www.cioworldmagazine.com

 Breaking News

Digitization กับจุดอิ่มตัวของการค้าไร้พรมแดน

Digitization กับจุดอิ่มตัวของการค้าไร้พรมแดน
July 19
12:43 2018

“พอล โดโนแวน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากยูบีเอสแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับสถานการณ์การค้า บนข้อสงสัยว่า ในวันนี้โลกของเรามาถึงจุดสูงสุดของการค้าแล้วหรือยัง กับการเข้ามาของDigitization ที่ตัดซัพพลายเชนออกจากระบบการค้า”

ตลอดช่วง 25 ปีที่ผ่านมา การค้าข้ามเขตแดนได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ผู้คนต่างหันมาทำการค้ากับคู่ค้าระหว่างประเทศมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน ตัวเลขที่แท้จริงของการค้าระหว่างประเทศคิดเป็นสัดส่วนสูงเกือบถึงร้อยละ 30 ของเศรษฐกิจโลก ปัจจัยชี้วัดความเป็นโลกาภิวัตน์นี้ได้เพิ่มทวีคูณขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 แต่อย่างไรก็ดี การขยายตัวของการค้าข้ามเขตแดนเริ่มชะลอตัวลงในช่วงไม่กี่ปีให้หลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภาคส่วนของสินค้าอุปโภคบริโภค (ไม่รวมสินค้าด้านบริการ อย่างเช่น การบริหารความมั่งคั่ง เป็นต้น) ที่หยุดชะงักลง

HPE1 662x190

พอล โดโนแวน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากยูบีเอสได้แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับสถานการณ์การค้า ซึ่งเขาตั้งข้อสงสัยว่า ในวันนี้โลกของเรามาถึงจุดสูงสุดของการค้าแล้วหรือยัง

การค้าข้ามเขตแดนเติบโตขึ้นได้อย่างไร
ความซับซ้อนที่เพิ่มสูงขึ้นในกรรมวิธีการผลิตสินค้าเป็นปัจจัยที่ทำให้การค้าระหว่างประเทศขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง25ปีที่ผ่านมา หรือ ทศวรรษที่ 1970 การผลิตสินค้าต่างๆ ยังคงเป็นเรื่องของภายในประเทศ ซึ่งแต่ละประเทศจะนำเข้าเฉพาะสิ่งที่ไม่สามารถผลิตได้เท่านั้น เช่น ในประเทศที่ไม่สามารถผลิตน้ำมันได้ ก็จำเป็นต้องนำเข้าน้ำมัน (หรือหันไปใช้พลังงานทดแทนในรูปแบบอื่น) ถ้าไม่นับเรื่องน้ำมันและสินค้าพื้นฐานอื่นๆ แล้ว อาจกล่าวได้ว่า ประเทศส่วนใหญ่มีกำลังที่จะผลิตสินค้านั้นๆ ขึ้นมาเอง

อย่างไรก็ตามในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา ประเทศต่างๆ ได้มีการหยุดผลิตสินค้าพื้นฐาน และนำเข้าสินค้าต่างๆ นอกเหนือจากสินค้าขั้นพื้นฐานมากขึ้น อาทิ อัลบั้มซีดีเพลง หากมีคนต้องการซื้อซีดีเพลงสักแผ่นจากศิลปินต่างชาติ ก็อาจจะถือว่าเป็นการนำเข้าดนตรีจากต่างประเทศ ซึ่งผลิตภัณฑ์ซีดีอาจมาจากหลากหลายประเทศ อย่างเช่น ประเทศที่ 2 เป็นผู้ผลิตแผ่นซีดี ในขณะที่ผู้ผลิตกล่องซีดีอยู่ในประเทศที่ 3 โดยนำเข้าพลาสติกจากอีกประเทศคือ ประเทศที่ 4 และส่งต่อให้ประเทศที่ 5 เป็นผู้ตีพิมพ์ปกอัลบั้มซีดี โดยใช้กระดาษและหมึกพิมพ์จากประเทศอื่น ซึ่งเป็นประเทศที่ 6 และ 7 และสุดท้ายนำมาบรรจุรวมเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จในประเทศที่ 8 จากนั้นลูกค้าถึงจะได้รับซีดีอัลบั้มนี้ไปครอบครอง

