภาคีอื่นๆ เข้ามาร่วมมือและแบ่งบทบาทหน้าที่กันเช่น การส่งเสริมให้ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมรับผิดชอบบางปัญหา บางกลุ่มคน หรือบางพื้นที่ เพื่อทำให้เกิดการทำงานอย่างสอดประสานกันและทำให้เกิดพลังทวีคูณในการพัฒนาประเทศ

ประชาชนควรมีทางเลือกที่หลากหลายในการมีส่วนรับใช้สังคม (ทางเลือกต่างๆ เป็นส่วนผสมของรัฐกิจ ธุรกิจ และประชากิจ) เพื่อที่ผู้จบการศึกษาจะไม่จำเป็นต้องทำงานในภาคราชการหรือภาคธุรกิจเท่านั้นแต่มีทางเลือกอื่นๆ มากขึ้นเช่น วิสาหกิจเพื่อสังคม องค์กรธุรกิจเพื่อสังคมรูปแบบอื่นๆ รัฐบาลอาจออกพันธบัตรสังคม เพื่อสนับสนุนทางการเงินให้แก่ภาคประชาสังคมในการแก้ปัญหาสังคม เป็นต้น

ประชาชนควรมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น โดยพรรคการเมืองจะต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงให้เป็นพรรคของมหาชนไม่ใช่พรรคของนายทุนหรือพรรคของคนบางคนหรือไม่กี่คนที่กุมอำนาจพรรค พรรคการเมืองควรเกิดขึ้นจากรวมตัวกันบนฐานอุดมการณ์เงินสนับสนุนมาจากประชาชนผ่านการระดมทุนไม่ใช่มาจากนายทุนเพียงไม่กี่ราย กรรมการพรรคควรมาจากการคัดเลือกของสมาชิกไม่ใช่กลุ่มแกนนำของพรรคเป็นผู้กำหนด ส่วนผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคต้องมาจากการลงคะแนนเบื้องต้น (primary vote) ของสมาชิกพรรคในเขตพื้นที่นั้นๆ ไม่ใช่จากการคัดเลือกของผู้บริหารพรรคแบบตามอำเภอใจ

คนไทยจะต้องทำอะไร?
ในสถานการณ์การเปลี่ยนผ่านประเทศไทย ซึ่งประเทศกำลังติดกับดักทั้งสามประการข้างต้น ความเป็นไปได้ของประเทศไทยในอนาคตสามารถจำแนกได้เป็น 4 ฉากทัศน์ (scenarios) โดยพิจารณาจากทิศทางการพัฒนา และความร่วมมือของประชาชน ประกอบด้วย

ฉากทัศน์ที่ 1 (Thailand 1) ต่างทิศ ต่างทำ หากไม่มีทิศทาง และไม่ร่วมมือกัน แต่ละฝ่ายจะมีทิศทางที่ขัดแย้งกันเอง และต่างฝ่ายจะไปไม่ได้ไกล ประเทศไทยจะติดหล่ม และถดถอยอย่างถาวร
ฉากทัศน์ที่ 2 (Thailand 2) ต่างทิศ ร่วมทำ หากร่วมมือ แต่ไม่มีทิศทางการพัฒนาอาจไปผิดทิศผิดทาง ในที่สุดจะแตกแยกกันหรือนำพาประเทศไปไม่ได้
ฉากทัศน์ที่ 3 (Thailand 3) ร่วมทิศ ต่างทำหากมีทิศทาง แต่ไม่ร่วมมือ จะมีเฉพาะคนที่แข็งแรงเท่านั้นที่เอาตัวรอดได้
ฉากทัศน์ที่ 4 (Thailand 4) ร่วมทิศ ร่วมทำ หากมีทิศทางและร่วมมือกัน ประชาชนจะก้าวหน้าไปด้วยกันและประเทศจะมีอนาคต

ผมเชื่อเสมอว่า “สังคมไทยขาดคนดีบ้างแต่พอพูดได้ว่าไม่ได้ขาดคนดี แต่ขาดคนดีที่มีพลัง” คนดีในที่นี้ คือ คนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตนเหตุที่คนดีไม่มีพลังเพราะคนดีมักไม่ร่วมมือกัน แต่คนไม่ดีจะร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง เพราะมีผลประโยชน์ร่วมกันการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยให้สำเร็จ คนดีจะต้องร่วมมือกัน และไปในทิศทางเดียวกันผนึกกำลังกันแบบฉลาดถูกวิธีโดยการจัดตั้งให้เกิดพลังทวีคูณ เพื่อสร้างพลังในการเปลี่ยนแปลง จึงจะสามารถนำพาประเทศเปลี่ยนผ่านไปสู่ “สยามอารยะ” ได้

banner mahidol 660

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3
300x250 (B2)
CEBIT_webbanner_320x250pxl_TH

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget
communication

Categories

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com