www.cioworldmagazine.com

 Breaking News
  • เพอร์เฟค สมาร์ท ซิตี้ โครงการ IoT แบบครบวงจร การใช้งาน IoT เริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้น หลังเอไอเอส ประกาศความพร้อมเป็นผู้ให้บริการ IoT ครบวงจร เปิดตัวโครงการ เพอร์เฟค สมาร์ท ซิตี้ สร้างระบบอัจฉริยะให้ บ้านและคอนโด ของพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค...
  • NICE เสนอ 2 โซลูชั่น ช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้า NICE เสนอ 2 โซลูชั่น ช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้า Real-time Authentication แพลตฟอร์มการยืนยันตัวตนด้วย Voice biometrics และ Robotic Process Automation ระบบเสมือนหุ่นยนต์อัจฉริยะเข้าช่วยงานรูทีน...
  • ผลสำรวจชี้องค์กรธุรกิจป้องกันภัยคุกคามได้ดีขึ้น “แม้จะมีความกดดันเรื่องมัลแวร์เรียกค่าไถ่เนื่องจากจำนวนเหตุการณ์โจมตีที่เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าในปีที่แล้ว องค์กรที่ขยับในเชิงรุกเพื่อรับมือนั้น สามารถป้องกันจุดที่เป็นเป้าโจมตีได้ถึง 87% เทียบกับ 70% ในปี 2560”...
  • เดินหน้าธุรกิจด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ “การดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลจำเป็นต้องมีเทคโนโลยีที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วจากข้อมูลปัจจุบัน (automate and real time)นำเสนอข้อมูลที่ตรงกับความต้องการ (relevant)จึงหนีไม่พ้นกับการต้องใช้เทคโนโลยีแบบอินเทลลิเจนท์มาเป็นเครื่องมือ”...
  • จากจีนสู่ไทย ทำไมต้อง 4G TDD บนคลื่น 2300 MHz “การมาของคลื่นใหม่ 2300 MHzบนเทคโนโลยี 4G TDD จะช่วยหนุนเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยได้เป็นอย่างดี และยกระดับประสบการณ์การใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สายของคนไทยได้”...

Disrupt or Be Disrupted ถึงคราวโลกเปลี่ยน ไทยปรับ

Disrupt or Be Disrupted ถึงคราวโลกเปลี่ยน ไทยปรับ
May 25
15:41 2018

“คุณจะเป็นผู้นำความเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล หรือจะเป็นผู้ตาม หรือผู้ถูกบีบให้เปลี่ยนแปลง จากบริบทของสังคมธุรกิจทุกวันนี้ที่ขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยีดิจิทัล การเข้ามาของธุรกิจ เงินทุน และแพลตฟอร์มระดับโลก ต้องกลับมาถามตัวเองถึงแผนกลยุทธ์การปรับตัวเข้าสู่โลกดิจิทัลของจริง”

จริงๆ คำว่า “โลกเปลี่ยน ไทยปรับ”นั้นหลายท่านคงเคยได้ยินมาไม่มากก็น้อย ซึ่งเป็นหนังสือดีอีกเล่มที่ผู้เขียนชื่นชม เขียนโดย ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ได้รับความไว้ใจให้รับผิดชอบดูแลหน่วยงานด้านยุทธศาสตร์ที่สำคัญของรัฐบาลชุดนี้

HPE1 662x190

หนังสือเล่มนี้ถึง มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการช่วยกันสร้างสังคมที่ดีงามและการวางเป้าหมายร่วมกันเพื่อแข่งกับคนอื่นในสังคมโลก ซึ่งเมื่อเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบัน คงหนีไม่พ้นการสะบัดหางพญามังกรจีนตามนโยบายขยายพลังอำนาจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตามยุทธศาสตร์ “One Belt One Road”นำร่องด้วยการลงทุนใน โครงการ Digital Free Trade Zone ของ แจ็ค หม่า แห่งอาลีบาบา