2เหตุการณ์นี้จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมรถยนต์ที่ผลิตในสหรัฐอเมริกา ไม่ได้ผลิตในสหรัฐอเมริกาจริงๆ อีกต่อไป ทั้งนี้ กว่า1ใน 3 ของรถยนต์ที่ส่งออกจากสหรัฐอเมริกา เป็นรถที่มีสายการผลิตมาจากประเทศอื่น

ตัวเลขของการค้าไร้พรมแดนจะเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่มีการขนส่งข้ามพรมแดนสากล (International Trade) ในขณะที่ตัวเลขของผลิตภัณฑ์มวลรวมโลก (Global GDP) จะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อนับจากการซื้อขายครั้งสุดท้ายเท่านั้น ดังนั้นหากมีการผลิตสินค้าและส่งต่อในรูปแบบข้ามพรมแดนหลายครั้งก่อนกลายมาเป็นสินค้าสำเร็จรูป อัตราส่วนของการค้าข้ามเขตแดนก็จะเพิ่มสูงขึ้นในผลิตภัณฑ์มวลรวมโลก (Global GDP)

เหตุใดการค้าข้ามเขตแดนอาจเปลี่ยนแปรไป
ปัจจุบัน เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า การขยายตัวอย่างรวดเร็วของการค้าข้ามเขตแดนอาจถึงจุดสูงสุดแล้ว และอัตราส่วนอาจเริ่มถดถอยลดลง ซึ่งอาจนำมาซึ่งจุดสูงสุดของการค้าข้ามเขตแดนจริงๆ อย่างน้อยก็ในส่วนของสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเราอาจเหมารวมง่ายๆ ว่าทั้งหมดนี่เป็นเพราะแนวคิดปกป้องการค้า แต่จริงๆ แล้ว มันมีอะไรมากกว่านั้น

เหตุผลหลักที่ซัพพลายเชนมีความซับซ้อนมากขึ้นคือ เรื่องของต้นทุนการผลิตสินค้า ซึ่งการผลิตในบางประเทศนั้นถูกกว่าการผลิตในประเทศอื่นๆ แม้ว่าค่าขนส่งชิ้นส่วนจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งของต้นทุน แต่หากเทียบกับต้นทุนการผลิตที่ต่ำลงมากๆ แล้ว นั่นก็ถือว่าคุ้มค่ากว่า

ในวันนี้ เหตุผลเรื่องต้นทุนอาจไม่ชัดเจนเท่าในอดีต เพราะบางประเทศได้มีการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์มาใช้ทดแทนการจ้างแรงงานจากต่างประเทศ นอกจากนี้ การย้ายหน่วยการผลิตมาไว้ใกล้ๆ กับลูกค้าก็มีปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งคือ สามารถผลิตสินค้าได้ตามความต้องการของตลาด แทนที่จะต้องรอเป็นเวลาหลายสัปดาห์เพื่อให้สินค้าส่งมาจากอีกซีกโลกหนึ่ง บริษัทสามารถส่งของได้ภายในระยะเวลาไม่กี่วัน

นอกจากนี้ การมีแหล่งผลิตใกล้กับลูกค้ายังลดความเสี่ยงในการผลิตสินค้ามากเกินความต้องการของลูกค้า (ต้นทุนเพิ่ม) หรือน้อยเกินไป (เสียโอกาสทำรายได้) การผลิตใกล้ๆ จะช่วยลดต้นทุนในด้านอื่นๆ ลงด้วย เช่น เรื่องประกัน ยิ่งระยะทางส่งสินค้าสำเร็จสั้นลงเท่าไร ค่าประกันสินค้าก็จะยิ่งต่ำลงเท่านั้น