อภิสิทธิ์การมาครั้งนี้ มีการลงนามความร่วมมือบันทึกความเข้าใจ หรือ เอ็มโอยู ระหว่างรัฐบาลกับอาลีบาบากรุ๊ป ด้านการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งถูกจับตามองจากหลายฝ่ายว่าจะเป็นความร่วมมือแบบWIN WINหรือไม่อย่างไร อย่างน้อยภาพความเชื่อมั่นในด้านการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศแสดงให้เห็นถึงเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลในสายตาต่างประเทศดีขึ้นแต่ยังมีข้อกังวลในมิติของความเสียหายต่อนักธุรกิจและการเติบโตของ SME Start Up ในประเทศไทยตามที่หลายฝ่ายได้ตั้งข้อสังเกตและข้อกังวลไว้

ในบันทึกความเข้าใจดังกล่าวพูดถึงเรื่องประเด็นความร่วมมือ โครงการลงทุนสร้างศูนย์ Smart Digital Hub ใน พื้นที่ EECซึ่งเป็นนโยบายชูโรงด้าน Digital Economy Thailand 4.0 โดยศูนย์ฯ นี้ เป็นประเด็นข้อกังวลว่าถ้าเราจะอาศัยเทคโนโลยีระดับโลกของอาลีบาบาในด้านการประมวลข้อมูลโลจิสติกส์เพื่อทำให้การขนส่งสินค้าระหว่างไทยกับจีน รวมทั้งการขนส่งสินค้าไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน (CLMV) และที่อื่นทั่วโลก ให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด ก็อาจเกิดประเด็นเรื่องข้อมูลสำคัญขนาดใหญ่ทางการค้า ซึ่งนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์หลายท่านให้ข้อกังวลว่าจะเกิดการเสียเปรียบมากในเชิงธุรกิจ อีกทั้งยังต้องผูกกับแพลตฟอร์มของ อาลีบาบาด้วย

แต่ถ้ามองในมุมของการต่อยอดการพัฒนาที่สามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องเสียเวลามาพัฒนาแพลตฟอร์ม การตั้งศูนย์ Smart Digital Hub นี้จะช่วยผลักดันให้เหล่าธุรกิจ Start Up และ SME ไทยสามารถพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ ซึ่งเป็นจุดแข็งของเราที่มีอยู่เดิมในด้านวัตถุดิบในการผลิต กำลังคน โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลให้เข้าถึงตลาดทั่วโลกได้ รวมถึงจะเป็นศูนย์กลางการในการดำเนินกิจกรรมวิจัยพัฒนาดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดภาพการเรียนรู้การพัฒนาต่อยอดไม่ใช่รับแต่ของเขามาใช้จนเราไม่สามารถขยับไปไหนได้

ซึ่งจะโยงต่อความร่วมมือถัดมาได้แก่โครงการความร่วมมือด้านการพัฒนาบุคลากรในด้านดิจิทัลและการส่งเสริมธุรกิจผ่าน E-Commerceโดยทางอาลีบาบาจะร่วมกับ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์ ในการพัฒนา Digital Talent โดยทางอาลีบาบาได้เสนอให้ Alibaba Business School (ABS) มาร่วมสนับสนุนการใช้ Platform E-Commerce เป็นฐานทางการเรียนรู้โดยจะเชื่อมโยงกับสถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

ทั้งนี้ ภายใต้โครงการนี้ อาลีบาบาจะเปิดโอกาส ให้บุคคลากรทางการศึกษา นักศึกษา รวมถึงผู้ประกอบการไทยไปร่วมเข้าโครงการฝึกอบรมพัฒนาในด้านดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซให้มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง รวมทั้งสร้างเครือข่ายทั่วโลกอีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นโมเดลที่น่าสนใจในการเรียนรู้ ถอดบทเรียน เปรียบเทียบกับแพลตฟอร์มอื่นๆ ในโลกและนำมาปรับปรุงพัฒนาให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยีและกฎหมายทางการดำเนินธุรกิจของเราด้วย

ประเด็นที่ 3 คือโครงการร่วมส่งเสริมพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลอีคอมเมิร์ซสำหรับผู้ประกอบการ SME และ Startup ของไทย เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัลโดยเน้นให้ผู้ประกอบการมีความเข้าใจ ได้เรียนรู้และเสริมทักษะการใช้เทคโนโลยีไทยให้สามารถเข้าถึง Regional Global Value Chain โดยใช้เครือข่าย ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 สู่อนาคต (Industry Transformation Center: ITC) ในระดับภาคและจังหวัดของกระทรวงอุตสาหกรรมทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ก็เพื่อให้สามารถพัฒนาและเข้าถึงผู้ประกอบการ SME และ ผู้ประกอบการ Startup ระดับชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งประเด็นนี้หลายท่านให้ข้อสังเกตว่ายังขาดรายละเอียดที่ชัดเจนและเร็วไปในการที่จะตอบรับข้อเสนอ ด้วยเหตุผลด้านการดึงศักยภาพ Startup SME ของเราไปใช้ต่อยอดธุรกิจของอาลีบาบา ซึ่งเราเองคงต้องกลับมานั่งใจเย็นๆ พิจารณาให้ดี มีความชัดเจนไม่ตกเป็นเบี้ยล่างหรือเสียประโยชน์ในอนาคต แต่ทั้งนี้ก็คงจะไวเกินไปถ้ามองทุกเรื่องเป็นภาพลบทั้งหมด

shutterstock_1049914307

นอกจากนั้นในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งถือเป็นรายได้หลักหนึ่งของประเทศไทยซึ่งเราเองก็กำลังเร่งพัฒนา Smart Tourism ให้เกิดขึ้นใน Smart City ในหัวเมืองสำคัญๆ ในประเทศ อาลีบาบา วางแผนจะร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท) ในการจัดทำ Thailand Tourism Platformเพื่อจัดกิจกรรมด้านการตลาด รวมถึง ข้อมูลทางการท่องเที่ยว (Tourism Big Data) ร่วมกันบนออนไลน์แพลตฟอร์มที่สามารถเชื่อมโยงกับสื่อและช่องทางต่างๆ ของ ททท. เพื่อเจาะลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

ตลอดจนร่วมมือกันส่งเสริมการท่องเที่ยวในไทยให้รองรับกับยุทธศาสตร์และแนวทางการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเมืองรองและการท่องเที่ยวในระดับชุมชนของรัฐบาล ซึ่งถ้ามองกันแบบ Fast Track ก็นับว่าช่วยย่นย่อระยะเวลาในการทำงานให้ ททท.ไม่น้อยในการหาแพลตฟอร์ม ส่วนข้อพิจารณาคือ Big Dataที่ต้องพิจารณาข้อมูลและการนำข้อมูลไปใช้ในอนาคตที่อาจเอื้อให้เกิดการได้เปรียบ-เสียเปรียบแก่ธุรกิจการท่องเที่ยวหรือที่เกี่ยวข้องในอนาคต

และสุดท้ายของภาคความร่วมมือคือการที่กระทรวงพาณิชย์จะร่วมมือกับอาลีบาบาในการเปิดตัว Thai Rice Flagship Store บนเว็บไซต์ Tmall.comเพื่อสนับสนุนการขายข้าวไทยทางออนไลน์ในจีน ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เกษตรกร ผู้ประกอบการและผู้ส่งออกข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าวสามารถเข้าถึงตลาด E-commerce ในจีนได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดรับกับเทรนด์ในปัจจุบันที่สินค้าไทยกำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าเกษตรและอาหารของไทย

แต่ทั้งนี้ต้องระวังเรื่องการกำหนดมาตรการในการกำหนดราคารวมถึงมาตรฐานการส่งออกเพื่อไม่ให้เกิดการแข่งขันจนทำให้ราคากลางเสียไปอีกทั้งควบคุมเรื่องการเข้ามามีบทบาทในการส่งสินค้าจากกลุ่มทุนต่างชาติที่จะมาแทรกแซงธุรกิจไทยซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้หวังว่าหน่วยงานเกี่ยวข้องจะดูรายละเอียดและและเตรียมมาตรการรองรับได้อย่างทันเกมแบบรู้เขารู้เรานะครับ

โลกกำลังเผชิญหน้าการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ ที่ทำให้ทุกภาคส่วนต้องปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลง เตรียมความพร้อม สร้างความมั่นคง หาจุดยืนในการรับการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างรู้เท่าทันครับ เราจะกลัววิตกกังวลก็คงไม่ผิดครับ เพราะสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะเป็นข้อพิจารณาในการเตรียมความพร้อมของเราให้เดินหน้าฝ่าคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างมีประสิทธิภาพครับ คุณจะ Disrupt or Be Disrupted อยู่ที่ตัวคุณ หมดเวลากลัวแล้วครับ

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3

Like Us On Facebook

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com

Categories