3การปรับกระบวนการทำงานเข้าสู่ระบบดิจิทัล หรือDigitization สามารถตัดซัพพลายเชนให้สั้นลงมากกว่าเดิม ซึ่งเราอาจสามารถตัดขั้นตอนการผลิตสินค้าบางตัวออกจากห่วงโซ่นั้นๆ ได้ เช่น รูปแบบการฟังเพลงที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วง2ปีที่ผ่านมา ซีดีกลายเป็นอดีตไปแล้ว เพราะวันนี้เราสามารถดาวน์โหลดหรือสตรีมเพลงมาฟังได้โดยตรง แต่ทั้งนี้ การค้าก็ยังคงอยู่ แต่ศิลปินเริ่มหันมาขายทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่สินค้าอุปโภคบริโภคอีกต่อไป แต่มันคือการบริการ เพราะเหตุนี้ ซัพพลายเชนในเรื่องดนตรีจึงหดหายลงอย่างน่าใจหาย

อย่างไรก็ตามเมื่อห่วงโซ่อุปทานสั้นลง การค้าขายสินค้าก็จะยิ่งง่ายขึ้น ซึ่งปัจจุบัน เราสามารถเห็นสัญญาณบ่งชี้บางอย่างที่เริ่มเกิดขึ้นแล้ว เนื่องจากการส่งออกชิ้นส่วนสินค้าไปต่างแดนเริ่มมีแนวโน้มชะลอตัวลง หรือแม้แต่ถดถอยลงในบางรายการนับตั้งแต่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลก ประกอบกับการมีซัพพลายเชนที่สั้นลง มีการค้าขายที่ไม่ซับซ้อนอาจเป็นเหตุผลที่บอกว่า เรามาถึงจุดสูงสุดของการค้าไร้พรมแดนแล้ว

หากเรามาถึงจุดสูงสุดของการค้าจริงๆ มีหลายสิ่งที่นักลงทุนจำเป็นต้องคำนึงถึง ได้แก่
– ประเทศที่เติบโตขึ้นจากผลพวงของซัพพลายเชนในหลายๆ ช่วงติดต่อกัน จำเป็นต้องหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อเสริมสร้างความเติบโต
– ความต้องการบริการขนส่งจะเปลี่ยนแปลงไป สินค้าจะเดินทางสั้นลง วัตถุดิบอาจจะถูกส่งไปยังดินแดนใหม่ๆ หรือจะไม่มีการขนส่งเกิดขึ้นเลย (อย่างเช่นเพลง)
– การมีแหล่งผลิตสินค้าอยู่ใกล้ผู้บริโภคมากขึ้นจะช่วยลดต้นทุนด้านสินค้าคงคลัง ในกรณีที่เศรษฐกิจย่ำแย่ การมีสินค้าคงคลังมากจะยิ่งทำให้บริษัทแย่ลง หากเราผลิตสินค้าใกล้ตลาด (ลูกค้า) เราจะสามารถลดผลกระทบที่เกิดจากความผันผวนของวงจรเศรษฐกิจลงได้
– ในอนาคต งานบริการและการขายไอเดียต่างๆ จะเป็นช่องทางหลักที่ช่วยส่งเสริมการขายที่สำคัญมากกว่าการค้าขายสินค้าอุปโภคบริโภคในรูปแบบทั่วไป

จุดสูงสุดของการค้าประเภทสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ได้สร้างงานใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นมากมาย จุดสูงสุดของการค้าเป็นเรื่องของการปรับกระบวนการทำงานให้เข้าสู่ระบบดิจิทัล หรือการใช้หุ่นยนต์ อย่างไรก็ดี จุดสูงสุดของการค้าอาจหมายถึง ภายในอีกสิบห้าปีข้างหน้าหรือราวๆ นั้น ลัทธิคุ้มครองการค้าอาจมีบทบาทน้อยลงเมื่อเทียบกับในปัจจุบัน สงครามทางการค้าจะกลายเป็นเรื่องในอดีต และอนาคตของการค้าจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

Related Articles

0 Comments

No Comments Yet!

There are no comments at the moment, do you want to add one?

Write a comment

Write a Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

BannerWeb_CIOworld_3

Like Us On Facebook

Newsletters

ลงทะเบียนรับข่าวสารจาก CIOWorldMagazine.com

Categories